วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569
“วันชัย” ชี้ผลการดำเนินงานปี 2568 สะท้อนความมั่นคงทางการเงินขององค์กร พร้อมวางรากฐานการเติบโตในอนาคต ผ่านการลงทุนด้านคอนเทนท์ เทคโนโลยี ข้อมูล และบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนไทยพีบีเอส สู่การเป็น Public Digital Media Platform อย่างเต็มรูปแบบ
นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เปิดเผยถึงงบการเงินประจำปี 2568 ซึ่งผ่านการรับรองจากผู้สอบบัญชี และได้นำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่ามีทิศทางที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยองค์กรมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ หรือเกินดุล อยู่ที่ 69 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงฐานะการเงินที่แข็งแรงขึ้น และเป็นฐานสำคัญในการเดินหน้าปรับองค์กรสู่สื่อสาธารณะดิจิทัล
ในปี 2568 ไทยพีบีเอส มีรายได้รวม 2,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 100 ล้านบาท คิดเป็น 3.86% โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากเงินบำรุงองค์การค้างรับข้ามงวดบัญชี ประมาณ 92.66 ล้านบาท จาก 1,957 ล้านบาท เป็น 2,050 ล้านบาท ขณะที่สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมให้ลดลงได้ประมาณ 146 ล้านบาท คิดเป็น 5.28% ส่งผลให้ไทยพีบีเอสมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ และมีเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคงมากขึ้น สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากร ควบคู่กับการดำเนินภารกิจสื่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง
สำหรับฐานะการเงิน ณ สิ้นปี 2568 ไทยพีบีเอส มีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 6,994 ล้านบาท เติบโตขึ้น 1.23% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 4,365 ล้านบาท คิดเป็น13.25% แสดงถึงสภาพคล่องที่สูงขึ้น ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 912 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 13% ของสินทรัพย์รวมทั้งหมด สะท้อนโครงสร้างทางการเงินยังคงอยู่ในระดับที่มั่นคงและปลอดภัย
นอกจากนี้ ตัวเลขกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานยังสูงถึง 1,039 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 54.46% ยืนยันว่า แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารสภาพคล่องและการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในส่วนของค่าใช้จ่าย ต้นทุนการผลิตและจัดหารายการลดลงถึง 10.76% อยู่ที่ 858 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการวางแผนและบริหารจัดการงบประมาณอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการปรับขึ้นเล็กน้อย โดยมีค่าใช้จ่ายด้านงานสารสนเทศเป็นรายการสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงภารกิจด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลที่มีบทบาทมากขึ้น
นายวันชัย ระบุว่า การลดลงของต้นทุนผลิตและจัดหารายการเป็นผลจากการบริหารจัดการงบประมาณอย่างระมัดระวัง ซึ่งไทยพีบีเอสได้ดำเนินควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลด้านคุณภาพของเนื้อหา เพราะภารกิจหลักของสื่อสาธารณะคือการผลิตคอนเทนท์ที่ตอบโจทย์สังคม สร้างความรู้ และเปิดพื้นที่สาธารณะให้แก่ประชาชน
นอกจากค่าใช้จ่ายด้านการผลิตและจัดหารายการที่ลดลงแล้ว ยังเป็นผลจากมาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยเฉพาะแคมเปญรณรงค์ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นในช่วงพักเที่ยง ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากพนักงานทุกคน ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าลดลงเหลือจาก 31.20 ล้านบาทในปี 2567 เหลือ 28.42 ล้านบาทในปี 2568 หรือคิดเป็น 8.91%

“มาตรการประหยัดไฟฟ้าที่เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ เช่น การปิดไฟที่ไม่จำเป็นในช่วงพักเที่ยง แต่เมื่อทุกคนร่วมมือกันก็ได้ผลที่เป็นรูปธรรม แนวคิดเดียวกันนี้ยังสะท้อนถึงการบริหารทรัพยากรขององค์กรในภาพรวม ที่มุ่งใช้ทุกทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด โดยจะต่อยอดไปสู่โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Roof) ทั้งที่สำนักงานใหญ่และสถานีโครงข่ายทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาว และมุ่งสู่การเป็นองค์กรสื่อสีเขียวที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569” นายวันชัยกล่าว
นายวันชัยกล่าวว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 ที่ปรับตัวดีขึ้น จะเป็นฐานสำคัญในการบริหารทรัพยากรของ ไทยพีบีเอส ให้เกิดความยั่งยืนและคุ้มค่ามากขึ้น ทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร เทคโนโลยี และคอนเทนท์ โดยเป้าหมายสำคัญต่อจากนี้ไม่ใช่เพียงการรักษาฐานะการเงินให้มั่นคง แต่คือการนำทรัพยากรที่มีไปลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในระยะยาว โดยมีแนวทางสำคัญคือการลงทุนผลิตคอนเทนท์คุณภาพสูง ทั้งละคร ซีรีส์ และสารคดีเชิงลึก เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจสื่อสาธารณะ และสามารถต่อยอดเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ขององค์กรในอนาคต ผ่านการเผยแพร่ซ้ำ การจำหน่ายสิทธิ การร่วมผลิตกับพันธมิตร และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากคอนเทนท์คุณภาพ
“โจทย์สำคัญของไทยพีบีเอส คือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งคอนเทนท์ เทคโนโลยี ข้อมูล และบุคลากร เพื่อพัฒนาองค์กรสู่ Public Digital Media Platform ที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายวันชัยกล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี