542.jpg
'สุริยะ'เปิดงานติดตามต้นแบบผลิตข้าวคาร์บอนต่ำสุพรรณบุรี หนุนเกษตรกรสู่การทำนายุคใหม่

'สุริยะ'เปิดงานติดตามต้นแบบผลิตข้าวคาร์บอนต่ำสุพรรณบุรี หนุนเกษตรกรสู่การทำนายุคใหม่

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.11 น.

"สุริยะ"เปิดงานติดตามต้นแบบผลิตข้าวคาร์บอนต่ำสุพรรณบุรี หนุนเกษตรกรสู่การทำนายุคใหม่ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ มุ่งสู่ผู้นำข้าวคาร์บอนต่ำของโลก

17 มิถุนายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานและลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ ณ กลุ่มแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ (ข้าว) อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนนโยบายการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากเกษตรกรในพื้นที่ โดยมี นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหารกรมการข้าว หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง


นายสุริยะ กล่าวว่า จังหวัดสุพรรณบุรีถือเป็นพื้นที่สำคัญของการผลิตข้าวไทยและเป็นตัวอย่างของการปรับตัวสู่เกษตรสมัยใหม่ที่ใช้ความรู้ เทคโนโลยี และการรวมกลุ่มของเกษตรกรเป็นพลังในการยกระดับการผลิต ท่ามกลางความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ภัยแล้ง สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อน “ข้าวคาร์บอนต่ำ” ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของข้าวไทย ช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและปัจจัยการผลิต ตลอดจนสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะผลักดันอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ การวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูง ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ใช้น้ำน้อย ต้านทานโรคและแมลง รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิตข้าว

นายสุริยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นต้นแบบสำคัญของการนำแนวทางการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying : AWD) มาใช้ ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำ ลดการปล่อยก๊าซมีเทน ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงด้านน้ำในอนาคต สอดคล้องกับแนวทางการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำที่สามารถสร้างผลตอบแทนทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน

ด้าน นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวได้ขับเคลื่อนการผลิตข้าวตามแนวทาง "3 เพิ่ม 3 ลด" ได้แก่ เพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพ และเพิ่มรายได้ ควบคู่กับการลดการใช้น้ำ ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อยกระดับการผลิตข้าวไทยให้มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกในอนาคต

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อว่า กรมการข้าวได้รับมอบนโยบายสำคัญจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการขยายผลการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำผ่านศูนย์ข้าวชุมชนและกลุ่มนาแปลงใหญ่ทั่วประเทศ พร้อมเร่งยกระดับการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ พัฒนางานวิจัย เทคโนโลยีลดต้นทุน และระบบข้อมูลการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลรายแปลงมาใช้ในการติดตามและตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและตลาดทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ กรมการข้าวยังมุ่งพัฒนาระบบรับรองมาตรฐานข้าวคาร์บอนต่ำหลายระดับ เพื่อให้เกษตรกรทุกกลุ่มสามารถเข้าร่วมได้ตามศักยภาพ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับที่สามารถเชื่อมโยงกับตลาดพรีเมียม ตลาดส่งออก และระบบคาร์บอนเครดิตในอนาคต พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน โรงสี ผู้ส่งออก และสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาการแปรรูป การสร้างแบรนด์ และเพิ่มมูลค่าผลผลิตข้าวไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งเป้าหมายผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านข้าวคุณภาพ ข้าวปลอดภัย และข้าวคาร์บอนต่ำของโลก โดยมีเกษตรกรไทยเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างรายได้ที่มั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่ชาวนาไทยในระยะยาว" อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้บังคับรถหยอดข้าวงอกติดตั้งระบบบังคับอัตโนมัติ ชมการสาธิตการปลูกข้าวด้วยรถหยอดข้าวงอกติดตั้งระบบบังคับอัตโนมัติ และการใช้โดรนหว่านข้าวงอก พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการนวัตกรรมการผลิตข้าว นิทรรศการพันธุ์ข้าว กข113 และ กข119 ตลอดจนการสาธิตเทคโนโลยีการผลิตข้าวสมัยใหม่ อาทิ การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การใช้ท่อวัดระดับน้ำ การใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี การจัดการฟางและตอซังโดยไม่เผา และการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน

สำหรับพื้นที่ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วย “กลุ่มนาแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ (ข้าว)” ซึ่งเป็นต้นแบบการรวมกลุ่มเกษตรกรที่มีการบริหารจัดการการผลิตอย่างเป็นระบบ และ “ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเขาคีรี” ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกร และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อลดการเผา เพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำในระดับชุมชน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top