542.jpg
ยอดสูญเสีย 100 ราย ยธ.ชงเคาะเงินเยียวยาเหยื่อไฟไหม้ลาดพร้าว พรุ่งนี้

ยอดสูญเสีย 100 ราย ยธ.ชงเคาะเงินเยียวยาเหยื่อไฟไหม้ลาดพร้าว พรุ่งนี้

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.28 น.

"รมว.ยุติธรรม"สั่งคุ้มครองสิทธิฯ เชิงรุก ส่งทีมเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวทันที เผยยอดสูญเสียรวม 100 ราย จ่อชงอนุกรรมการฯ เคาะเงินช่วยเหลือพรุ่งนี้

13 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเกมรุกส่งทีมส่วนหน้าลงพื้นที่ 3 จุดใหญ่ ทั้งจุดเกิดเหตุและโรงพยาบาล เพื่อแจ้งสิทธิและรับคำขอเยียวยาเหยื่อเหตุโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าวทันที เบื้องต้นพบผู้เสียหายรวม 100 ราย เสียชีวิต 28 ราย และบาดเจ็บ 72 ราย เตรียมนำรายชื่อที่พร้อมเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ กรุงเทพมหานคร เพื่ออนุมัติเงินช่วยเหลือเร่งด่วนในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.)


พล.ต.ท.รุทธพล ได้มอบหมายให้ นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมด้วย นางสาวดวงดาว เกียรติพิศาลสกุล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ น.ส.จิฬาภรณ์ ตามชู กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา นำคณะเจ้าหน้าที่จัดชุดปฏิบัติการเชิงรุกเร่งด่วน ลงพื้นที่เพื่อแสดงความเสียใจและให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยการแจ้งสิทธิและรับคำขอแก่ผู้เสียหายในคดีอาญาและทายาทอย่างใกล้ชิด

จากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 28 ราย และบาดเจ็บ 72 ราย รวมผู้เสียหายทั้งสิ้น 100 ราย โดยภายในเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถรับคำขอจากทายาทผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย และผู้บาดเจ็บไม่สาหัสอีก 3 ราย โดยกรมคุ้มครองสิทธิฯ ได้กระจายกำลังลงพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนการช่วยเหลือใน 3 จุดสำคัญ ดังนี้

จุดที่ 1 สถานที่เกิดเหตุ (ย่านลาดพร้าว) นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย พร้อมเข้าหารือกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ในการร่วมสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อให้การพิจารณาเงินเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด

จุดที่ 2 โรงพยาบาลตำรวจ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ได้เข้าหารือกับ พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อวางแนวทางประสานงานกับทายาทในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล แจ้งสิทธิ และรับคำขอช่วยเหลือแก่ทายาทผู้เสียชีวิตอีก 27 ราย โดยได้มีการตั้งจุดบริการรับคำขอเยียวยา ณ โรงพยาบาลตำรวจ จนถึงเวลา 21.00 น. ของวันนี้ และจะเปิดรับต่อเนื่องจนกว่าจะครบทุกราย

จุดที่ 3 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลพญาไท นางสาวดวงดาว เกียรติพิศาลสกุล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บ ในส่วนของผู้ป่วยอาการสาหัสจะประสานรับคำขอทันทีหลังจากอาการดีขึ้นและสิ้นสุดการรักษา ส่วนรายที่บาดเจ็บไม่สาหัสได้ดำเนินการรับคำขอเรียบร้อยแล้ว

นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า การช่วยเหลือเยียวยาในครั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) โดยกรมคุ้มครองสิทธิฯ จะเร่งนำรายชื่อผู้เสียชีวิตที่พิสูจน์ตัวตนเรียบร้อยและทายาทได้ยื่นเรื่องเสร็จสิ้นเสนอต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ ประจำกรุงเทพมหา นคร ในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.69) ทันที เพื่อให้เงินช่วยเหลือถึงมือครอบครัวผู้สูญเสียโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ผู้เสียหายหรือทายาทจากเหตุการณ์ดังกล่าว ที่ยังไม่ได้ยื่นคำขอ สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม หรือติดต่อที่ สายด่วนยุติธรรม โทร. 1111 กด 77 หรือ สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา โทร. 02-141-2841 ตลอด 24 ชั่วโมง

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top