วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
’มท.2‘ นำทีม ‘ที่ดิน -ปกครอง’ ลุยภูเก็ตตรวจสอบบุกรุกที่ดินรัฐ-อุทยานฯ ขีดเส้น 15 วัน รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทันที สั่งสอบเพิ่มกว่า 200 แปลง ทลาย ‘ที่ดินบวม-โฉนดลอย’ ลั่นหากพบเอกสารสิทธิ์ออกมิชอบ เพิกถอนทันที
10 ก.ค.2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาบุกรุกที่ดินของรัฐในพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยมี นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.ต.สุรพล บุญมา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต คณะผู้บริหารกรมที่ดิน หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ณ หาดกล้วย (รายัน โฮลดิ้ง) และหาดบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
.jpg)
นายพลพีร์ กล่าวว่า วันนี้ได้มีการลงพื้นที่จุดที่มีการติดป้ายประกาศรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในวันนี้ทางหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เข้ามาติดป้ายประกาศรื้อถอน โดยกำหนดกรอบเวลาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน หากพ้นกำหนดแล้วผู้กระทำผิดยังไม่ดำเนินการ ทางภาครัฐจะส่งเรื่องร้องขอต่อศาลเพื่อเข้าไปรื้อถอนเอง และจะมีการฟ้องร้องเรียกค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนจากผู้กระทำผิดต่อไป ขอให้พี่น้องประชาชนชาวภูเก็ตมั่นใจได้ว่าภาครัฐจะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด
"กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดิน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราได้พิจารณาสำนวนและข้อมูลที่ได้รับจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ อย่างถี่ถ้วนและรอบคอบ เนื่องจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่มีมูลค่ามหาศาลหลักพันล้านถึงหมื่นล้านบาท การทำงานจึงต้องรัดกุมเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างเบ็ดเสร็จและไม่ถูกฟ้องร้องกลับในภายหลัง โดยพยานหลักฐานในการเพิกถอนต้องมีความสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งทางผู้บริหารระดับสูงมีความห่วงใยในหลายพื้นที่ ตนจึงได้กำชับไปยังอธิบดีกรมที่ดินให้ตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ อย่างใกล้ชิด แม้บางพื้นที่อาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบพยานหลักฐานและสภาพแวดล้อม แต่สำหรับพื้นที่ที่ลงมาในวันนี้ เป็นพื้นที่ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ 100 เปอร์เซนต์ แล้ว" นายพลพีร์ กล่าว
.jpg)
นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรอบเวลาการทำงานนั้น บางกรณีอาจต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเพิกถอนและฟ้องร้อง จะต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมซึ่งมีระยะเวลาตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม สิ่งใดที่สามารถดำเนินการได้และชอบด้วยกฎหมาย เราพร้อมทำทันทีโดยไม่มีการละเว้น ปัจจุบันยังมีที่ดินอีกกว่า 200 แปลงที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบตาม มาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ก็เป็นการตอบรับข้อสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรีที่กำชับให้จัดการปัญหาการบุกรุกที่ดินให้สิ้นซาก
"ในส่วนของรูปแบบการบุกรุกที่พบ มีทั้งการนำเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้องไปขยายอาณาเขตโดยมิชอบ หรือที่เรียกกันว่า "ที่ดินบวม" รวมถึงการนำเอกสารสิทธิ์จากที่อื่นมาสวมสิทธิ์ทับพื้นที่ หรือ "โฉนดลอย" เรื่องนี้เราได้สั่งการให้ตรวจสอบทั้งหมด โดยในการประชุมร่วมกับจังหวัดภูเก็ต ได้เน้นย้ำให้เจ้าพนักงานที่ดินตรวจสอบทุกแปลงที่ต้องสงสัยว่าได้เอกสารสิทธิ์มาอย่างไร เมื่อใด และถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่าไม่ถูกต้อง จะต้องดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด อย่างไรก็ตามภาครัฐมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน เช่น ภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศ ซึ่งสามารถนำมาตรวจสอบย้อนหลังได้ แม้ในแต่ละจังหวัดจะมีเอกสารสิทธิ์นับหมื่นฉบับและอาจไม่ทราบถึงการบุกรุกในตอนแรก แต่เมื่อทราบเรื่องหรือมีการร้องเรียน เราจะขยายผลการตรวจสอบต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้สนใจอดีตว่าเอกสารสิทธิ์เหล่านั้นจะถูกออกเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว หน้าที่ของพวกเราในวันนี้คือ หากพิสูจน์ได้ว่าการออกเอกสารสิทธิ์นั้นผิดกฎหมาย จะต้องดำเนินการเพิกถอนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น" รมช.มหาดไทย กล่าว
.jpg)
นายพลพีร์ กล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการติดตามความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมาย การเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบ และการดำเนินการติดประกาศให้ผู้ครอบครองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ หลังจากกรมที่ดิน ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.65 ให้เพิกถอนโฉนดที่ดินจำนวน 2 แปลง รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 12 ไร่ เนื่องจากเป็นการออกโฉนดทับซ้อนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ และทางอุทยานฯ ได้ติดประกาศบังคับคดี สั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าวภายในกำหนดเวลา 15 วัน นับจากวันที่ติดประกาศ โดยหากไม่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอน โดยขออำนาจศาลเข้ารื้อถอนต่อไป รวมถึงเรียกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจากผู้กระทำผิด ส่วนที่ดินบริเวณหาดบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต พบว่า มีที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ มีการบุกรุกก่อสร้างร้านค้าและสิ่งปลูกสร้างรวม 31 รายการ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้กำลังดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 และเป็นที่ดินมีโฉนดถูกต้องจำนวน 5 แปลง รวมประมาณ 9 ไร่ถือกรรมสิทธิ์โดยบริษัทเอกชน นอกจากนี้ พบว่ามีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลงมาบนชายหาดจำนวน 17 ราย จากแนวเขตที่สาธารณประโยชน์ (ชายหาด) ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กำชับกรมที่ดินให้เร่งตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยที่อาจมีการออกเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบ รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง หากพบข้อเท็จจริงว่าการออกเอกสารสิทธิไม่ถูกต้อง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี