ศาลออกหมายจับอดีตทนายดัง ดร.ดร.ศิวาวิทย์ สำเร็จผล เบี้ยวนัดฟังฎีกา ปมเบี้ยวเงิน 3.1ล้าน แม่เบนซ์ เรซซิ่ง เบนซ์เผยศาลเคยมีคำสั่งให้คืนเงิน แต่แม่กลับถูกฟ้องกลับ ทนายคนนี้มีความรู้ทางกม.แต่ไม่ควรกลั่นแกล้งประชาชน คนแบบนี้ไม่ควรมีที่ยืนในสังคม เคยถูกลบชื่อจากสภาทนาย ศาลชี้มีพฤติการณ์หลบหนีสั่งออกหมายจับ ปรับนายประกันนัดฟังอีกครั้ง 7 สิงหาคม
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 7 กรกฎาคม ที่ห้องพิจารณา609 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3452/2562 ที่นางสุพรเพ็ญ วรโรจน์เจริญเดช มารดานายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” เป็นโจทก์ฟ้องนาย หรือ ดร.ศิวาวิทย์ สำเร็จผลอดีตทนายความ ชื่อดังเป็นจำเลยในความผิดฐานฟ้องเท็จเบิกความเท็จ
โจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 จำเลยนำความเท็จมาฟ้องโจทก์ต่อศาลอาญาคดีหมายเลขดำ อ.3534/2560 ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม ทำให้โจทก์เสียหาย หมิ่นประมาท ใส่ความโจทก์เอาไปเสียซึ่งเอกสารสัญญาจ้างทำของ และวันที่ 6 ตุลาคม2560 กล่าวหาโจทก์นำสัญญาดังกล่าวไปใช้เป็นพยานหลักฐานเท็จในคดีของศาลแพ่ง ความจริงโจทก์ไม่ได้เอาไป และโจทก์ไม่ได้ใช้พยานหลักฐานเท็จ ขณะจำเลยฟ้องโจทก์คดีดังกล่าว จำเลยเป็นทนายความ ต่อมาถูกสภาทนายความฯ ลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์2561
การกระทำของจำเลยมีเจตนาทุจริต ต้องการให้โจทก์ได้รับโทษทางอาญา และเมื่อวันที่ 5 มีนาคม2561 จำเลยเบิกความเท็จในคดีหมายเลขดำ อ.3534/2560 ศาลพิพากษายกฟ้อง
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก จำเลย 2 ปี ไม่รอลงอาญา จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้จำคุก 8 เดือน โจทก์- จำเลยยื่นฎีกาอีก
อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาปรากฏว่ามีเพียงโจทก์ และทนายความโจทก์มาศาล ขณะที่จำเลยได้รับหมายนัดแล้วไม่มา ศาลจึงมีคำสั่งว่า เมื่อจำเลยได้รับหมายทราบนัดโดยชอบแล้วแต่ไม่มาศาลตามนัดไม่สามารถติดต่อได้ ส่อถึงมีพฤติการณ์หลบหนี ศาลจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับและปรับนายประกันเต็มจำนวน โดยให้เลื่อนฟังคำพิพากษาฎีกาไปเป็นวันที่ 7 สิงหาคมนี้ เวลา 09.00 น. พร้อมฟังผลการจับกุมจำเลย
ด้านนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” เปิดเผยว่า วันนี้ตนกับมารดามาศ่ลเพื่อฟังคำพิพากษาศาลฎีกาโดยมาในฐานะโจทก์ที่ยื่นฟ้องทนายความที่เคยว่าจ้างเรื่องประกันตัวไปและไม่คืนเงินจำนวน 3.1 ล้านบาท และศาลแพ่งได้มีคำสั่งไปก่อนหน้านี้ให้คืนเงินดังกล่าวแบบเต็มจำนวนไปแล้ว แต่ภายหลังจำเลยก็ไม่มีเงินมาชดใช้คืน มีเพียงแค่คำสั่งล้มละลาย หลังจากนั้นพอมีคำสั่งให้คืนเงินทางนายศิวาวิทย์ ยังได้มาฟ้องกลับมารดาตนว่านำเอกสารไปฟ้องโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในวันที่ไต่สวนมูลฟ้องศาลก็ได้ยกฟ้องไปแล้วเนื่องจากไม่มีมูล
การกระทำแบบนี้มองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง เพราะเป็นทนายความมีความรู้ทางกฎหมายแต่กลั่นแกล้งมารดาตนให้รับโทษทางอาญา ตนไม่ได้นิ่งนอนใจก็ได้ฟ้องกลับไปฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษามา แล้วในปี 2565 จำคุก 2 ปี ในข้อหาเบิกความเท็จ และ 1 ปีในข้อหาฟ้องเท็จ แต่ชั้นศาลอุทธรณ์พิพากษาลดโทษจำเหลือ 8 เดือน ซึ่งคู่ความทั้ง 2 ฝ่ายฎีกา
นายอัครกิตติ์ กล่าวอีกว่า ตนมองว่าคดีนี้มีความสำคัญตรงที่เป็นคนมีความรู้ความสามารถและเป็นทนายความ เป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ เคยได้รับรางวัลผู้นำองค์กรดีเด่น ไม่ควรที่จะนำตำแหน่งหรืออำนาจใดๆ มากลั่นแกล้งประชาชน เหมือนหากินกับความเดือดร้อนของผู้อื่นที่มีคดีความอยู่ และคนแบบนี้ไม่ควรมีที่ยืนในสังคม
เมื่อถามว่าที่ผ่านมาเคยมีการเข้ามาเจรจาหรือขอให้ถอนฟ้องหรือไม่ นายอัครกิตติ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมานายศิวาวิทย์ไม่เคยเข้ามาไกล่เกลี่ย มีแต่เข้ามากลั่นแกล้ง ซึ่งตนก็ได้ไปลงบันทึกประจำวันเพื่อป้องกันไว้แล้ว ส่วนก่อนหน้านี้ที่เลือกเข้ามาเป็นทนายความเพราะมีคนรู้จักที่แนะนำมาอีกที ตนไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ก็มีการแอบอ้างว่ารู้จักคนใหญ่คนโต สามารถช่วยเหลือเรื่องคดีความได้ เพราะตอนนั้นตนก็ไม่มีความรู้ในเรื่องกฎหมายเมื่อมีทนายเข้ามาทางเราก็ไว้ใจ แต่สุดท้ายก็ถูกหลอกและเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ตนมองว่าความยุติธรรมยังมีอยู่แต่ใช้ระยะเวลานานเนื่องจากคดีนี้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2562 แล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี