ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ทลายโกดังกาแฟปลอมสวมเลข อย. มัทฉะฉลากลวง ส่งขายออนไลน์ ยึดของกลางกว่า 1 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท
วันที่ 10 มิถุนายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. ปฏิบัติการทลายโกดังกระจายผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง และวัตถุอันตราย ลวงขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ตรวจยึดของกลาง 26 รายการ จำนวน 1,073,327 ชิ้น มูลค่ากว่า 12,061,000 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด นำโดย พ.ต.ท.หญิง อนุสรา บัวแดง สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ.
พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ.) มีมาตรการในการเฝ้าระวังการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ไม่ได้คุณภาพ โดยพบผลิตภัณฑ์กาแฟ รวมถึงผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูป ที่มีการแสดงเลขสารบบอาหาร (อย.) ของผลิตภัณฑ์อื่นมาแสดงบนฉลากเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยมีมาตรฐาน และหลงเชื่อซื้อสินค้าไปบริโภค

เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจนพบสถานที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในพื้นที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยในวันที่ 9 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้นำหมายค้นศาลแขวงสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นโกดังดังกล่าว และตรวจยึดของกลาง รวมกว่า 26 รายการ จำนวน 1,073,327 ชิ้น มูลค่ากว่า 12,061,000 บาท ไว้เป็นของกลาง
จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า โกดังเก็บสินค้าดังกล่าว มีการบริหารจัดการในลักษณะ “เก็บ แพ็ค ส่ง” หรือ Fulfillment โดย นายกุยฯ (สงวนนามสกุล) พนักงานชาวจีน แจ้งว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นของนายทุนสัญชาติจีน ซึ่งจะเป็นผู้สั่งสินค้าที่เป็นกระแส และกำลังเป็นที่นิยมในสื่อออนไลน์มาจากประเทศจีน จากนั้นจะนำมาเก็บไว้ที่โกดังเก็บสินค้าในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เพื่อรอคำสั่งซื้อและส่งให้กับลูกค้าชาวไทย มียอดการส่งสินค้าวันละ 200 - 300 ชิ้น โดยทำมาแล้วประมาณ 6 เดือน
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม
1. พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522
- ฐาน “ขายอาหารปลอม” ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 100,000 บาท
- ฐาน “ขายอาหารที่ไม่มีฉลากภาษาไทย” ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท
2. พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ.2558
- ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนว่า ปัจจุบันการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มอบความสะดวกสบายให้เราอย่างมาก แต่อาจเกิดช่องว่างให้กลุ่มมิจฉาชีพและทุนข้ามชาติ ลักลอบนำสินค้าปลอม สินค้าไร้มาตรฐาน มาจำหน่ายให้ผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น เพียงเพื่อหวังผลกำไร โดยสินค้าที่ไม่มีการจดแจ้ง ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือใช้วิธีการสวมเลข อย. ของผู้อื่นมาแสดงบนฉลากผลิตภัณฑ์ออกจำหน่าย มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นสินค้าที่ผลิตจากกระบวนการที่ไร้มาตรฐาน
ขอเน้นย้ำและส่งคำเตือนไปยังผู้ประกอบการและผู้นำเข้าทุกรายว่า อย่าเห็นแก่กำไรระยะสั้นแล้วนำผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานออกจำหน่ายให้ประชาชน เพราะตำรวจสอบสวนกลาง จะใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด เดินหน้ากวาดล้างและขยายผลจับกุมขบวนการเหล่านี้ให้ถึงที่สุด ทั้งนี้หากพบเห็นการกระทำความผิดกฎหมาย หรือการเอาเปรียบผู้บริโภครูปแบบอื่น สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปคบ. 1135 หรือผ่านทางเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค ได้ตลอดเวลา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี