542.jpg
เด็ดปีกสองหม่อง! ‘ลอบเปิดร้านทำผม-รับจัดงานแต่งครบวงจร’ คาเกาะพะงัน

เด็ดปีกสองหม่อง! ‘ลอบเปิดร้านทำผม-รับจัดงานแต่งครบวงจร’ คาเกาะพะงัน

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.54 น.

ไม่รอดสายลับ! รวบ 2 ต่างด้าวเมียนมาร์ ลอบเปิดร้านทำผม-รับจัดงานแต่งครบวงจรคาเกาะพะงัน ขุดอาชีพสงวนคนไทยโกยเงินแสนต่อเดือน พ่วงคดีซุกสินค้าหนีภาษี รมว.ท่องเที่ยวฯสั่งเช็กบิลเข้มกู้ภาพลักษณ์

วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้เปิดปฏิบัติการตัดรากเหง้าแรงงานเถื่อนแย่งอาชีพคนไทย นำกำลังเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมาร์จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย นายเกา และ นายอัง ภายในบ้านเช่าไม่มีเลขที่แห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังสืบทราบพฤติการณ์ว่ามีการเปิดธุรกิจร้านเสริมสวยและรับจัดงานแต่งงานให้กับกลุ่มแรงงานต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต


ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) ที่ได้สั่งการให้กวาดล้างชาวต่างชาติที่เข้ามาลักลอบประกอบอาชีพผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจากสถานีตำรวจท่องเที่ยว 5 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน) ได้วางแผนส่งสายลับติดต่อขอใช้บริการทำผม และนัดหมายเข้าใช้บริการในเวลา 11.00 น.

เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบผู้ต้องหาทั้งสองรายกำลังยืนสระผมให้ลูกค้าอยู่ภายในบ้าน จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่ นายอัง ได้พยายามวิ่งหลบหนีออกทางประตูหลังบ้าน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ปิดล้อมรวบตัวไว้ได้ทันควัน

จากการตรวจค้นภายในบ้านเช่าอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบของกลางเป็นอุปกรณ์เสริมสวยครบครัน อุปกรณ์จัดงานแต่งงานจำนวนมาก อาทิ ชุดเจ้าบ่าว-เจ้าสาว ดอกไม้ปลอม ผ้าตกแต่งเวที และยังตรวจพบสินค้าหนีภาษีหลากรายการที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเมียนมาร์โดยมีฉลากภาษาเมียนมาร์ติดอยู่อย่างชัดเจน พร้อมด้วยเงินสดจำนวน 70,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้ทั้งหมด นอกจากนี้ ตรวจสอบในโทรศัพท์มือถือและบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายเกา พบภาพหลักฐานและวิดีโอผลงานการรับจัดงานวิวาห์ให้กับแรงงานชาวเมียนมาร์ในพื้นที่อีกเป็นจำนวนมาก

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าได้ร่วมกันเปิดร้านเสริมสวยและรับจัดงานแต่งงานจริง โดยคิดอัตราค่าบริการแบ่งเป็น 1.บริการเสริมสวย : ตัดผม 100-200 บาท, ยืดผม 600 บาท, ย้อมผม 400 บาท และสระ-ไดร์ 100 บาท และ 2.บริการรับจัดงานแต่งงานครบวงจร : คิดราคาตั้งแต่ 13,000 – 20,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำเฉียด 50,000 - 100,000 บาทต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาล)

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายใน 3 ข้อหาหนัก คือ 1.ร่วมกันประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต (ร้านเสริมสวยและธุรกิจรับจัดงานแต่งงาน) 2.เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ์จะทำได้ (ช่างเสริมสวย ซึ่งเป็นอาชีพสงวนเฉพาะคนไทยเท่านั้น) และ 3.ร่วมกันซ่อนเร้น จำหน่าย หรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งของที่รู้ว่าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง (ความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560)

ทั้งนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้สั่งการกำชับไปยังหัวหน้าสถานีตำรวจท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวนำร่องและพื้นที่ใกล้เคียงทั่วประเทศ ให้เพิ่มความเข้มงวดในการกวาดล้างอาชญากรรมและธุรกิจแฝงของคนต่างชาติทุกรูปแบบ โดยให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดไม่มีข้อยกเว้น เพื่อปกป้องอาชีพของคนไทยและสร้างความเชื่อมั่นด้านภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างจริงจัง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top