542.jpg
สุรินทร์จับบิ๊กล็อต! ยึดยาบ้า 6 แสนเม็ด พร้อม 2 ทรชนซิ่งกระบะชนรถตำรวจหนี

สุรินทร์จับบิ๊กล็อต! ยึดยาบ้า 6 แสนเม็ด พร้อม 2 ทรชนซิ่งกระบะชนรถตำรวจหนี

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.03 น.

ตร.เมืองสุรินทร์ สกัดจับ 2 พ่อค้ายาซิ่งกระบะชนรถสายตรวจ ทิ้งกระสอบปุ๋ยบรรจุยาบ้า 600,000 เม็ด ข้างห้างดัง ก่อนจนมุมหน้าวัดจำปา สารภาพรับงานส่งพื้นที่เมืองช้าง

วันที่ 22 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองสุรินทร์ นายวีระชัย ประเสริฐโส รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ (ผบก.ภ.จว.สุรินทร์), พล.ต.ต.เชษฐา เชยชุ่ม ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.อ.ชัยณรงค์ บุญด้วง รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ และ พ.ต.อ.เอกพงษ์ พลมณี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสุรินทร์ (ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์) ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ภาคอีสานใต้ ยึดของกลางเป็นยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) จำนวนรวมประมาณ 600,000 เม็ด พร้อมรถยนต์กระบะที่ใช้ในการก่อเหตุ


พ.ต.อ.เอกพงษ์ พลมณี ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ เปิดเผยว่า การจับกุมบิ๊กล็อตในครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า จะมีกลุ่มกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมหาศาลจากพื้นที่แนวชายแดนเข้ามาส่งมอบให้กับเอเย่นต์รายย่อยในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีการนัดหมายส่งมอบของกันบริเวณริมถนนใกล้กับห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุรินทร์ หลังได้รับรายงานจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่วางกำลังดักซุ่มเยื้องจุดนัดพบในเงามืดทันที

กระทั่งต่อมาเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 22 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ชุดซุ่มสังเกตการณ์พบรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า สีน้ำตาลไหม้ ขับขี่เข้ามาจอดบริเวณจุดนัดหมายอย่างมีพิรุธ จากนั้นมีชายจำนวน 2 คน ลงมาจากตัวรถและช่วยกันแบกกระสอบปุ๋ยจำนวน 3 กระสอบ ลงมาวางทิ้งไว้บริเวณปากซอยใกล้กับห้างโรบินสัน สุรินทร์ (ฝั่งตรงข้ามกับร้านอาหารล้านช้าง) เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดักซุ่มอยู่จึงแสดงตัวเพื่อเข้าทำการขอตรวจค้น

เมื่อคนร้ายเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่างพากันกระโดดขึ้นรถยนต์กระบะแล้วเหยียบคันเร่งขับรถซิ่งหลบหนีไปตามถนนหลักเมืองอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปทางหน้าวัดจำปา เจ้าหน้าที่จึงขับรถสายตรวจไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด ทว่าในระหว่างการไล่ล่า รถของคนร้ายได้เข้าตาจน ผู้ขับขี่จึงได้ตัดสินใจใส่เกียร์ถอยหลังพุ่งชนกระแทกรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไล่ตามมาด้านหลังอย่างรุนแรงเพื่อเปิดทางหนี ก่อนที่ผู้ต้องหาทั้งสองคนจะเปิดประตูรถแล้วพยายามจะวิ่งแยกย้ายกันหลบหนีไปในความมืด แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังปิดล้อมและสามารถวิ่งไล่ตะครุบตัวเอาไว้ได้ทั้งสองรายในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบและควบคุมตัวผู้ต้องหา ทราบชื่อคือ นายกฤษฎา หรือ ‘เจมส์’ อายุ 27 ปี และ นายณัฐนนท์ หรือ ‘ตี๋’ อายุ 21 ปี ทั้งสองคนเป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหามายังจุดที่นำกระสอบปุ๋ยมาวางทิ้งไว้ ตรวจสอบภายในกระสอบปุ๋ยทั้ง 3 ใบ พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่อัดแน่น รวมยอดตรวจนับได้ประมาณ 600,000 เม็ด จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางพร้อมรถยนต์กระบะนิสสันที่ใช้ก่อเหตุ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาหนักร่วมกันว่า ‘จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป’ ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ทาง สภ.เมืองสุรินทร์ กำลังเร่งสืบสวนขยายผลทางเทคโนโลยีและเส้นทางการเงินเพื่อออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการและนายทุนใหญ่ ผนึกมาตรการสมคบเพื่อยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดทั้งหมดต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top