542.jpg
ชาวภูทับเบิกไม่ทน! บุกแจ้งจับอินฟลูฯดังปล่อยเฟคนิวส์ ‘ควายกินกะหล่ำปลีดับ’

ชาวภูทับเบิกไม่ทน! บุกแจ้งจับอินฟลูฯดังปล่อยเฟคนิวส์ ‘ควายกินกะหล่ำปลีดับ’

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.14 น.

ภูทับเบิกไม่ทน! ม็อบเกษตรกรชาวเขากว่า 200 ราย บุกแจ้งจับ 'อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง' ปล่อยเฟคนิวส์ 'ควายกินกะหล่ำปลีดับ' ทำลายความเชื่อมั่นผู้บริโภคยับ ยันผลตรวจรัฐไร้สารเคมีตกค้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสความไม่พอใจอย่างรุนแรงในกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตพืชผลทางการเกษตรบนพื้นที่สูง โดยแกนนำกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีชาวเขาบนภูทับเบิก พร้อมด้วยพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า และพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนมากกว่า 200 ราย ได้พากันรวมตัวแสดงพลังที่ศาลากลางหมู่บ้าน หมู่ 16 ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อร่วมกันลงลายมือชื่อมอบอำนาจสิทธิ์ให้แก่ทีมฝ่ายกฎหมาย ในการเดินหน้าเอาผิดทางคดีขั้นเด็ดขาดกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังรายหนึ่งบนโลกออนไลน์


ปฏิบัติการรวมตัวของกลุ่มเกษตรกรครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากอินฟลูเอนเซอร์คนดังกล่าว ได้มีการผลิตและเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาลงสู่ระบบคอมพิวเตอร์และสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีข้อความระบุหรือสื่อความหมายในลักษณะเชิงลบว่า ‘มีควายกินกะหล่ำปลีเข้าไปแล้วเกิดเสียชีวิต’ ซึ่งการนำเสนอข้อมูลดังกล่าวไม่มีการกลั่นกรองข้อเท็จจริง และส่งผลกระทบสะท้อนกลับมาสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ภาคการเกษตรและการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดเพชรบูรณ์

กลุ่มเกษตรกรระบุว่า คอนเทนต์บิดเบือนข้อมูลดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงเป็นลูกโซ่ต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วประเทศ และฉุดเรารั้งกลไกตลาดผลผลิตทางการเกษตรให้ตกต่ำลง เนื่องจากผู้ซื้อและพ่อค้าคนกลางเกิดความตระหนกและกังวลใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของกะหล่ำปลีที่ส่งออกจากพื้นที่ภูทับเบิก

ทั้งที่ในข้อเท็จจริงก่อนหน้านี้ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัดและกระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มเก็บตัวอย่างผลผลิตกะหล่ำปลีจากแปลงปลูกของชาวบ้านไปเข้าห้องปฏิบัติการ (Lab) เพื่อตรวจสอบสารพิษและสารเคมีตกค้างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ก็ออกมาการันตีอย่างชัดเจนแล้วว่า ‘ไม่พบสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนตกค้างเกินค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดแต่อย่างใด’ กะหล่ำปลีภูทับเบิกจึงมีความปลอดภัยต่อทั้งคนและสัตว์ 100%

ต่อมา ตัวแทนฝ่ายกฎหมายพร้อมด้วยตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้เดือดร้อน ได้รวบรวมเอกสารบัญชีรายชื่อผู้เสียหายทั้งหมด ยอดสถิติความเสียหายทางเศรษฐกิจ และหลักฐานการโพสต์/คลิปวิดีโอของอินฟลูเอนเซอร์รายดังกล่าว เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรท่าพล อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน และแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

โดยทางตัวแทนได้แจ้งข้อกล่าวหาหนักในความผิดฐาน ‘นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน’ รวมถึงการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง เกียรติยศ ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล (หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา)

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.ท่าพล ได้รับเรื่องร้องทุกข์ดังกล่าวไว้พิจารณา พร้อมทั้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานทางเทคโนโลยี ตรวจสอบเอกสารความเสียหาย และเตรียมดำเนินการออกหมายเรียกตัวอินฟลูเอนเซอร์ผู้ถูกกล่าวหารายนี้ ให้เดินทางมาเข้าพบและให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนตามกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top