วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
คลินิกสิ่งแวดล้อม
การดำเนินคดีอาญาต่อเด็กและเยาวชน
การดำเนินคดีอาญาต่อเด็กและเยาวชนนั้น ในประเทศไทยเป็นไปตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ได้มีบทนิยามของเด็กเยาวชนไว้ดังนี้
เด็ก หมายความว่าบุคคลที่ยังอายุไม่เกินสิบห้าปี บริบูรณ์
เยาวชน หมายความว่าบุคคลที่อายุเกิน 15 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์
ส่วนในการดำเนินคดีอาญาทั้งเด็กและเยาวชนนั้นจะต้องดำเนินคดีผ่านศาลเยาวชนและครอบครัวกลางหรือศาลเยาวชนและครอบครัวของจังหวัดนั้นๆ
ซึ่งความแตกต่างในคดีของเด็กและเยาวชนกับคดีอาญาของผู้ใหญ่ทั่วไปนั้นมีความแตกต่างดังนี้
1. การจับกุมและการควบคุมตัว ห้ามจับกุมเด็ก เว้นแต่
กระทำความผิดซึ่งหน้า หรือมีหมายจับจากศาลเจ้าหน้าที่ต้องแจ้งผู้ปกครองและสถานพินิจฯ ทันทีเมื่อมีการจับกุมต้องนำตัวเด็กหรือเยาวชนไปศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อตรวจสอบการจับกุมภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่เด็กมาถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน
2. การสอบสวนปากคำ ต้องจัดให้มีสหวิชาชีพเข้าร่วมฟังการสอบสวน ได้แก่ พนักงานอัยการ นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ และบุคคลที่เด็กไว้วางใจต้องจัดหาที่ปรึกษากฎหมายให้แก่เด็กหรือเยาวชนทุกคดีสถานพินิจฯ จะสืบเสาะประวัติครอบครัว สิ่งแวดล้อม และสภาพจิตใจเพื่อจัดทำรายงานและแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเสนอต่อศาลภายใน 30 วัน
3. การผัดฟ้องและการฟ้องคดี กฎหมายกำหนดให้พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการต้องทำสำนวนและยื่นฟ้องต่อศาลภายใน 30 วันนับแต่วันจับกุม หากฟ้องไม่ทันต้องขอผัดฟ้องต่อศาลดังนี้
กรณีโทษจำคุกเกิน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 5 ปี ผัดฟ้องได้ 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 วันโทษจำคุกเกิน 5 ปีขึ้นไป ผัดฟ้องได้ 4 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 วัน
4. มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา ในคดีที่อัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 5 ปี และเด็กไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน หากเด็กสำนึกผิดและยินยอมเข้าสู่กระบวนการจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู ร่วมกับผู้เสียหายและสถานพินิจฯ เมื่อปฏิบัติตามแผนสำเร็จ พนักงานอัยการจะสั่งสั่งไม่ฟ้องและสิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ เพื่อให้โอกาสเด็กได้กลับตัวโดยไม่มีประวัติอาชญากรรม
ซึ่งในคดีเด็กและเยาวชนนั้นจะมีมาตรการพิเศษ ที่เรียกว่าการเปลี่ยนโทษและการใช้วิธีการสําหรับเด็กและเยาวชนตามมาตรา 142 ศาลที่มีอํานาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวมีอํานาจใช้วิธีการสําหรับเด็กและเยาวชนแทนการลงโทษอาญาหรือวิธีการเพื่อความปลอดภัยได้ดังต่อไปนี้
(1) เปลี่ยนโทษจําคุกหรือวิธีการเพื่อความปลอดภัย
(2) เปลี่ยนโทษปรับเป็นการคุมความประพฤติ
รวมทั้ง มาตรา 144 คดีอาญาที่อยู่ในอํานาจของศาลเยาวชนและครอบครัวนั้น ศาลที่มีอํานาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวจะพิพากษาว่ามีความผิดแต่รอการกําหนดโทษหรือกําหนดโทษไว้แต่รอการลงโทษเด็กหรือเยาวชนตามประมวลกฎหมายอาญาก็ได้แม้ว่า
(1) เด็กหรือเยาวชนนั้นได้เคยรับโทษจําคุกหรือโทษอย่างอื่นตามคําพิพากษามาก่อน
(2) โทษที่จะลงแก่เด็กหรือเยาวชนเป็นโทษอย่างอื่นนอกจากโทษจําคุก
(3) ศาลจะกําหนดโทษจําคุกเกินกว่าสามปี
ซึ่งจะเห็นได้ว่าวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ในการดำเนินคดีอาญากับเด็กและเยาวชนนั้นเน้นในการปรับปรุงแก้ไขเป็นหลัก แต่ในส่วนของ ความรับผิดในทางแพ่งนั้น บิดามารดาต้องร่วมรับผิดตามกฎหมายละเมิดมาตรา 429 บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาลของบุคคลเช่นว่านี้
ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น
036
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี