542.jpg
นครพนมล่าระทึก! เก๋งขนไอซ์ 200 กิโลแหกด่าน จนท.ยิงยางหลุดจนมุมคารถ

นครพนมล่าระทึก! เก๋งขนไอซ์ 200 กิโลแหกด่าน จนท.ยิงยางหลุดจนมุมคารถ

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.37 น.

ทหารพราน-ตชด.นครพนม ไล่ล่าระทึกเก๋งซิ่งแหกด่าน ขนไอซ์ล็อตมหึมา 200 กิโล รวบ 2 โจ๋มุกดาหารจนมุมคารถ แฉขบวนการยานรกหนีภาคเหนือหันซุกโขงอีสาน

วันที่ 24 มิ.ย. 69 ที่หน้ากองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 (ตชด.237) ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ร.อ.อาคม คำจุลฬา ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2102 (ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2102) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับ ร.ต.อ.จรณ์ แก้วคำแสน หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว ตชด.237 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ได้ผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายพีระกานท์ หรือหัด อายุ 18 ปี และ นายวิศรุต หรือปาย อายุ 26 ปี ทั้งคู่เป็นชาว อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 4 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 200 กิโลกรัม รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีดำ ทะเบียนอุบลราชธานี


สำหรับการจับกุมล็อตมหึมาครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 2102 ได้บูรณาการร่วมกับ ตชด.237 ออกลาดตระเวนเข้มงวดในพื้นที่รับผิดชอบตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง กระทั่งกลางดึกที่ผ่านมาเมื่อเข้าตรวจสอบบริเวณบ้านหาดทรายเพ หมู่ 5 ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นช่วงเวลาดึกสงัด เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีดำ คันต้องสงสัย วิ่งมาบนถนนเลียบลำน้ำโขงเพียงคันเดียวอย่างมีพิรุธ จึงได้ส่งสัญญาณไฟเพื่อให้หยุดรถเพื่อขอทำการตรวจค้นตามวงรอบ

ทว่า เมื่อคนขับเห็นเจ้าหน้าที่ กลับไม่ยอมหยุดรถ แต่ได้เหยียบคันเร่งพุ่งชนฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าตัดเข้าสู่ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 สายนาแก-บ้านแพง บ่ายหน้าไปทาง อ.บ้านแพง เจ้าหน้าที่จึงเปิดฉากขับรถไล่ล่าติดตามไปอย่างกระชั้นชิด พร้อมทั้งวิทยุประสานจุดสกัด แต่คนร้ายขับขี่ด้วยความเร็วสูงและอันตราย เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงสกัดเข้าที่ยางล้อรถเพื่อบังคับให้หยุด แต่คนร้ายยังคงใจเด็ด ฝืนขับบดยางที่ระเบิดหนีต่อไปท่ามกลางประกายไฟพุ่งออกจากล้อ

จนกระทั่งรถวิ่งเข้าเขต อ.บ้านแพง และเกิดเสียหลักเนื่องจากตัวล้อหลุดกระเด็นออกจากเพลารถ จอดสงบนิ่งอยู่กลางสะพานข้ามห้วย ฝั่งขาเข้าตัว อ.บ้านแพง บริเวณบ้านม่วงชี หมู่ 4 ต.โพนทอง อ.บ้านแพง รวมระยะทางในการไล่ล่าบดล้อหนีกว่า 20 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงเข้าประชิดและควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายไว้ได้คารถก่อนจะทันเปิดประตูหนี ตรวจค้นเบาะหลังพบกระสอบบรรจุยาไอซ์ 4 กระสอบใหญ่ จึงควบคุมตัวมาขยายผลที่ฐานปฏิบัติการ

จากการสอบสวน นายพีระกานท์ หรือหัด เยาวชนวัย 18 ปี ซึ่งมีรอยสักเต็มตัวรวมถึงใบหน้า ทำหน้าที่เป็นหัวโจกขับรถ ให้การรับสารภาพโดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้านว่า ตนเองเพิ่งทำเป็นครั้งแรก โดยได้รับการว่าจ้างจากนายหน้ายาเสพติดฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ให้เดินทางมารับยาเสพติดในพื้นที่ จ.นครพนม โดยยังไม่ได้ตกลงค่าจ้างสุทธิ แต่โอนเงินค่าเดินทางมาให้ก่อน 5,000 บาท ตนจึงชวนนายวิศรุต หรือปาย เพื่อนรุ่นพี่ร่วมเดินทางมาด้วย โดยนั่งรถโดยสารมาลงที่ บขส.นครพนม และเปิดห้องพักรีสอร์ทนอนรอนายสั่งการอยู่นานถึง 3 วัน

จนกระทั่งครบกำหนด นายหน้าได้โทรศัพท์สั่งให้ไปขับรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ ของกลาง ซึ่งจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถ บขส.นครพนม โดยมีกุญแจเสียบค้างไว้ จากนั้นให้ขับไปตามพิกัดริมแม่น้ำโขง เมื่อไปถึงก็พบกลุ่มชายฉกรรจ์แบกกระสอบยาไอซ์จำนวน 4 กระสอบมายัดใส่เบาะหลังรถ และสั่งให้ตนขับมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนสายหลักหมายเลข 212 เพื่อนำยาไอซ์ทั้งหมดไปส่งให้ลูกค้าที่ปลายทาง จ.ขอนแก่น แต่ระหว่างทางกลับแจ็กพอตเจอเจ้าหน้าที่ดักเรียก จึงตกใจซิ่งหนีจนถูกยิงยางระเบิดและล้อหลุดดังกล่าว

ด้าน นายวิศรุต หรือปาย ผู้ต้องหารุ่นพี่ กล่าวทั้งน้ำตาด้วยความสำนึกผิดว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่รับงานนี้เด็ดขาด ตอนนี้คิดถึงลูกและภรรยามาก และป่านนี้ทางบ้านยังไม่รู้เลยว่าตนเองถูกจับกุมตัวคดียาเสพติดร้ายแรง

ทั้งนี้ชุดจับกุมระบุว่า สาเหตุที่ระยะนี้พื้นที่แถบแม่น้ำโขงภาคอีสานมีการลักลอบลำเลียงยาไอซ์และยาเสพติดประเภท 1 เข้ามาถถี่และจำนวนมากผิดปกติ เนื่องจากขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติได้ทำการปรับเปลี่ยนยุทธวิธีเชิงภูมิศาสตร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการกดดันและกวาดล้างอย่างหนักในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมี หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด (นบ.ยส.) ตั้งด่านตรวจตราสกัดเข้มข้นขั้นสูงสุด ทำให้เส้นทางลำเลียงดั้งเดิมผ่านยาก ขบวนการจึงต้องย้ายฐานปฏิบัติการข้ามแดนมาใช้ช่องโหว่ทางลำน้ำโขงฝั่งลาวทะลักเข้าสู่ไทยแทน

สอดคล้องกับข้อมูลสถิติของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ที่ชี้ชัดว่า จังหวัดชายแดนริมน้ำโขง อาทิ นครพนม, มุกดาหาร, บึงกาฬ และหนองคาย กลายเป็นพื้นที่สีแดงที่มีอัตราการตรวจยึดยาเสพติดประเภทสารตั้งต้นและยาไอซ์สูงติดอันดับอย่างต่อเนื่อง โดยยาไอซ์เหล่านี้จะถูกลำเลียงเข้ามาเพื่อเป็นทางผ่านข้ามต่อไปยังประเทศมาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และส่งออกสู่ตลาดโลกต่อไป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้งสองคนในข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เกิดให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป" ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลอายัดทรัพย์สินขบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top