542.jpg
‘ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี’ ร่วมเวที Thailand AI Business Transformation ขับเคลื่อน AI สู่การพัฒนาธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน

‘ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี’ ร่วมเวที Thailand AI Business Transformation ขับเคลื่อน AI สู่การพัฒนาธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.08 น.

ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ประธานกรรมการ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล (Digital Development Foundation : DDF) เข้าร่วมงาน Thailand AI Business Transformation Powered by UTCC AI Institute ภายใต้แนวคิด "From AI Trend to Real Business Impact" ณ ห้องสัมมนา อาคาร 5 ชั้น 9 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ภายในงานมีการเปิดตัว UTCC AI Institute พร้อมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและเครือข่ายสมาคมด้านเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันยกระดับศักยภาพด้าน AI และ Digital Transformation ของประเทศไทย


ในโอกาสนี้ ดร.วิฑูรย์ ได้ร่วมเวทีเสวนา Mega Tech Trend Update แลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสมาคมด้านเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศ ในประเด็นทิศทางการพัฒนา Artificial Intelligence (AI), Internet of Things (IoT), Humanoid Robotics และ Digital Infrastructure ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล (DDF) ในการสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการพัฒนากำลังคนดิจิทัล ส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ได้สะท้อนถึงมุมมองสำคัญเกี่ยวกับการขับเคลื่อน AI ของประเทศไทย โดยเน้น 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. เราจะต้องมไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leave No One Behind)  คือ คนไทยทุกคนควรมีโอกาสเข้าถึงความรู้และทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเท่าเทียมกัน และทั่วถึงด้วย โดยสามารถเข้าถึงโอกาสต่างๆ เพื่อให้การปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีAIได้อย่างเต็มศักยภาพ

2. เราต้องสร้างระบบนิเวศหรือ สภาพแวดล้อม  เพื่อส่งเสริมการการเรียนรู้ด้วย Prompt-Harness Engineering

การพัฒนา AI ไม่ได้อยู่ที่การใช้เครื่องมือเป็นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้าง “สภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้” หรือ Ecosystem ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการต่อยอดองค์ความรู้ ผ่านแนวคิด Prompt-Harness Engineering เพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพด้าน AI อย่างยั่งยืน

3. เราต้องลดต้นทุนการลองผิดลองถูกจากการใช้ AI ด้วย 5C Framework

เพราะการเรียนรู้และใช้งาน AI มีต้นทุนทั้งด้านเวลา ทรัพยากร และประสบการณ์ การพัฒนาองค์กรและบุคลากร. จึงควรใช้แนวทางและแพลตฟอร์มที่ช่วยลดการลองผิดลองถูก พร้อมเร่งการเรียนรู้ให้เกิดผลลัพธ์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ผ่านแนวความคิดที่ส่งเสริมให้เข้าใจการกำหนด

Character-Cause-Constraint-Contingency-Calibration  ที่สามารถวัดประสิทธิภาพการใช้คำสั่ง จนสะท้อน ROI อย่างจับต้องได้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top