วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เด็ดปีกมาเฟียต่างชาติ! ผู้ว่าฯพังงา สนธิกำลังบุกค้นวิลล่าหรูหาดเขาปิหลาย รวบเฒ่าอังกฤษวัย 77 แอบบริหารธุรกิจนอมินีข้ามชาติ-เปิดโรงแรมเถื่อนไร้ใบอนุญาต ศาลสั่งออกหมายจับระนาว 6 คดีซ้อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยเกียรติ วิริยสถิตย์กุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่สนธิสัญญาร่วมจากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพังงา, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกกลอย, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัด, เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพังงา และสำนักงานสรรพากรพื้นที่พังงา นำหมายค้นจากศาลจังหวัดพังงา เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นวิลล่าหรูและสถานประกอบการเป้าหมาย บริเวณริมหาดเขาปิหลาย หมู่ 14 ตำบลโคกกลอย อำเภตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา

ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก ทางศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานความมั่นคงได้รับหนังสือร้องเรียนจากพลเมืองดีและผู้ประกอบการท้องถิ่น เกี่ยวกับการเข้ามาประกอบธุรกิจและการแย่งอาชีพคนไทยของบุคคลต่างด้าวในลักษณะนอมินี (Nominee) ซึ่งจากการสืบสวนในเชิงลึกของเจ้าหน้าที่พบว่า มีกลุ่มบริษัทเอกชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญบริเวณบ้านนาใต้–เขาปิหลาย เข้าข่ายกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน โดยการให้บุคคลสัญชาติอื่นเข้ามาบริหาร ควบคุมธุรกิจ หรือทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตลอดจนมีการดัดแปลงสถานที่เปิดเป็นกิจการโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต
จากการตรวจค้นภายในสถานประกอบการหรูดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายแอนดรูว์ อายุ 77 ปี สัญชาติอังกฤษ โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหนักคือ ‘เป็นบุคคลต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว แต่ประกอบอาชีพหรือทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต’

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ดำเนินคดีกับตัวแทนกลุ่มบริษัทดังกล่าวในข้อหา ‘รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงาน’ โดยคดีดังกล่าว พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโคกกลอย ได้รับคำร้องทุกข์แยกเป็นคดีอาญาที่ 115-120/2569 ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลจังหวัดพังงาได้พิจารณาพยานหลักฐานจนกระทั่งอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายนี้รวมจำนวน 6 หมาย คือหมายจับที่ 154-159/2569 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ส่งผลให้ปฏิบัติการในวันนี้ เจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบถ้วน พร้อมทั้งทำการตรวจยึดเอกสารการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท บัญชีรายรับ-รายจ่าย และพยานหลักฐานนิติกรรมอำพรางอีกหลายรายการเพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีและสืบสวนขยายผลทางภาษี

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบภาคสนามของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองจังหวัดพังงา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม พบว่ากลุ่มทุนและบริษัทของต่างชาติรายนี้ มีพฤติการณ์เปิดสถานประกอบการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวในลักษณะธุรกิจโรงแรม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมจากนายทะเบียนตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการทำลายโครงสร้างการท่องเที่ยวและเอาเปรียบผู้ประกอบการที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง ขณะนี้ทางฝ่ายปกครองอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาเปิดโรงแรมเถื่อนซ้ำอีกกระทง
.jpg)
นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นปฏิบัติการว่า การบุกจู่โจมตรวจค้นจับกุมกลุ่มทุนต่างชาติในวันนี้ ถือเป็นหนึ่งในมาตรการขั้นเด็ดขาดและเข้มงวดสูงสุดของจังหวัดพังงา ในการเดินหน้าปราบปรามขบวนการจัดตั้งบริษัทนอมินีอำพราง และการลักลอบประกอบธุรกิจแย่งอาชีพของคนไทยโดยชาวต่างชาติ
‘จังหวัดพังงาจะไม่ยอมให้มีกลุ่มทุนสีเทาหรือมาเฟียต่างชาติเข้ามาใช้แผ่นดินไทยทำมาหากินอย่างผิดกฎหมาย ปฏิบัติการนี้ทำไปเพื่อสร้างความเป็นธรรมและปกป้องผลประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการชาวไทยและชาวต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา เสียภาษีถูกต้อง และที่สำคัญที่สุดคือเพื่อรักษามาตรฐาน ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของการท่องเที่ยว ตลอดจนเสถียรภาพการลงทุนในพื้นที่จังหวัดพังงาให้อยู่ในระบบที่ยั่งยืนต่อไป’ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวเน้นย้ำ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี