537.jpg
พังงาประกาศเตือน! มรสุมซัด 'แมงกะพรุนหัวขวด' พิษร้ายแรงโผล่เต็มชายหาด

พังงาประกาศเตือน! มรสุมซัด 'แมงกะพรุนหัวขวด' พิษร้ายแรงโผล่เต็มชายหาด

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.57 น.

พังงาประกาศเตือนด่วน! มรสุมซัด 'แมงกะพรุนหัวขวด' พิษร้ายแรงโผล่เต็มหาดบางสัก-บ้านน้ำเค็ม สั่งห้ามจับ-ห้ามล้างน้ำจืดเด็ดขาด ย้ำปฐมพยาบาลด้วยน้ำส้มสายชู 30 วินาที

วันที่ 4 มิ.ย. 69 นายสุริยะ สอนเสริม ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ได้เปิดเผยว่า จากการรายงานและแจ้งเหตุด่วนจากภาคประชาชนและชาวบ้านในพื้นที่ชายฝั่ง พบว่าที่บริเวณ ชายหาดบางสัก และ ชายหาดบ้านน้ำเค็ม ตำบลบางม่วง อำเภตะกั่วป่า จังหวัดพังงา มีสถานการณ์คลื่นลมแรงในอ่าวอันดามันพัดพาเอา “แมงกะพรุนหัวขวด” (Bluebottle Jellyfish) หรือสกุล ไฟซาเลีย (Physalia sp.) ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่มีพิษร้ายแรง เข้ามาเกยตื้นบนผืนทรายและลอยอยู่บริเวณชายฝั่งเป็นจำนวนมาก


ทางหน่วยงานจึงขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในการทำกิจกรรมบริเวณชายหาดรวมถึงการลงเล่นน้ำทะเลในช่วงนี้ และขอความร่วมมือผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากพบเห็นวัตถุคล้ายวุ้นสีฟ้าหรือม่วงบนชายหาด ห้ามจับหรือเหยียบเด็ดขาด และให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ชายหาดหรือหน่วยงานปกครองท้องถิ่นเพื่อดำเนินการจัดเก็บและปักป้ายแจ้งเตือนทันที

สำหรับข้อมูลทางวิชาการ แมงกะพรุนหัวขวด (Bluebottle Jellyfish) สกุลไฟซาเลีย (Physalia sp.) จัดอยู่ในกลุ่ม ไฮโดรซัว (Hydrozoa) ไม่ใช่แมงกะพรุนแท้ แต่มีพิษร้ายแรง มักพบลอยอยู่บนผิวหน้าของน้ำทะเลโดยอาศัยถุงลมสีฟ้าหรือสีม่วงใสช่วยในการลอยตัว และมีหนวดยาวที่มีเซลล์พิษ (Nematocyst) จำนวนมาก ซึ่งในช่วงฤดูมรสุมคลื่นลมแรง สัตว์ชนิดนี้มักจะถูกพัดเข้าสู่ฝั่งและเกยตื้นตามชายหาด

หากผิวหนังของมนุษย์ไปสัมผัสถูกตัวหรือหนวดของมัน จะทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงทันที ผิวหนังจะปรากฏผื่นแดงขนาดยาวหรือเกิดรอยไหม้เกรียมอย่างชัดเจน และในรายที่มีอาการแพ้ขั้นรุนแรง พิษจะเข้าสู่กระแสเลือดส่งผลให้มีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว หรืออาจเกิดอาการช็อกหมดสติจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

นายสุริยะ ได้ให้คำแนะนำและเน้นย้ำถึงขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธี หากมีผู้ได้รับพิษจากแมงกะพรุนหัวขวด ดังนี้ 1.ให้รีบราดด้วยน้ำส้มสายชู บริเวณบาดแผลที่สัมผัสพิษอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 30 วินาที เพื่อระงับการทำงานของถุงพิษที่ยังไม่แตก 2.ห้ามล้างบาดแผลด้วยน้ำจืด หรือน้ำดื่มสะอาดโดยเด็ดขาด 3.ห้ามขัดถู เกา หรือเอาทรายมาขยี้บริเวณแผล เนื่องจากน้ำจืดและการเสียดสีจะไปกระตุ้นเข็มพิษ (Nematocysts) ที่ยังตกค้างบนผิวหนังให้แตกตัวและปล่อยพิษเข้าสู่ร่างกายเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้อาการทรุดหนักลง และ 4.หากผู้ป่วยมีอาการไม่ดีขึ้น หรือปรากฏสัญญาณชีพวิกฤต เช่น แน่นหน้าอก หายใจติดขัด ความดันตก หรือหมดสติ ให้รีบนำตัวส่งสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร่งด่วนที่สุด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top