วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ป.ป.ส.ลั่นรู้ตัวการใหญ่ฝั่งลาว ปมคดีแอร์สาวขนเฮโรอีนเข้าออสซี่ เร่งออกหมายจับทั้งขบวนการ ด้านตำรวจ คุมตัว‘อุทัย-นันทวัฒน์’ฝากขังศาลอาญา ค้านประกัน ผบช.ปส.เผยทั้ง 2 ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ แต่ยังไม่ปักใจเชื่อ เร่งขยายผลไปยังเครือข่ายค้ายานรก
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในฐานะโฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยความคืบหน้าการบูรณาการสืบสวนคดีเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีของ น.ส.มีนา แอร์สาวสายการบินไทย ที่ถูกจับกุมในประเทศออสเตรเลีย ว่าขณะนี้กลไกการสืบสวนสอบสวนและการข่าวในฝั่งไทย มีความคืบหน้าไปมาก โดยทุกหน่วยงานกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้สอดรับกัน เพื่อทำสำนวนคดีส่งฟ้องต่ออัยการ
น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวว่า ในทางปฏิบัติของคดีนี้ ป.ป.ส.ทำหน้าที่อำนวยการในการรวบรวมข้อมูลและการข่าวทั้งหมด ที่ติดตามสะสมมาตลอด 2 ปี โดยคดีดังกล่าวได้รับการรับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเป็นขบวนการอาชญากรรมขนาดใหญ่ ที่มีความซับซ้อน จึงมีหลายหน่วยงานร่วมบูรณาการทำงาน ภายใต้การกำกับดูแลภาพรวมของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) รับผิดชอบข้อมูลและขยายผลติดตามตัวการเครือข่าย กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) รับผิดชอบการสืบสวนในพื้นที่ กทม.รวมถึงแกะรอยยานพาหนะและรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ จนสามารถติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้อง ส่วนดีเอสไอ รับผิดชอบขั้นตอนท้ายสุด ในฐานะคดีพิเศษ และทำสำนวน
เมื่อถามถึงความเชื่อมโยงของกลุ่มผู้ต้องหา ที่ปรากฏในข่าวก่อนหน้านี้ น.ส.อารีภักดิ์ ระบุว่า ข้อมูลการข่าวระบุชัดเจนถึงกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องในขบวนการ โดยแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ เช่น กลุ่มของนายอุทัย ซึ่ง บช.ปส.ได้ขยายผลจับกุมนายอุทัย ชายสวมเสื้อฮู้ด ที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะนำพัสดุไปส่ง รวมถึงผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ ส่วนกลุ่มของนายอาทิตย์ และนางทัดสะพอน ภรรยาชาวลาว สองสามีภรรยา ผู้ต้องหาและตัวการสำคัญในเครือข่ายลักลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติ ส่งยาเข้ามาทางพื้นที่ จ.เลย เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวและนำมาขยายผลเชื่อมโยงพยานหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว
ต่อข้อถามถึงสถานะของ น.ส.มีนา ในประเทศออสเตรเลีย น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวว่า กรณีของ น.ส.มีนา ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ มีกระแสข่าวว่าทางการออสเตรเลีย ยังไม่ได้ระบุสถานะผู้ต้องหาอย่างเป็นทางการนั้น เป็นเพราะคดียังไม่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลออสเตรเลีย ในทางกฎหมายจึงอาจยังไม่ได้แจ้งข้อหา แต่ในทางปฏิบัติสามารถใช้คำว่า ผู้ต้องหาได้แล้ว ในความผิดฐานนำเข้าสินค้าต้องห้าม หรือยาเสพติด
ทั้งนี้ การทำงานของทางการออสเตรเลีย และประเทศไทย เป็นการดำเนินการคู่ขนานกัน โดย น.ส.มีนา ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ออสเตรเลีย ซึ่งจะนำข้อมูลไปขยายผลทลายเครือข่ายปลายทางที่กำลังติดตามอยู่ ขณะที่ ป.ป.ส.และหน่วยงานของไทย รับผิดชอบสืบสวนขยายผลต้นทาง
“ขณะนี้ทั้งออสเตรเลียและไทย ต่างทำหน้าที่ในส่วนที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่ และขอยืนยันว่าในส่วนของฝั่งไทย คดีมีความคืบหน้าไปมาก ถือว่าใกล้เต็มทีแล้ว เพราะเรารู้กลุ่มขบวนการและตัวการใหญ่แล้วว่าอยู่ที่ประเทศลาว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ บอกได้เพียงว่าขบวนการนี้ทำทุกอย่างมาแบบสำเร็จรูป ทั้งการบรรจุยาและจัดพัสดุตั้งแต่ฝั่งลาว ก่อนส่งข้ามเข้ามาในพื้นที่ชั้นในของไทย เพื่อหาคนลำเลียงส่งต่อ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อขอศาลออกหมายจับ เนื่องจากเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จึงจำเป็นต้องดำเนินการในฐานะคดีพิเศษ” น.ส.อารีภักดิ์ กล่าว
วันเดียวกัน พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส.กล่าวถึงความคืบหน้าคดีขบวนการลักลอบส่งเฮโรอีนไปยังประเทศออสเตรเลีย ว่าพนักงานสอบสวนได้คุมตัวนายอุทัย อายุ 42 ปี และนายนันทวัฒน์ อายุ 59 ปี ผู้ต้องหา ไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยท้ายคำร้อง ได้ขอคัดค้านการประกันตัว
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากสอบปากคำ ผู้ต้องหาได้ซัดทอดถึงบุคคลอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ต.สมบูรณ์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ขณะนี้ บช.ปส.อยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติม ส่วนแหล่งที่มาของเฮโรอีน ผู้ต้องหาให้การว่า ได้รับมาจากพื้นที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ จึงต้องนำคำให้การมาตรวจสอบว่าสอดคล้องกับพยานหลักฐานที่ตำรวจมีอยู่หรือไม่
พล.ต.ต.สมบูรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้แนวทางการสืบสวนในส่วนของ นายอุทัย และ นายนันทวัฒน์ ยังพบความเชื่อมโยงในขอบเขตของคดีนี้ ยังไม่พบความเชื่อมโยงถึงคดีอื่น โดยนายอุทัย อ้างว่าทำงานลักษณะนี้มา 3 ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนเชื่อว่าห้องเช่าใน จ.พระนครศรีอยุธยา น่าจะถูกใช้เป็นสถานที่กระจายยาเสพติด โดยยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ ว่ามีการส่งยาเสพติดไปยังปลายทางใดบ้าง รวมถึงรายละเอียดการเช่าห้องพัก ซึ่งเป็นข้อมูลในสำนวนการสอบสวน จึงไม่สามารถเปิดเผยได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ไปขออำนาจศาลอาญา ฝากขัง ทางนายนันทวัฒน์ ได้สวมหน้ากากอนามัย เดินออกมาเป็นคนแรก ก่อนที่นายอุทัย ซึ่งสวมหน้ากากอนามัยและสวมเสื้อฮู้ดคลุมศีรษะ จะเดินตามออกมา ซึ่งสื่อมวลชนที่มาเฝ้าติดตามทำข่าว ได้พยายามสอบถามว่าต้องการจะชี้แจงหรือพูดอะไรหรือไม่ รวมถึงมีสิ่งใดอยากฝากถึง น.ส.มีนา หรือไม่ แต่ผู้ต้องหาทั้ง 2 ส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่ตอบคำถามใดๆ ก่อนจะขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขังของ บช.ปส.ทันที
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี