วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
'ศ.ดร.อมร'ชี้เป้า! ‘5 ปัจจัยหายนะ’ แผ่นดินไหวคู่ 7.2 และ 7.5 ถล่มเวเนซูเอลา เตือน!ชั้นดินขยายแรงระเบิดกลไกเดียวกับกรุงเทพฯ
วันที่ 25 มิ.ย. 69 ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งประวัติศาสตร์และรุนแรงที่สุดในรอบกว่าหนึ่งศตวรรษ โดยจุดศูนย์กลางอยู่ใกล้กับกรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศเวเนซูเอลา แรงสั่นสะเทือนมหาศาลส่งผลให้อาคาร บ้านเรือน และตึกสูงจำนวนมากพังถล่มลงมากลายเป็นเศษซากปรักหักพังในพริบตา โดยสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ได้ประเมินสถานการณ์เบื้องต้นว่า จากความรุนแรงและหนาแน่นของเมือง คาดว่าอาจจะมีผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึงหลักหมื่นคน
จากกรณีดังกล่าว ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลและวิเคราะห์ถึงกลไกทางวิศวกรรมควบคุมโครงสร้าง ว่าเหตุใดแผ่นดินไหวครั้งนี้จึงสร้างความเสียหายรุนแรงและทำให้อาคารถล่มเป็นจำนวนมาก โดยสรุปปัจจัยสำคัญออกเป็น 5 ประเด็นหลักที่ต้องพิจารณาดังนี้
.jpg)
ประเด็นที่ 1 : พิฆาตด้วย ‘แผ่นดินไหวคู่’ (Doublet Earthquake) ถล่มซ้ำใน 1 นาที โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่ใช่รูปแบบทั่วไป แต่จัดเป็น ‘แผ่นดินไหวคู่’ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมากในทางธรณีวิทยา โดยแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ได้ระเบิดขึ้นก่อน จากนั้นภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 นาที แผ่นดินไหวลูกที่สองที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมคือ 7.5 ก็เกิดซ้ำขึ้นมาทันที พฤติการณ์เช่นนี้เปรียบเสมือนการซ้ำเติมโครงสร้าง โดยแผ่นดินไหวลูกแรกทำให้โครงสร้างอาคารเกิดการร้าว อ่อนแอ และสูญเสียการทรงตัวไปแล้ว เมื่อเจอแผ่นดินไหวลูกสองซ้ำเข้าอย่างจังในเสี้ยวนาที จึงส่งผลให้อาคารพังถล่มลงมาอย่างง่ายดาย ซึ่งนักแผ่นดินไหววิทยาต้องศึกษาต่อไปว่าลูกแรกไปกระตุ้นลูกที่สองอย่างไร
ประเด็นที่ 2 : ทำเลที่ตั้งบน ‘ชั้นดินอ่อนหนา’ ขยายความแรง (โมเดลเดียวกับกรุงเทพฯ) โดยปัจจัยทางภูมิศาสตร์ของกรุงการากัส ตั้งอยู่ในลักษณะภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาและมีชั้นดินอ่อนที่เกิดจากตะกอนสะสมตัวหนามาก ซึ่งชั้นตะกอนลักษณะนี้มีคุณสมบัติในการ ‘ขยายแรงสั่นสะเทือน’ จากคลื่นแผ่นดินไหวให้ทวีความรุนแรงได้อีกหลายเท่าตัว คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดในกรุงกาฐมาณฑุประเทศเนปาล, เม็กซิโกซิตี และที่น่ากังวลคือ ‘กรุงเทพมหานคร’ ของประเทศไทยก็มีลักษณะชั้นดินอ่อนหนาเช่นเดียวกัน ซึ่งหากคาบการสั่นสะเทือนของดินไปสอดคล้องกับคาบธรรมชาติของอาคาร ก็จะยิ่งเพิ่มแรงเหวี่ยงให้อาคารสูงพังพินาศได้มากขึ้น
ประเด็นที่ 3 : จุดกำเนิดตื้นและใกล้เมืองหลวง ซึ่งทำเลที่เกิดแผ่นดินไหวทั้งสองระลอก อยู่ในระยะห่างประมาณ 170-300 กิโลเมตรจากกรุงการากัส ซึ่งจัดว่าเป็นระยะทางที่ใกล้เมืองหลวงมาก และที่ซ้ำร้ายคือเกิดขึ้นลึกลงไปใต้ดินเพียง 15-24 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งจัดเป็น ‘แผ่นดินไหวระดับตื้น’ (Shallow Earthquake) ปัจจัยเรื่องระยะทางที่กระชั้นชิดและความตื้นของจุดกำเนิด จึงเป็นตัวเร่งให้เกิดคลื่นแผ่นดินไหวที่ทรงพลังและรุนแรงเข้าปะทะตัวเมืองโดยตรง
ประเด็นที่ 4 : โครงสร้างเก่าขาดการต้านทานแผ่นดินไหว-จับตาอาฟเตอร์ช็อก จากการตรวจสอบโครงสร้างสิ่งปลูกสร้างในกรุงการากัส พบว่าจำนวนมากเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและมีผนังอิฐก่อ โดยเฉพาะอาคารเก่าที่ก่อสร้างมานานอาจไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับหรือต้านทานแผ่นดินไหว แม้ว่าประเทศเวเนซูเอลาจะมีกฎหมายมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านแผ่นดินไหวบังคับใช้ แต่คดีนี้ทำให้เกิดข้อกังขาอย่างรุนแรงเกี่ยวกับประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายรวมถึงคุณภาพของวัสดุก่อสร้าง หลังจากนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังภัยแทรกซ้อนจาก ‘อาฟเตอร์ช็อก’ (Aftershock) ที่จะตามมาซ้ำเติมอาคารที่ร้าวอยู่แล้ว
และ ประเด็นที่ 5 : ปริศนาเขย่าวงแหวนไฟลามถึง ‘ญี่ปุ่น’ ใน 25 นาที นอกจากนี้มีข้อสังเกตเชิงธรณีวิทยาที่น่าตกใจว่า หลังจากเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ที่เวเนซูเอลาผ่านไปได้เพียงประมาณ 25 นาที กลับเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.9 ขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นในเวลาไล่เลี่ยกัน ปัจจุบันในหมู่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างแน่ชัดว่า เหตุวินาศภัยทางธรรมชาติของทั้งสองประเทศที่ห่างไกลกันนี้ เป็นเพียงเรื่องบังเอิญตามรอบเวลา หรือเกิดจากปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เกิดการกระตุ้นต่อเนื่องข้ามแผ่นเปลือกโลก ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ศ.ดร.อมร กล่าวทิ้งท้ายว่า เหตุการณ์ที่เวเนซูเอลาถือเป็นบทเรียนราคาแพงและเป็นอุทาหรณ์ที่ประเทศไทย โดยเฉพาะตึกสูงในกรุงเทพมหานครต้องนำมาศึกษาและเตรียมความพร้อมในการปรับปรุงโครงสร้างอาคารให้มีมาตรฐานต้านทานแผ่นดินไหวอย่างจริงจัง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี