542.jpg
รองผู้ว่าฯกาญจน์หนุนฟื้น! แผนดัน 'ทางรถไฟสายมรณะ' ขึ้นทะเบียนมรดกโลก

รองผู้ว่าฯกาญจน์หนุนฟื้น! แผนดัน 'ทางรถไฟสายมรณะ' ขึ้นทะเบียนมรดกโลก

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.30 น.

ปัดฝุ่นมรดกโลก! รองผู้ว่าฯกาญจน์ เปิดห้องรับรองถก-หนุนฟื้นแผนดัน ‘สะพานข้ามแม่น้ำแคว-ทางรถไฟสายมรณะ’ สู่เวทีโลก ชี้ 3 อุปสรรคใหญ่ที่ต้องแก้เร่งด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องรับรองศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี คณะผู้แทนจากชมรมเครือข่ายวิชาชีพสื่อมวลชน พร้อมด้วยนายกสมาพันธ์สื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยวอาเซียน ได้เข้าพบ นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อขอรับคำปรึกษาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ในการเตรียมจัดเวทีเสวนาวิชาการหัวข้อ “การผลักดันสะพานข้ามแม่น้ำแควสู่มรดกโลก” ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นประเด็นดังกล่าวขึ้นมาขับเคลื่อนอีกครั้งในรอบหลายปี หลังจากที่ความเคลื่อนไหวหลับใหลและหยุดชะงักไปนาน


นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช แสดงทรรศนะว่า การผลักดันในครั้งนี้นับเป็นทิศทางที่ดีและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาจังหวัด อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลประวัติการดำเนินงานพบว่า จังหวัดกาญจนบุรีเคยมีการศึกษาวิจัยและขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจังมานานกว่า 10 ปี แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในเชิงรูปธรรม ทั้งนี้ จากการประสานข้อมูลร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี สามารถสรุปปัจจัยที่เป็นอุปสรรคสำคัญและโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไขออกเป็น 3 มิติหลักดังนี้

มิติที่ 1: ผลกระทบต่อชุมชนและการพัฒนาท้องถิ่น การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกผูกพันกับการกำหนด "เขตกันชน" (Buffer Zone) ซึ่งจะจำกัดสิทธิ์ของชุมชนโดยรอบในการพัฒนาเชิงพาณิชย์และการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตและอาชีพของชาวบ้าน หากภาครัฐไม่มีกลไกการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เป็นธรรมและการสื่อสารที่สร้างการยอมรับ อาจนำไปสู่แรงต่อต้านจากคนในพื้นที่ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียหลัก

ต่อมา มิติที่ 2: ความอ่อนไหวเชิงประวัติศาสตร์ร่วมระหว่างประเทศ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็น “พื้นที่แห่งความทรงจำและความสูญเสีย” (Site of Memory and Loss) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ ออสเตรเลีย และกลุ่มประเทศพันธมิตร การเสนอชื่อจึงต้องทำอย่างละเอียดอ่อน เพื่อไม่ให้กลายเป็นการตอกย้ำบาดแผลทางสงคราม แต่ต้องชูคุณค่าสากลในด้านสันติภาพ บทเรียนประวัติศาสตร์ และการเยียวยาแทน

และ มิติที่ 3: วิกฤตความไม่ต่อเนื่องเชิงนโยบาย (ปัญหาสำคัญที่สุด) ที่ผ่านมาความล้มเหลวเกิดจากการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารและหน่วยงานเจ้าภาพบ่อยครั้ง ทำให้ขาดการสานต่อเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบ แม้ปัจจุบันจะมีการนำผลงานวิจัยเดิมมาจัดนิทรรศการและเวทีวิชาการบ้าง แต่อัตราความคืบหน้ายังคงติดขัดเพราะขาดแนวทางปฏิบัติ (Action Plan) ที่ชัดเจนในระดับนโยบาย

ในช่วงท้ายของการหารือ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีได้เสนอแนะให้คณะสื่อมวลชนและหน่วยงานภาคีเครือข่าย เร่งถอดบทเรียนและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย รวมถึงแผนปฏิบัติการที่จับต้องได้ โดยเน้นย้ำกระบวนการ "สร้างการมีส่วนร่วมแบบบูรณาการ" ตั้งแต่ระดับชุมชนรากหญ้า ท้องถิ่น ไปจนถึงความร่วมมือทางการทูตระดับนานาชาติ เพื่อส่งมอบโมเดลการพัฒนาที่สมดุลและเพิ่มโอกาสให้สะพานข้ามแม่น้ำแควและเส้นทางรถไฟสายมรณะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอย่างยั่งยืนในอนาคต

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top