546.jpg
คนไทยโยง‘IS’  ออสซี่ให้ข้อมูล‘ศรีวราห์’  อยู่ภาคใต้ส่งเงินสนับสนุน

คนไทยโยง‘IS’ ออสซี่ให้ข้อมูล‘ศรีวราห์’ อยู่ภาคใต้ส่งเงินสนับสนุน

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

คนไทยโยง‘IS’

ออสซี่ให้ข้อมูล‘ศรีวราห์’

อยู่ภาคใต้ส่งเงินสนับสนุน

บิ๊กตู่สั่งตรวจสอบ-ป้องกัน

จับ3ขอนแก่นต่อต้านคสช.

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) มีการประชุมคณะกรรมการบริหารประจำศูนย์ความร่วมมือระดับภูมิภาคกรุงเทพฯ (บีอาร์ซีที) โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยตำรวจจากประเทศออสเตรเลียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวช่วงหนึ่งว่า ตำรวจออสเตรเลียให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์โดยเฉพาะที่เชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มรัฐอิสลาม(ไอเอส) ที่พบว่า มีกลุ่มคนไทยบางส่วนเข้าไปสนับสนุนเงินทุนในการเคลื่อนไหว เนื่องจากตำรวจออสเตรเลียพบว่า มีการใช้Username facebookจากประเทศไทยกว่า 1แสนUserและเข้าใช้เว็บไซต์ของกลุ่มไอเอสมานานกว่า 1ปี ข้อมูลเหล่านี้สอดคล้องกับการสืบสวนของไทยที่พบความเคลื่อนไหวว่า มีกลุ่มคนไทยจำนวนหนึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มไอเอสจริงและเดินทางไปกลับประเทศไทยและซีเรียหลายครั้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผล ส่วนใหญ่พบว่าเป็นกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ของตำรวจภูธรภาค9และ ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) จึงสั่งการให้ตำรวจสอบสวนกลางและตำรวจสันติบาลเข้าสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว


ทหารคุม3ต้องสงสัยปลุกปั่น

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยอมรับว่า ตำรวจและทหาร ใช้อำนาจมาตรา44 ควบคุมผู้ต้องสงสัย1-3 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมาย มาตรา116 ฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก กรณีเผยแพร่จดหมายบิดเบือนสร้างความแตกแยก ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่วนรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่เชื่อว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่สามารถขอศาลออกหมายจับได้

กำลังสอบสวนความผิดม.116

อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องสงสัยทั้ง3ราย อยู่ในการควบคุมตัวของทหารและรอให้ทางเจ้าหน้าที่ทหารสอบปากคำก่อน ส่วนจะส่งให้ตำรวจเมื่อใดนั้นก็ขึ้นกับทหารและยังไม่ทราบกว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองหรือไม่ แต่มีการร้องทุกข์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา116ข้อหา ‘ยุยงปลุกปั่น’บางคนมีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนรายอื่นๆต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานที่ใช้สำหรับดำเนินคดีตำรวจมีเพียงพอที่ออกหมายจับได้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่

แฉส่งจม.ปลุกปั่นที่’ขอนแก่น’

รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้ ตำรวจสันติบาล ควบคุมตัว นายศักดา สกุลภนารักษ์ อายุ 68ปี จาก จ.ขอนแก่น ซึ่งกระทำผิดมาตรา116 เกี่ยวกับการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกต่อต้านคสช. จากการสอบสวนทราบว่า นายศักดา ทำใบปลิวยุยงปุกปั่นในพื้นที่ภาคอีสานแล้วนำไปใส่ตู้ไปรษณีย์แถวภาคอีสาน มีผู้ร่วมกระทำการอีก 3คน ซึ่งตำรวจสันติบาลได้ประสานตำรวจพื้นที่ทำการสืบสวนจับกุมต่อไป ขณะนี้ นายศักดา ถูกทหารนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมแล้ว

ประสานสปป.ลาวล่าผิดม.112

รอง ผบ.ตร.ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับขั้นตอนนำตัวกลุ่มบุคคลที่กระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 (หมิ่นสถาบันเบื้องสูง) ที่หลบหนีอยู่นอกประเทศกลับมาดำเนินคดีในไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปปป.ลาว) ว่าขั้นตอนการนำตัวการนำตัวกลับเป็นอำนาจหน้าที่ของอัยการที่ต้องประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนตำรวจมีหน้าที่แค่ทำสำนวนคดี แต่ตำรวจจะประสานกับตำรวจสากลในการติดตามตัวอีกช่องทางหนึ่ง ยืนยันว่าตำรวจไม่นิ่งนอนใจ แต่จะเร่งรัดติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ผบ.ตร.แจ้งอินเตอร์โพลอีกทาง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวถึงการติดตามตัวผู้ต้องหาที่กระทำความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 ที่หลบหนีไปอาศัยใน สปป.ลาว ว่า ในระดับรัฐบาลไทยและรัฐบาลลาว น่าจะพูดคุยกันอยู่แล้ว ขณะนี้รอการส่งสัญญาณมา ซึ่งผู้ต้องหาในความผิดข้อหาดังกล่าวที่หลบหนีไปยังลาวมีจำนวนมาก โดยไปพักอาศัยแบบกระจายตัวและรวมกลุ่มกัน ขณะที่ช่องทางส่งตัวผู้ต้องหาคดีนี้ มีหลายช่องทาง ทั้งทางการทูตและทางอินเตอร์โพล หรือตำรวจสากล

‘บิ๊กตู่’ให้เช็คข่าวไทยหนุนIS

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ระบุมีกลุ่มคนไทยบางส่วนสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มไอเอสผ่านการเข้าเว็ปไซต์ของกลุ่มกว่า 1แสนUsername ว่า เป็นข้อมูลของตำรวจออสเตรเลีย ดังนั้นจึงต้องนำมาตรวจสอบ เพื่อป้องกันและจับกุมต่อไป เรื่องดังกล่าวถือเป็นผลกระทบทั้งโลก ที่ทุกประเทศก็เจอปัญหา ดังนั้นตนจึงมอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงดำเนินการต่อไป

บิ๊กป้อมสั่งสันติบาล-ตม.ดูแล

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาณืถึงเรื่องเดียวกันว่า ยังไม่มีความชัดเจน เป็นเพียงการเข้าไปดูตามโซเชียลมีเดียเท่านั้นและยังไม่มีรายงานว่า คนไทยสนับสนุนเรื่องเงินให้กับกลุ่มไอเอส ขณะนี้ให้ตำรวจสันติบาล ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) รวมทั้งฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มความระมัดระวังอยู่ ยืนยันว่ายังไม่มีการเชื่อมโยงอย่างชัดเจนในลักษณะที่จะเข้ามาอยู่ในไทย ซึ่งกลุ่มประเทศอาเซียนตื่นตัวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว

ฮึ่มไล่จับพวกยุยงป่วนประเทศ

พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงการจับกุมผู้ทำจดหมายยุยงปลุกปั่นที่ จ.ขอนแก่น ว่า กำลังสอบสวนกันอยู่ หากที่ใดจะเคลื่อนไหวเหมือนกลุ่มดังกล่าวต้องถูกจับกุม เพราะทำให้เกิดความไม่มั่นคงในประเทศ ทำให้เกิดความปั่นป่วน ตนจะจับทั้งหมด ไม่เอาไว้และทำทันที อย่างกลุ่ม จ.ขอนแก่น ซึ่งทุกอย่างมีกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือกล้องซีซีทีวีสามารถตรวจสอบได้

‘วิทยา’พร้อมเด้ง-ขัดสเปกใหม่

วันเดียวกัน นายวิทยา อาคมพิทักษ์ หนึ่งในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ปปช.) กล่าวถึงกระแสข่าวการกำหนดคุณสมบัติองค์กรอิสระที่ทำให้ต้องขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเคยเป็นคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.)ว่า ยอมรับแนวทางการกำหนดคุณสมบัติองค์กรอิสระของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอ เพราะเป็นผลประโยชน์ของชาติและเป็นกฎหมายสูงสุด ที่มาตามครรลอง ขณะนี้ตนยังไม่มีแนวทางที่จะคัดค้านแต่อย่างใด

ครวญอยากขอความเป็นธรรม

‘ผมมาดำรงตำแหน่งเพียงแค่ 1ปี หากคุณสมบัติเปลี่ยนไปอาจส่งผลกระทบกับความมั่นคงในชีวิตและการทำงาน เนื่องจากก่อนจะเข้ามานั้น ต้องลาออกจากงานที่ทำอยู่เพื่อมุ่งมั่นทำงานในจุดนี้ แต่เมื่อจะมีความเปลี่ยนแปลงก็ต้องไปพิจารณาความเหมาะสม เพราะเราไม่สามารถกำหนดคุณสมบัติเองได้ หาก กรธ.ให้โอกาสและรับฟังความคิดเห็น ก็คงต้องเสนอไปยัง กรธ.เพื่อความเป็นธรรม ขั้นตอนนี้คงไม่ถึงขั้นฟ้องร้องคดี เพราะตามกฎหมายยังมีขั้นตอนอยู่” นายวิทยา กล่าว

กกต.พักงานจนท.อมเบี้ยประชุม

นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ด้านบริหารกลาง กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่สืบสวนของสำนักงาน กกต.ถูกกล่าวหาทุจริตเบิกเบี้ยประชุมว่า สำนักงาน กกต.โดยรักษาการเลขาธิการ กกต.ลงนามเซ็นคำสั่งให้ออกจากงานไว้ก่อน 1คน เมื่อวันที่ 21พฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากพบมูลเหตุที่ส่อในทางทุจริต เนื่องจากหากยังให้ปฏิบัติงานเกรงว่า จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเอกสารหลักฐาน แต่ต้องให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงด้วย ตามระเบียบสำนักงาน กกต.และกฎ กพ.ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของคณะกรรมการ ส่วนการดำเนินคดีอาญา กกต.ได้แจ้งความแล้ว ฐานยักยอกทรัพย์สินราชการ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารอันเป็นเท็จ อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีอาญาก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวนข้อเท็จจริง

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top