วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เด็ดปีกครูฝ่ายปกครองหื่น! ‘ปวีณา’ แท็กทีม ตร.เชียงใหม่ ล็อกตัวคาหมายจับ ลวงขยี้กามนักเรียน ม.2 นานร่วมปี บังคับส่งคลิปโป๊ขู่แบล็กเมล์ ศาลสั่งค้านประกันส่งนอนคุกทันที แม่ใจเด็ดแฉคลิปเสียงปฏิเสธเคลียร์เงิน สพฐ.ฟันซ้ำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
วันที่ 30 มิ.ย. 69 ความคืบหน้าคดีสะเทือนใจสังคม กรณีครูฝ่ายปกครองโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศลูกศิษย์ของตนเองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ทำการประสานงานร่วมกับ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ (ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่) และ พ.ต.อ.ประดิษฐ์ ติ๊บมา ผู้กำกับการ สภ.ฝาง ร่วมกันแถลงผลความคืบหน้าในการจับกุมตัวครูผู้ก่อเหตุรายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว
ย้อนกลับไปในปูมหลังของคดี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 นางน้อย (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ได้พาลูกสาวคือ น้องเนย (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ของโรงเรียนชื่อดังในอำเภอฝาง เดินทางข้ามจังหวัดเข้าร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณาฯ โดยแจ้งว่า ลูกสาวถูก นายหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ครูฝ่ายปกครองและครูสอนวิชาสังคมศึกษา ล่อลวงไปข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง ตั้งแต่ช่วงปลายปี พ.ศ. 2568 ขณะที่เด็กยังศึกษาอยู่ชั้น ม.1 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
พฤติการณ์ของคนร้ายจะอาศัยอำนาจหน้าที่และความเป็นครู ล่อลวงเด็กไปกระทำย่ำยีทางเพศตามสถานที่ต่าง ๆ ภายในสถานศึกษา ได้แก่ ภายในห้องฝ่ายปกครอง, บ้านพักครูในโรงเรียน และบนรถยนต์ส่วนตัวของครูรายดังกล่าว นอกจากนี้ นายหนึ่งยังได้บังคับให้น้องเนยถ่ายภาพและคลิปวิดีโอโป๊เปลือยของตนเองส่งให้ทางแชตแอปพลิเคชันเพื่อใช้เก็บไว้ข่มขู่ โดยเหตุการณ์สะเทือนใจครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ช่วงหลังเลิกเรียน ภายในห้องฝ่ายปกครองของโรงเรียนนั่นเอง
นางน้อย (นามสมมุติ) มารดาของเด็กหญิง กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเพิ่งทราบเรื่องราวอันเลวร้ายนี้เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากมีกลุ่มนักเรียนในโรงเรียนนำเรื่องราวดังกล่าวไปแชร์ต่อในโลกออนไลน์จนกลายเป็นประเด็นอื้อฉาว ตนจึงรีบไปสอบถามความจริงจากปากลูกสาว ที่ผ่านมาลูกสาวพักอาศัยอยู่กับบิดาเนื่องจากตนมีครอบครัวใหม่ แต่เนื่องจากบิดาประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้างทำให้ไม่มีเวลาดูแล และปล่อยให้น้องเนยต้องอยู่บ้านคนเดียวบ่อยครั้ง ทำให้น้องเนยเกิดความเครียดสะสมอย่างรุนแรงจากการถูกครูฝ่ายปกครองข่มขู่ย่ำยี จนเกิดอาการป่วยซึมเศร้าและมีความคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง สุดท้ายจึงตัดสินใจนำเรื่องไปปรึกษาเพื่อนรุ่นน้องจนนำไปสู่การโพสต์แชร์ในโซเชียล
หลังทราบเรื่อง ตนได้พาน้องเนยเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.ฝาง ทันทีในวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ซึ่งทางตำรวจได้ส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล แต่ในระหว่างที่คดีกำลังดำเนินไป ได้มีเพื่อนครูของนายหนึ่งโทรศัพท์ติดต่อมาหาตนเพื่อขอให้ยอมความ และเสนอให้ข้าราชการการเมืองท้องถิ่น (สจ.) ในพื้นที่มาเป็นคนกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยและจ่ายเงินค่าเสียหาย แต่ตนปฏิเสธและสู้ไม่ถอย พร้อมนำหลักฐานคลิปเสียงการขอเจรจาดังกล่าวส่งมอบให้ตำรวจ และพาลูกหนีมาร้องเรียนกับนางปวีณาเนื่องจากเกรงเรื่องความปลอดภัย
ทางด้านคดีความ ภายหลังการเข้าสอบปากคำร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ณ สภ.ฝาง เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดฝาง ออกหมายจับนายหนึ่ง ครูฝ่ายปกครอง ใน 3 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย 1.ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีฯ 2.พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร และ 3.พาเด็กไปเพื่อการอนาจาร โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวนและนำตัวส่งฝากขังต่อศาลเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว และศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทำให้นายหนึ่งถูกส่งตัวเข้าควบคุมขังในเรือนจำทันที
ในส่วนของมาตรการทางวินัย ที่มูลนิธิปวีณาฯ นางปวีณา หงสกุล ได้เชิญ ดร.อรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ ดร.ตฤณ ก้านดอกไม้ ผอ.ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ สพฐ. เข้าประชุมร่วมกับครอบครัวผู้เสียหาย โดย ดร.อรุณี เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีคำสั่งด่วนที่สุดให้ครูฝ่ายปกครองผู้ก่อเหตุ "ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว" พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเพื่อลงโทษไล่ออกอย่างเด็ดขาด โดยเรื่องนี้ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะ ผอ.ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ได้สั่งกำชับให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดและเฉียบขาดที่สุด
สำหรับแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาหลังจากนี้ มูลนิธิปวีณาฯ จะประสานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อนำเงินกองทุนเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญามามอบให้แก่ครอบครัว และประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในการส่งนักจิตวิทยาเข้ามาฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กหญิง และประสานงานเรื่องการย้ายสถานศึกษาแห่งใหม่เพื่อความปลอดภัยและอนาคตทางการศึกษาของเด็กต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี