วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เร่งเคลียร์อุโมงค์ดอยหลวง หลังสรุปผลหินผนังหลุดทับคนงานดับ 2 เจ็บ 2 เผยทั้งหมดล้วนคนกาญจนบุรี-เมียนมา
21 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และเอกชนรับก่อสร้างโครงการรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ช่วงที่ 3 จากเชียงราย-เชียงของ โดยกิจการร่วมค้าซีเคเอสที-ดีซี 3 ได้เข้าไปจัดการเก็บกวาดภายในอุโมงค์ที่เกิดอุบัติเหตุและอุปกรณ์บริเวณบนเหล็กนั่งร้านและหินตกลงมาทับคนงาน เสียชีวิตจำนวน 2 ราย เมื่อหัวค่ำวันที่ 20 มิ.ย.2568 ที่ผ่านมา
เขตอุโมงค์พื้นที่ ต.โชคชัย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย โดยมีการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาและวิศวกรเข้าไปสำรวจและประเมินพื้นที่ก่อนซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสามารถเดินหน้าป้องกันแนวพนังรวมทั้งเข้าสู่กระบวนการ Protection ภายในอุโมงค์ได้ต่อไป

สำหรับผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าวทราบชื่อ นายอภิเดช แก้วประเคน อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 166 หมู่ 7 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และนายตู้ ตู้ หุน อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมา
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีจำนวน 2 ราย ได้แก่ น.ส.สุภมาศ เขียวไสว อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 56/3 หมู่ 7 ต.หวายเหนียว อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี และนายทูน ทูน วิน สัญชาติเมียนมา ปัจจุบันทั้งคู่ได้รับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคระห์
ทางด้าน พ.ต.อ.อรรณพ เลิศสุวรรณ ผกก.สภ.ดอยหลวง ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบร่วมกับวิศวกรโครงการฯ และสอบสวนข้อมูลทราบว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 18.45 น.อยู่ในพื้นที่หมู่ 10 ค.โชคชัย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย เป็นความรับผิดชอบของ สภ.ดอยหลวง เนื่องจากส่วนปลายอุโมงค์ออกไปคือ อ.เชียงของ จ.เชียงราย
.jpg)
จากการตรวจสอบร่วมกันพบว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการที่คนงานได้ขึ้นไปบนนั่งร้านเหล็กเพื่อเจาะยึดเหล็กเข้ากับผนังอุโมงค์ ซึ่งเป็นดินที่ถูกขุดเจาะแล้ว แต่ปรากฎว่าหินจากผนังได้หลุดร่วงลงมาทับคนงานอย่างกระทันหัน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
ทั้งนี้ ร.ต.อ.พัลลภ สุขใจ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ดอยหลวง อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและพยานเพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ทั้งนี้หลังจากที่คืนที่ผ่านมา (20 มิ.ย.69) หลังเกิดเหตุวิศวกรโครงการฯ เคยออกมาระบุว่า การขุดเจาะอุโมงค์ได้แล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2568 ทำให้ต้องรองรับปริมาณน้ำฝนที่มีมากมา 1 ปีเต็ม ส่งผลทำให้ส่วนที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการ Protection อย่างเต็มรูปแบบ ถูกโจมตีโดยปริมาณน้ำสะสมดังกล่าวทำให้มีความอ่อนและผันแปรทางธรณีได้ในที่สุด แต่หากมีการ Protection อย่างเต็มรูปแบบจะไม่เกิดเหตุเช่นนี้อย่างแน่นอนรวมไปถึงการเปิดให้บริการในอนาคตต่อไป

ขณะที่นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย แจ้งว่า จังหวัดมีศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อยู่แล้วและมีการตรวจวัดและวิเคราะห์ปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่องดังนั้นโครงการจะต้องนำผลการตรวจวัดและวิเคราะห์ดังกล่าวไปวิเคราะห์ทางธรณีด้วย ซึ่งโครงการฯ รับจะดำเนินการและจะให้ทางผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจประเมินก่อนต่อไป
ทั้งนี้ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อม นายอำเภอดอยหลวง นายสุรพงษ์ มาลาวิลาศ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ รักษาการหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย สาขาเชียงของ และนายประพัฒน์ สีธิ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ได้เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลดอยหลวง จากอุบัติเหตุอุโมงค์รถไฟดอยหลวง ด้วย
.jpg)
สำหรับโครงการเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2561 อนุมัติให้ รฟท.ทำการก่อสร้างด้วยงบประมาณ 85,345 ล้านบาท ตั้งแต่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ จนถึงชายแดนไทย-สปป.ลาว อ.เชียงของ รวมระยะทาง 323.1 กิโลเมตร ใช้เวลาก่อสร้าง 7 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถเปิดให้บริการได้ในเดือน ม.ค.2571 โดยสัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 71 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.2565 สิ้นสุดงานตามสัญญาวันที่ 14 ม.ค.2571 ระยะทางโครงการ 87 กิโลเมตร โดยมีอุโมงค์ดอยหลวงซึ่งเป็น 1 ใน 4 อุโมงค์ของโครงการนี้ซึ่งมีความยาว 3.4 กิโลเมตรและแผนงานสะสมคืบหน้าแล้ว 62.91% ผลงานสะสม 72.12% เร็วกว่าแผน 9.21%.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี