วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ท่ามกลางกระแสคลื่นความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่หมุนไวและเต็มไปด้วยการแข่งขันทางเทคโนโลยี หลายครั้งที่ “ความสำเร็จ” มักถูกวัดมูลค่าด้วยตัวเลข เม็ดเงิน หรือความก้าวหน้าทางวัตถุแบบตะวันตก แต่หากมองย้อนกลับมายังฟากฝั่งอารยธรรมตะวันออก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่าง “ไทยและจีน” ที่หยั่งรากลึกมายาวนานกว่า 2,200 ปี สิ่งที่ตรึงให้สองชนชาติยังคงเติบโตและพึ่งพาอาศัยกันได้อย่างแน่นแฟ้น กลับไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของเมกะโปรเจกต์หรือมูลค่าการค้า หากแต่เป็น “คุณค่าทางจิตวิญญาณ” ที่ซ่อนอยู่ใน DNA ของผู้คนทั้งสองประเทศ
ความลึกซึ้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์ของกระบวนการเรียนรู้และถอดรหัสอย่างเป็นระบบ ซึ่งถูกจุดประกายและส่งต่อผ่าน หลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย-จีน (วทจ.) รุ่นที่ 8 โดย สถาบันวิทยาการผู้นำไทย–จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ หลักสูตรที่รวบรวมเหล่าผู้บริหารระดับสูง คณาจารย์ และผู้นำองค์กรแถวหน้าของประเทศ มาร่วมกันเปิดประตูบานใหม่เพื่อศึกษา สัมผัส และเชื่อมโยงมิตรภาพไทย-จีนในทุกมิติ
ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ข้อมูลและองค์ความรู้ในชั้นเรียนของ วทจ. รุ่นที่ 8 ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในตำรา ทว่าถูกเปลี่ยนให้เป็น “ประสบการณ์ร่วม” ผ่านการเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน การเดินทางครั้งนั้นทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้เหล่านักศึกษา วทจ. 8 ได้เห็นจีนยุคใหม่แบบ 360 องศา ในแง่หนึ่งคือความตื่นตาตื่นใจต่อความสำเร็จทางเทคโนโลยี นวัตกรรมล้ำสมัย และโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก แต่อีกแง่หนึ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือการได้เห็นกลไกของรัฐบาลจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ที่สามารถบูรณาการร่วมกับภาคเอกชนในการขับเคลื่อนแผนพัฒนา 5 ปี เพื่อขจัดความยากจนในชุมชนห่างไกลได้สำเร็จ โดยไม่ทิ้งรากเหง้าทางวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้เบื้องหลัง
ทั้งนี้ ในพิธีปิดการศึกษาหลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย-จีน รุ่นที่ 8 ประธานรุ่น วทจ. 8 พร้อมผู้แทนรุ่น ได้มีการนำเสนอ บทสรุปรายงานวิจัย ซึ่งเป็นการตกผลึกทางปัญญาของนักศึกษาทั้งรุ่น โดยรายงานวิจัยฉบับนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนภาพรวมทางเศรษฐกิจและการทูต แต่ยังเจาะลึกไปถึงโครงสร้างชุมชน ระบบคุณธรรม และสายสัมพันธ์ทางชาติพันธุ์ที่เชื่อมโยงกันใน 6 ประเทศที่มีกลุ่มวัฒนธรรมไทย-จีนอาศัยอยู่ ถือเป็นเข็มทิศนำทางเล่มใหม่ที่พร้อมให้องค์กรภาครัฐและเอกชนนำไปปรับใช้ในการสร้างความร่วมมือไทย-จีนให้เกิดมิติที่ยั่งยืน
ภายในพิธีปิด ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเพื่อมอบประกาศนียบัตรมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และมอบประกาศนียบัตรมหาวิทยาลัยปักกิ่ง แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจำนวน 106 คน และมอบโล่นักศึกษาดีเด่นจำนวน 7 คน พร้อมทั้งกล่าวปาฐกถาพิเศษที่สร้างแรงบันดาลใจและให้แง่คิดอันลึกซึ้งแก่ผู้สำเร็จการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงแก่นแท้ของวิถีตะวันออกไว้อย่างน่าสนใจว่า "คุณค่าทางจิตวิญญาณของอารยธรรมตะวันออกนั้น มีความสำคัญกว่าความสำเร็จทางด้านวัตถุมาก คุณค่าทางจิตวิญญาณ มีความสำคัญกว่าเงินทองที่โลกตะวันตกเอามาใช้วัดความสำเร็จ แต่อารยธรรมไทย-จีนของเรา ใช้วัดกันที่เรื่องของคุณค่าทางจิตวิญญาณ ความซื่อสัตย์ ความเป็นคนดี และความมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลกัน"
นอกจากนี้ ท่านองคมนตรี ยังได้หยิบยกคำนิยาม 5 คำของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง อย่าง "จง ไท่ อี เจีย ชิง" ที่หมายถึง ไทย-จีน ครอบครัวเดียวกัน พร้อมฝากข้อคิดถึง วทจ. รุ่นที่ 8 ว่า ความสนิทสนมและน้ำใจที่เกิดขึ้นในรุ่นนี้คือ DNA สำคัญที่จะขับเคลื่อนความสัมพันธ์ของสองประเทศต่อไปในอนาคต
ขณะเดียวกัน นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิทยาการผู้นำไทย–จีน กล่าวว่า หลักสูตร วทจ. 8 ในปีนี้ไม่เพียงแต่สร้างผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ระดับสากล แต่เราได้ร่วมกันสร้างเครือข่ายแห่งมิตรภาพที่แข็งแกร่ง เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และความเข้าใจอันดีระหว่างไทย-จีน ให้เติบโตร่วมกันอย่างมั่นคงและยั่งยืนในยุคหน้า"
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี