วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
“K-Engineering World 2026” เปิดโลกวิศวกรรมแห่งอนาคต วิศวะลาดกระบังจับมือ อว. ชู “รถไฟไทยทำ” โชว์นวัตกรรมเปลี่ยนโลก
วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมจารึกประวัติศาสตร์เทคโนโลยีไทย ส่งมอบตู้โดยสารรถไฟต้นแบบ “รถไฟไทยทำ” ฝีมือคนไทยอย่างเป็นทางการให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมเปิดฉากมหกรรมนวัตกรรมและการทดสอบสมรรถนะระดับประเทศ “K-Engineering World 2026” อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 3 - 5 กรกฎาคม 2569 ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. เพื่อโชว์ศักยภาพงานวิจัยไทยที่พร้อมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและสังคมอย่างยั่งยืน
พิธีส่งมอบขบวนรถไฟโดยสารต้นแบบและเปิดงาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 ในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธี โดยมีนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นผู้รับมอบขบวนรถต้นแบบ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารภาครัฐและสถาบันการศึกษา นำโดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบัน สจล. และ รองศาสตราจารย์ ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. โดยได้ร่วมเดินทางบนรถไฟเที่ยวพิเศษปฐมฤกษ์ นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนจากสถานีต้นทางหัวลำโพงสู่สถานีรถไฟพระจอมเกล้าเพื่อเปิดงานอย่างเป็นทางการ
.jpg)
สำหรับ “รถไฟไทยทำ” ที่ส่งมอบในครั้งนี้ คือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายใต้นโยบาย “ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน” เป็นตู้โดยสารระดับ Luxury Class ขนาด 25 ที่นั่ง ที่ผ่านการวิ่งทดสอบบนรางจริงมาแล้วกว่า 10,000 กิโลเมตร โครงสร้างตัวรถผลิตจากเหล็กรูปพรรณแบบโมดูลาร์ที่ช่วยลดน้ำหนักลงถึงร้อยละ 22 รองรับความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถทดแทนเทคโนโลยีนำเข้าด้วยการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ สูงถึงร้อยละ 44.1 และช่วยลดต้นทุนต่อตู้ลงได้ราวร้อยละ 30 ซึ่งการรถไฟฯ มีแผนเตรียมนำไปต่อยอดใช้จริงในเส้นทางท่องเที่ยวระยะ 200–500 กิโลเมตร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวต่อไป
.jpg)
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เปิดเผยว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม งานวิจัยของมหาวิทยาลัยต้องตอบโจทย์ประเทศและสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. มีศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็น AI หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ เซมิคอนดักเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน กระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย”
.jpg)
ทางด้าน ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบัน สจล. สะท้อนวิสัยทัศน์ในการยกระดับมหาวิทยาลัยไทยสู่เวทีโลก “สจล. มุ่งพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยนวัตกรรมระดับโลก โดยมีคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นกำลังสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และสังคม เราเชื่อว่าการพัฒนาประเทศต้องเริ่มจากการพัฒนาคน งาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 จึงเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสงานวิจัยและนวัตกรรมจริง จุดประกายแรงบันดาลใจ และสร้างนักวิจัย นักนวัตกรรม และวิศวกรรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศ”
ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีเปิด คณะผู้บริหารได้ร่วมเดินเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานวิจัยระดับแนวหน้า ซึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ได้นำนวัตกรรมไฮไลต์ที่พร้อมเปลี่ยนอนาคตประเทศมาจัดแสดง ประกอบด้วย งานวิจัยสารหน่วงไฟชนิดออกฤทธิ์ยาวจากเถ้าแกลบ นวัตกรรมเชิงรุกกู้ภัยแล้งฉีดพ่นเคลือบใบไม้แห้งสกัดจากซิลิกาบริสุทธิ์ ลดการลุกลามของไฟป่าได้สูงถึง 83–93% เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่น PM2.5, ระบบตรวจจับพลาสมาบับเบิ้ล ระบบแจ้งเตือนความผิดปกติในชั้นบรรยากาศอวกาศล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัยในการนำร่องอากาศยานและระบบ GPS พร้อมต่อยอดสู่ระบบนำร่องลงจอดอัตโนมัติ (Auto Landing), รถแข่งไฟฟ้าสูตรนักศึกษาขับเคลื่อน 4 ล้อระบบมอเตอร์แยกอิสระ ยานยนต์ต้นแบบ Formula Student EV ด้วยระบบมอเตอร์ล้อ (In-Wheel Motor) สร้างแรงกดอากาศพลศาสตร์ได้ 200 นิวตัน, CiRA Quantum แพลตฟอร์มควอนตัมไฮบริด โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลขั้นสูงเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ดั้งเดิมเข้ากับควอนตัม รองรับระบบความปลอดภัยขั้นสูง (BYOK) และ เครื่องพิมพ์อักษรเบรลล์บนแผ่นโลหะอัตโนมัติ รุ่นที่ 2 นวัตกรรมเพื่อสังคมระบบคอมพิวเตอร์เข็มพิมพ์เดี่ยว ลดต้นทุนและยกระดับความเท่าเทียมในการเข้าถึงข้อมูลของผู้พิการทางการมองเห็น
.jpg)
นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ในฐานะแม่งานหลัก เปิดเผยถึงความตั้งใจในการจัดงานครั้งนี้ “เราเชื่อว่าการสร้างวิศวกรที่มีคุณภาพ ต้องเริ่มจากการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเองผ่านประสบการณ์จริง งานครั้งนี้จึงนำห้องปฏิบัติการและนวัตกรรมมาให้ลงมือปฏิบัติ พร้อมเชื่อมโยงกับโครงการ High Caliber Pathways ซึ่งคัดเลือกนักศึกษาโดยมุ่งประเมินสมรรถนะและความคิดสร้างสรรค์ มากกว่าการวัดผลจากคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างบุคลากรที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต”
สำหรับงาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 ในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตลอด 3 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 3 - 5 กรกฎาคม 2569 ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. โดยได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นทลายสถิติกว่า 20,000 คนจากทั่วประเทศ ภายในงานอัดแน่นไปด้วย 5 กิจกรรมหลัก อาทิ World Engineering Tour เปิดบ้านชมห้องปฏิบัติการชั้นนำ, World Engineering Talk เสวนาจากวิศวกรตัวจริง และเวทีไฮไลต์อย่าง World Engineering High Caliber Engineering Competency Test เวทีทดสอบความรู้พื้นฐานทางวิศวกรรมศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้น ม.4 - ม.6 ซึ่งผู้ที่ทำคะแนนผ่านเกณฑ์และเข้าร่วม Competency Lab จะได้รับสิทธิ์พิเศษและ e-Certificate เพื่อนำไปใช้ยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อในรอบ TCAS1 (Portfolio) โครงการใหม่ High Caliber Engineering Competency Test และรอบ TCAS2 ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ได้ทันที
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี