537.jpg
ฟังอีกมุม! ครูโต้ข่าวดัง สั่งป.4 กระโดดตบ 1,000 ครั้ง จนไข้ขึ้น-ผวาละเมอ ยันมีพยานที่อยู่ชัด!

ฟังอีกมุม! ครูโต้ข่าวดัง สั่งป.4 กระโดดตบ 1,000 ครั้ง จนไข้ขึ้น-ผวาละเมอ ยันมีพยานที่อยู่ชัด!

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.46 น.

9 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเหตุการณ์คุณครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอำเภอสังขะ ได้สั่งเด็กนักเรียนชั้น ป.4 กระโดดตบ 1,000 ครั้ง จนเกิดกระแสลุกฮือวิพากวิจารณ์อย่างหนักถึงเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปหาทางด้านคุณครูที่ถูกกล่าวหา สั่งให้เด็กกระโดดตบ 1,000 ครั้ง และติดต่อไปพูดคุยกับทางด้านครอบครัวของ เด็กอายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 เพื่อให้ความเป็นธรรมทั่ง 2 ฝ่าย ได้มีโอกาสเปิดใจชี้แจงพูดคุยถึงข้อเท็จจริง โดยผ่านผู้สื่อข่าวซึ่งเป็นตัวกลางนำเสนอข้อมูลทั้ง 2 ด้าน

ล่าสุด ด้านคุณครู ที่ถูกกล่าวหาได้ติดต่อมาหาทีมข่าว เพื่อที่จะขอชี้แจงต่อเหตุการณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้น ครูเป็ด (นามสมมุติ) อายุ 58 ปี เป็นครูที่ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงถึงข้อเท็จจริง ดังนี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ค.69 ตนเองทราบข่าวมาจากพ่อแม่ของทางฝั่งเด็กชายได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค.69 ลูกชายได้ไปเก็บขยะบริเวณสนามฟุตบอล ซึ่งคุณครูเข้าใจผิดว่าลูกชายเอาขยะไปทิ้ง จึงได้สั่งให้ลูกชายกระโดดตบ 1,000 ครั้ง เพื่อทำโทษ ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดตนขอชี้แจงว่าไม่ใช่ความจริง วันที่พ่อเด็กกล่าวอ้างเป็นวันที่ 28 พ.ค.69 ตนเองไม่ได้สั่งให้เด็กกระโดดตบอย่างที่เป็นข่าว ซึ่งตนไม่ได้พบเจอกับเด็กชายคนนี้ และก็ไม่ได้สอนเด็กชายคนนี้


จากข้อกล่าวหาทั้งหมดจากผู้ปกครองเด็ก ตนขอแย้งว่าตนไม่ได้เจอเด็กเลยเพราะวันนั้นตนเองมาโรงเรียนค่อนข้างสาย โอกาสที่จะเจอเด็กชายคนนี้น้อยมาก ซึ่งพอมาถึงตนก็ได้ดูแลรับผิดชอบเด็กนักเรียนในชั้นเรียนของตนก็คือ ชั้น ม.1/1 และ ม.2/1 ยืนยันว่าไม่ได้เจอเด็กคนนี้ คุยแต่เพียงกับเด็กที่รับผิดชอบแล้วก็ขึ้นชั้นเรียน จากกรณณีถึงการสั่งลงโทษให้เด็กกระโดดตบ 1,000 ครั้ง ตนไม่ได้สั่ง ยังยืนยันคำเดิม ซึ่งตอนนั้นช่วงพักเที่ยงตนเองก็ไม่ได้พบเด็กอีกตามเคย เพราะตนเองมีนัดพบช่างซ่อมรถคูโบต้า พอหลังจากที่พบช่างเสร็จตนก็มาพบช่างที่ซ่อมอุปกรณ์กีฬา จากนั้นตนก็ไปรับประทานอาหาร ซึ่งหลังจากที่พ่อแม่เด็กไปให้ข้อมูลข่าวแบบนั้นฝ่ายเดียวยังไม่ทราบข้อเท็จจริง วันนั้นเด็กก็มีกิจกรรมหลายอย่าง ซึ่งตนเองทราบมาอีกว่า เด็กคนนี้ก็ได้ไปฝึกว่ายน้ำด้วยและทำกิจกรรมได้ตามปกติ ไม่มีการบาดเจ็บใดๆ 

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เด็กบาดเจ็บจนเข้าโรงพยาบาล ตนก็ยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไรผ่านกิจกรรมอะไรมาบ้าง ส่วนกิจกรรมส่วนตัวของเด็ก เขาก็เล่นกับเพื่อนได้ตามปกติ และทำกิจกรรมกับคุณครูของเขามีกิจกรรมใดบ้างผมก็ไม่ทราบ หลังจากนี้ ตนยืนยันว่าจะสู้คดีให้ถึงที่สุด และฝากขอความเป็นธรรมกับสื่อทุกสื่อเพื่อให้ความเป็นธรรมทั่ง 2 ด้าน อยากให้มาฟังทางมุมมองของตนบ้าง

ต่อมา ด้านคุณครูที่สอนว่ายน้ำเด็กชายดังกล่าว ได้ออกมาให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวอีกว่า เด็กได้มาเรียนว่ายน้ำกับตนเองในวันที่ 28 ซึ่งเป็นวันที่เกิดเรื่อง และวันที่ 29 ซึ่งตอนนั้นเด็กยังทำกิจกรรมได้ตามปกติดี เด็กก็ยังคงร่าเริงแจ่มใสตามปกติ และในส่วนของการที่เด็กบาดเจ็บตนยังไม่ทราบเหมือนกันว่าบาดเจ็บเกิดจากสาเหตุใด เพราะหลังจากที่ว่ายน้ำเสร็จ เด็กก็ได้มีการเข้ารักษาตัวที่โรงพยายาลตามข่าว ซึ่งสังคมกลับไม่ได้มองมาถึงสาเหตุของการว่ายน้ำเลย ถ้าเกิดว่าสังคมต้องการถาม

ต่อมาผู้สื่อข่าวพบ นางแอน อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นแม่ของเด็ก เล่าว่าเมื่อวันที่ 29 พ.ค.69 ตนเองทราบเรื่องดังกล่าวจากปากลูกชายว่า ลูกชายโดนคุณครูทำโทษเนื่องจากลูกชายได้ไปเก็บขยะบริเวณสนามแล้วคุณครูเข้าใจผิด ว่าน้องเอาขยะไปทิ้ง จึงได้มีการสั่งทำโทษกระโดดตบจำนวน 1,000 ครั้ง หลังจากที่ตนเองทราบเรื่องราวถึงกับเข่าอ่อน สงสารลูกที่ครูได้สั่งให้ลูกชายกระโดดตบจำนวน 1,000 ครั้ง ซึ่งตนเองได้สังเกตเห็นอาการผิดปกติของลูก โดยลูกชายมีอาการปวดเมื่อยแขนขา ผิดปกติพร้อมกับมีไข้และในกลางคืนนอนผวา ว่าครูคนนี้จะมาประหารชีวิตอยู่ในอาการหวาดกลัวผวา ตนเองจึงได้พาลูกชายไปหาหมอที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ ในช่วงเย็นวันที่ 29.พ.ค.69 ซึ่งตอนนั้นลูกชายมีอาการปวดบริเวณขาและมีไข้ จึงได้นอนโรงพยาบาลประจำอำเภอ จนถึงบ่ายวันที่ 4 มิ.ย.69 และย้ายไปโรงพยาบาลประจำจังหวัดช่วงเย็นวันที่ 4 มิ.ย.69 และนอนโรงพยาลประจำจังหวัด จนถึงบ่ายวันที่ 8 มิ.ย.69 และออกจากโรงพยาบาลมา ตอนนี้สภาพจิตใจและสภาพร่างกายลูกชายไม่เต็ม 100 % อยู่ในอาการเหม่อลอย วิตกกังวล ถึงอย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าคุณครูได้กระทำการดังกล่าวจริงตนเองพร้อมครอบครัวจะขอใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินการครูคนดังกล่าวให้ถึงที่สุด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top