วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
อธิบดีDSI เซ็นรับคดีหลอกลงทุน Forex เป็นคดีพิเศษแล้ว ในฐานความผิดพ.ร.บ.คอมพ์ฯ เหตุพบการชักชวนลงทุนเทรดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ลงในอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการเข้าถึงคนจำนวนมากและเสียหายเกิดขึ้น
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) นำโดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้เปิดปฏิบัติการ“Shutdown the laundering” ซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 24 จุด เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69 สามารถตรวจยึดเงินสดกว่า 65 ล้านบาท และทรัพย์สินมูลค่าสูงอีกหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นรถหรูซูเปอร์คาร์ เครื่องประดับทองคำและเครื่องประดับเพชร กระเป๋าแบรนด์เนม เงินแท่ง เงินสกุลต่างประเทศ ซึ่งจากการขยายผลเส้นทางการเงินพบว่ามีนักการเมืองและดาราชื่อดังเกี่ยวข้องรับโอนเงินจากบริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ซึ่งผู้เสียหายกว่า 500 ราย ความเสียหายรวมพันล้านบาทนั้น
รายงานข่าวจากกรมสอบ สวนคดีพิเศษ(DSI) เปิดเผยว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะพนักงานสืบสวนที่ 52/2569 ได้ดำเนินการสอบสวนปากคำพยานผู้เสียหายและรับคำร้องทุกข์กล่าวโทษ และนำพยานหลักฐานทั้งหมดที่ได้จากการเข้าพื้นที่ตรวจค้นไปตรวจสอบและวิเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นบัญชีธนาคาร โทรศัพท์มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์ สินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และสกุล USDT เอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการดำเนินงานของเครือข่ายการลงทุน ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย.69 ได้มีการเสนอขอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณารับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 เนื่องด้วยมีพฤติการณ์ทางคดีที่เข้าข่ายกฎหมายในความผิดฐาน พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ทั้งนี้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการเซ็นลงนามรับเป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้วในฐานความผิด “พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550” และจะได้มีการขยายผลตรวจสอบว่ามีความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องอีกหรือไม่ต่อไป
ส่วนกรณีที่อธิบดีDSI รับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษในฐานความผิดดังกล่าวไว้ก่อนนั้น เนื่องด้วยพบว่ามีการชักชวน เชิญชวน แนะนำการลงทุนเทรดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ(Forex)ลงในอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการเข้าถึงคนจำนวนมาก แต่มีลักษณะเป็นการหลอกลงทุน เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้น โดยไม่เป็นไปตามที่กล่าวอ้างไว้
ขณะที่นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม กรณีพบความเกี่ยวข้องในเรื่องเส้นทางการเงินและความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ ล่าสุดทั้งคู่ยังไม่ได้มีการประสานขอเข้าพนักงานสอบสวนดีเอสไอเพื่อชี้แจงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนก็ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกพยานเพื่อให้ทั้งคู่เข้าชี้แจง เนื่องจากยังอยู่ระหว่างกระบวนการสอบปากคำผู้เสียหายในคดีจำนวนมากที่ได้มีการประกาศประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนและขอความร่วมมือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนกับกลุ่มโบรกเกอร์ ผู้แนะนำการลงทุน (IB) และบริษัทช่องทางการชำระเงินที่เกี่ยว ข้องกับคดีหลอกลวงลงทุนเงินตราต่างประเทศ (Forex) นอกระบบ ให้เร่งติดต่อเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฎหมาย อาทิ ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากโบรกเกอร์ FOREX เช่น QRS Global, HFM, GOFX, Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) ประกอบด้วย อาจารย์พี, โค้ชเจมส์, JP Global, แอคมี่ และบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับ - ส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อีก 2 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด และ 2.บริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี