วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
542.jpg
ซุบซิบกทม.:8 กรกฏาคม 2569

ซุบซิบกทม.:8 กรกฏาคม 2569

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ซุบซิบกทม.

หลังจากที่มีผู้บุกรุกคนหนึ่งได้เข้าร่วมรายการทางสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง พร้อมบอกเรื่องราวที่ตนมีปัญหาทุกข์ร้อน กรณีถูกไล่ที่ซึ่งตนปลูกบ้านอาศัยอยู่ริมคลองเปรมประชากร(บุกรุก)ทำให้เกิดความเดือดร้อน และกำลังไม่มีที่ทำกินและที่อยู่อาศัย เพราะถูกเจ้าหน้าที่เขตรุกรื้อไล่ ...ปรากฎพลันทันทีที่เรื่องนี้ออกอากาศไป ก็มีการตั้งคำถามจากประชาชนกระหึ่มว่า การที่หน่วยงานรัฐ(เขต)ให้รื้อย้ายอาคารบ้านพักอาศัยออกไปจากที่ของรัฐ แล้วรัฐฯมีความผิดอะไร ตรงไหน ที่สำคัญสาเหตุที่ต้องรื้อไล่ผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ดังกล่าวก็เพราะ กทม.จะได้ก่อสร้างเขื่อนริมคลองสายประวัติศาสตร์แห่งนี้ให้แล้วเสร็จเพื่อเป็นการอนุรักษ์ให้สวยงามและเพื่อการท่องเที่ยวในอนาคต ดังนั้นการออกมาร้องทุกข์บอกกล่าวเล่าความว่าตนเองถูกทางเขตใช้กฎหมายบังคับสังคมมองว่าถูกต้องยุติธรรมหรือไม่ ...ที่สำคัญครอบครัวอื่นๆที่เคยบุกรุกต่อต้านต่างยอมรับข้อเสนอเจตนารมณ์ของทางราชการ ฉะนั้นการที่เขตรื้อไล่ผู้บุกรุกพื้นที่ริมคลองไม่ใช่การกลั่นแกล้ง หรือใครอยากได้ผลงาน แต่จุดประสงค์ก็มีการบอกไว้ชัดว่าจะมีก่อสร้างเขื่อนริมคลองตลอดแนวในจุดสำคัญๆ ดังนั้นหากพูดตามข้อกฎหมายแล้วพื้นที่ทางราชการ ประชาชนคนใดใครจะเข้าไปจับจองครอบครอง หรือบุกรุกอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของใดๆไม่ได้แน่นอน และการบุกรุกก็ผิดตามข้อกฎหมายทุกประการ ...ที่ผ่านมาพื้นที่ทางราชการหลายแห่งไม่ว่าใจกลางเมืองหลวง หรือต่างจังหวัดถูกบุกรุกกันหน้าเฉย บางที่บางแห่งการบุกรุกมีคนทรงอิทธิพลคอยดูแลคุ้มครอง ซึ่งไม่ว่าจะคุ้มครองอย่างไรหรือจะเอาอะไรบวงสรวง ชนิด “16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน” โอกาสได้ครอบครองที่รัฐฯเป็นสูญ (ถ้าผู้ใช้กฎหมายเข้มงวดและเอาจริง) ส่วนที่มีบางที่บางแห่งยังลอยนวลกล้าท้าทายอำนาจรัฐอยู่ได้สืบเนื่องจากอิทธิพลทางการเมืองที่คิดว่าขลังเด็ดกว่าอำนาจรัฐ...สำหรับพื้นที่ริมคลองเปรมประชากรที่มีปัญหานั้น การจะไปนั่งโทษนอนโทษประชาชนคนบุกรุกฝ่ายเดียวก็อาจไม่ได้เช่นกัน เพราะเจ้าของพื้นที่ คือ ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังล้มเหลวล้มละลายการบริหารจัดการพื้นที่วิกฤติแห่งนี้ ยิ่งกว่านั้นยังรู้ด้วยว่ามีการบุกรุกมาแต่ไหนแต่ไร ทว่าทางกรมฯเลือกที่ฯนิ่งและจำศีลเจริญภาวนามาเสมอต้นเสมอปลาย จนเป็นเหตุให้ประชาชนผู้บุกทุกคนเข้าใจผิดหลงผิดคิดว่าบุกรุกยึดครองแล้วตนมีสิทธิ์ครอบครอง ฉะนั้นเรื่องนี้เจ้าของพื้นที่(กรมธนารักษ์กระทรวงการคลัง)ก็ต้องรับผิดชอบด้วย ที่จริงแล้วกรมนั่นแหละที่ต้องเป็นฝ่ายเข้าไปไล่รื้อ แต่กรมฯฉลาดพอ “หลีกภัย”ยกพื้นที่ให้เขตใช้สอยดูแล ภาระ “ชะตากรรมชะตาทราม” ดังกล่าวจึงตกเป็นของเขตท่ามกลางขณะกรมฯนั่งตีขิม เสมือนดูความขัดแย้งที่เขตเผชิญหน้ากับคนบุกรุกริมคลอง ...อย่างไรก็ตามการกระทำ หรือการปฎิบัติของเขตเกี่ยวกับรื้อไล่ผู้บุกรุกไม่มีความผิดกฎหมายตามกฎหมาย เว้นเสียแต่ว่าจะมีใครเข้าไปใช้กำลังถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน อันไม่ใช่การป้องกันตัวตามสมควรแก่เหตุ...


ไผ่ฎำ

036

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top