วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เสียงสะท้อนจากเพชรบูรณ์! ปชช.หล่มสัก-หล่มเก่า-น้ำหนาว-เขาค้อ ทะลักกรุงไทยแห่อุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กู้ภัยผู้พิการสุดกลั้น ภาพผู้สูงอายุ-วีลแชร์ต่อคิวท้าแดดท้าฝน วอนรัฐกระจายจุดบริการด่วน
วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 บรรยากาศที่บริเวณธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เต็มไปด้วยความคึกคักและแออัดอย่างหนัก ภายหลังจากที่มีการประกาศผลการคัดกรองคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 โดยพบว่ามีประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์จาก 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอหล่มสัก, อำเภอหล่มเก่า, อำเภอน้ำหนาว และอำเภอเขาค้อ เดินทางข้ามเขตมารวมตัวกันเพื่อยื่นเรื่องขออุทธรณ์สิทธิ์จนคิวยาวทะลักออกนอกอาคาร ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวสลับกับมีฝนตกชุก

เนื่องจากธนาคารกรุงไทย สาขาหล่มสัก ถือเป็นจุดบริการหลักเพียงแห่งเดียวในพื้นที่ตอนบนของจังหวัดที่รองรับประชาชนถึง 4 อำเภอ ส่งผลให้ขีดความสามารถในการรองรับประชาชนต่อวันไม่เพียงพอ ประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียงที่พอจะขยับเขยื้อนได้ ต้องเผชิญความยากลำบากในการเดินทางระยะไกล ข้ามเขาสูงชันจากอำเภอน้ำหนาวและเขาค้อ เพื่อมาเข้าคิวรอรับบริการตั้งแต่เช้าตรู่

นายขจร อายุ 45 ปี ผู้พิการแต่กำเนิด ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลสักหลง อำเภอหล่มสัก ซึ่งมีอาชีพรับจ้างทั่วไปและใช้เวลาว่างเป็นอาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่มานานกว่า 20 ปี ได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวด้วยความสะเทือนใจว่า ตนเองเดินทางมาเห็นภาพผู้สูงอายุ ผู้พิการ และคนไข้ที่นั่งรถเข็น (วีลแชร์) ต้องมายืนและนั่งต่อคิวกลางแดดและฝนเป็นเวลานาน บางรายต้องอดข้าวอดน้ำเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์การจองคิว

‘เงินสวัสดิการก้อนนี้มีความสำคัญต่อการต่อลมหายใจและซื้อข้าวปลาอาหารประทังชีพของครอบครัวคนจนมาก แต่การมารับบริการกลับยากลำบากเหลือเกิน จึงอยากตั้งคำถามถึงส่วนราชการและรัฐบาลว่า เหตุใดในขั้นตอนการอุทธรณ์จึงไม่มีการประสานหน่วยงานท้องถิ่น หรือจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ ลงไปบริการอำนวยความสะดวกให้ถึงระดับตำบลหรือหมู่บ้าน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและอันตรายจากการเดินทางของกลุ่มเปราะบาง’ นายขจร กล่าว

ทั้งนี้ ตามหลักการบริหารบริการสาธารณะที่ดีและการคุ้มครองสิทธิของกลุ่มเปราะบาง รัฐมีหน้าที่ต้องจัดสรรกลไกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิ์ขั้นพื้นฐานได้อย่างสะดวก เท่าเทียม และสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะผู้มีข้อจำกัดด้านร่างกาย

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนและแกนนำเครือข่ายภาคประชาสังคมในจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงได้ฝากเรียกร้องไปยังกระทรวงการคลัง, ธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ และรัฐบาล ให้เร่งปรับเปลี่ยนโมเดลการทำงานในห้วงเวลาที่เหลืออยู่ก่อนสิ้นสุดเขตอุทธรณ์ โดยเสนอให้เพิ่มช่องทางดิจิทัล หรือประสานงานให้ฝ่ายปกครองอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถเปิดจุดรับเอกสารคำร้องอุทธรณ์แทนได้ เพื่อบรรเทาความแออัด ยกระดับการบริการ และเยียวยาจิตใจประชาชนผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี