วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
คุก5ปี12เดือนคดีเจ๊อ้อย
ทนายตั้มอ่วม
ศาลให้ชดใช้อีก72.5ล.
ได้ประกันตัวสู้อุทธรณ์
ศาลอาญา พิพากษาจำคุก “ทนายตั้ม” 5 ปี 12 เดือน ไม่รอลงอาญา สั่งชดใช้ “เจ๊อ้อย” 72.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ในคดีร่วมกันฉ้อโกงฯ ด้านทนายตั้มเครียด เปิดใจอ้างไม่ได้รับความเป็นธรรม
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 11 มิถุนายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีฉ้อโกง ที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ1และนางจตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม, นางปณิตา เบี้ยบังเกิด ภรรยา , นายนุวัฒน์ ยงยุทธ หรือนุ คนสนิททนายตั้ม, น.ส.สาริณี นุชนารถ หรือสา แฟนสาวนายนุ , น.ส.ปิณฑิรา การิวัลย์ พี่สาวภรรยาทนายตั้ม, น.ส.แก้วสวรรค์ สุขผล พนักงานโชว์รูมรถยนต์ และ น.ส.มนันพัทธ์ รามธีรพัฒน์ พนักงานโชว์รูมรถยนต์ จำเลยที่ 1-7ตามลำดับ ในความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ , ฟอกเงิน , ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบฟอกเงินฯ
กรณีจำเลยได้ร่วมกันฉ้อโกงเงินจากนางจตุพร หรือ เจ๊อ้อย ผู้เสียหาย ให้โอนเงินจำนวนมากหลายครั้งเช่น เงินลงทุนแพลตฟอร์มหวยออนไลน์ 71 ล้านบาท , เงินซื้อรถเบนซ์13 ล้านบาท และเงินจ่ายค่าจ้างศิลปินชาวจีนผ่านบิตคอยน์39 ล้านบาท ให้แก่จำเลยซึ่งนางจตุพรอ้างว่าถูกนายษิทราฉ้อโกงหลอกลวง ขณะที่นายษิทราอ้างว่าเป็นเงินที่ให้โดยเสน่หา
ทั้งนี้ ศาลอาญา มีคำพิพากษาสั่งจำคุกนายษิทรา ฐานฉ้อโกงฯ รวม 4ปี 6เดือนและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ1ปี6เดือน รวม 5ปี12 เดือน ไม่รอลงอาญา พร้อมสั่งคืนเงินให้นางจตุพร หรือเจ๊อ้อย 72.5ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ5
อย่างไรก็ตาม ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา นายษิทรา แถลงต่อศาลว่าขอให้นำคดีของตนเป็นกรณีศึกษาสอนผู้พิพากษารุ่นใหม่ๆ ว่าหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์บางครั้งก็สู้หลักฐานพยานบุคคลไม่ได้ ซึ่งศาลตอบว่า ที่ศาลไม่มีหลักสูตรการสอนผู้พิพากษารุ่นใหม่เป็นการเฉพาะ แต่จะรับไว้พิจารณาจากนั้น นายษิทรา เดินออกจากห้องพิจารณาคดี หยุดพูดคุยกับญาติและผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด น้ำตาคลอ และร่างกายผ่ายผอมลงกว่าเดิม โดยนายษิทรากล่าวว่า รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะมั่นใจในคดีโอนเงินลงทุนฯ71 ล้านบาท มากว่าไม่ได้กระทำความผิด และมีหลักฐานทางแชทที่พูดคุยกับฝั่งโจทก์อย่างละเอียด แต่ไม่มีการนำขึ้นมาพิจารณา
ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เปิดเผยภายหลังศาลมีคำพิพากษาดังกล่าว ว่าคดีโอนเงิน 71 ล้านบาท ที่อ้างว่าจะนำไปดำเนินธุรกิจหวยออนไลน์ เป็นการหลอกลวง เนื่องจากเงินถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัว ไม่ใช่การให้โดยเสน่หาตามที่จำเลยกล่าวอ้าง จึงลงโทษในส่วนนี้ 4 ปี 6 เดือน
ศาลเห็นเป็นประเด็นสำคัญคือคดีโอนเงิน71 ล้านบาท กรณีลอตเตอรี่ออนไลน์ ศาลวินิจฉัยอย่างละเอียด ว่าโจทก์ไม่ได้ให้โดยเสน่หาไม่ใช่เรื่องจริง
ศาลพิเคราะห์ลงรายละเอียด เช่น แชทไลน์ ว่ามีการส่งไปหาใครบ้าง และเงิน 71 ล้านบาท ไม่ได้ถูกโอนไปทำลอตเตอรี่ออนไลน์ แต่กลับโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของจำเลย ซึ่งก็พิสูจน์ว่าโจทก์ถูกฉ้อโกง ศาลจึงลงโทษในประเด็นนี้ สั่งจำคุกนายษิทรา4 ปี 6 เดือนส่วนประเด็นเงิน 39 ล้านบาท กรณีนักแสดงชาวจีน ศาลมองว่าผู้กระทำความผิดคือนุ และสา ซึ่งศาลได้แยกคดี และมีการรับสารภาพซึ่งพิพากษาไปแล้ว ส่วนนายษิทรา ศาลมองว่าไม่ได้ร่วมในขบวนการดังกล่าว แค่รับผลประโยชน์ จึงไม่ได้สั่งลงโทษ
สำหรับประเด็นเรื่องการซื้อรถ ที่มีการออกใบเสร็จปลอม และนำเอกสารเท็จไปบวกค่าส่วนเกินเป็นเงินสด ศาลพิเคราะห์ว่าเป็นการหลอกลวง จึงสั่งลงโทษจำคุก1 ปี 6เดือน ส่วนประเด็นการก่อสร้างออกแบบโรงแรมมูลค่า 9 ล้านบาท ศาลมองว่า นายษิทราอยู่ในฐานะผู้รับออกแบบ การหักหัวคิวจึงไม่ใช่การฉ้อโกง จึงไม่ลงโทษในประเด็นนี้
นายปานเทพ เปิดเผยด้วยว่า คำพิพากษาศาลเราพอใจในระดับหนึ่ง และน้อมรับอย่างน้อยก็ทำให้หลายคนเห็นการทำงานของบ้านพระอาทิตย์ ว่ามีทีมงานรวมถึงตำรวจที่ช่วยเหลือ ทำให้ที่ผ่านมาไม่สูญเปล่า ส่วนประเด็นข้อหาฉ้อโกงที่เป็นปกติธุระ ศาลพิจารณาจากสำนักงานทนายความที่มีการรับงานต่างๆ ให้เห็นว่าเป็นการช่วยเหลือไม่เฉพาะที่นางจตุพร หรือเจ๊อ้อย คนเดียว แม้จะมีความผิดใน 2 กรรม แต่ไม่เข้าข่ายฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ตาม พ.ร.บ.การฟอกเงิน นอกจากนี้ทีมทนายจะยื่นอุทธรณ์ต่อ ในประเด็นฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ส่วนภรรยาและพี่สาวภรรยาของนายษิทรา ศาลยกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลอาญา มีคำพิพากษาคดีดังกล่าว และทางนายษิทรา ได้ยื่นเรื่องขอประกันตัวในชั้นอุทธรณ์คดี โดยนายเดชา กิตติวิทยานันท์ กล่าวว่า ได้ยื่นขอประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์ประมาณ 6 แสนบาท และหากนายษิทราวางหลักประกัน 1 ล้านบาท น่าจะเพียงพอ ต่อมาเพจเฟซบุ๊กทนายคลายทุกข์ของเดชา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ศาลอาญาอนุญาตให้ประกันตัวทนายตั้ม วงเงิน 1 ล้านบาทปล่อยตัวคืนนี้ อย่างไรก็ตาม ในกรณียื่นขอประกันตัวครั้งนี้ ญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นที่ดิน มูลค่า 2 ล้านบาท ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวนายษิทรา จำเลยที่ 1 โดยตีราคาหลักประกัน 1 ล้านบาท มีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี