วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ปิดฉากลงอย่างอลังการ สำหรับงานบวงสรวงใหญ่พญาศรีสัตตนาคราช บริเวณสามแยกแลนด์มาร์คศักดิ์สิทธิ์พญาศรีสัตตนาคราช ถนนสุนทรวิจิตร เทศบาลเมืองนครพนม และ ณ จุดสิ้นสุดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 สายอุดรธานี-นครพนม หรือชาวบ้านเรียกกันติดปากว่าถนนนิตโย ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 7-13 กรกฎาคมของทุกปี เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี และความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคของชาวไทย-ลาวที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง โดยมี นายสฤษดิ์ พิพัฒน์วิไลกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธีบูชาพญาศรีสัตตนาคราช ประจำวันจันทร์ นางอุไรรัตน์ น้อยสุวรรณ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ส่วนราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข นายอำเภอเรณูนคร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศเข้าร่วมพิธี
เริ่มจากขบวนอัญเชิญเครื่องบูชาพญาศรีสัตตนาคราช เคลื่อนมายังลานพญาศรีสัตตนาคราช ประธานจุดธูปเทียนกล่าวคำบูชาพญาศรีสัตตนาคราช และนำคณะผู้มีเกียรติถวายเครื่องบูชาบนแท่นบูชาที่จัดเตรียมไว้ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
วันปิดฉากบวงสรวงใหญ่พญาศรีสัตตนาคราช เป็นวันจันทร์ที่มีพระธาตุประจำวันเกิดคือ พระธาตุเรณูนคร อ.เรณูนคร จ.นครพนม ซึ่งเป็นที่อยู่แหล่งใหญ่กลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไท (ภูไท) ทั้งมีชื่ออยู่ในคำขวัญประจำจังหวัดนครพนม ว่า "พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง" และยังได้รับการยกย่องจากนักแต่งเพลงชื่อดัง นายสุรินทร์ ภาคศิริ ศิลปินมรดกอีสาน สาขาวรรณศิลป์ ประเภทประพันธ์เพลง (ลูกทุ่ง) ประจำปี 2551 จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น จรดปากกาเขียนเพลง “หนาวลมที่เรณู” โด่งดังเป็นอมตะมาถึงทุกวันนี้ ที่บรรยายถึงความสวยงามของสาวงามเมืองเรณูนคร พร้อมให้ฉายาว่าเป็นสาวเวียงพิงค์แห่งแดนอีสาน
โดยอำเภอเรณูนคร ได้จัดการฟ้อนภูไทเรณูนครถวายองค์พญาศรีสัตตนาคราช และให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม เป็นการฟ้อนประเพณีที่มีมาแต่บรรพบุรุษ ที่สร้างบ้านแปลงเมือง ซึ่งการฟ้อนภูไทนี้ถือว่าเป็นศิลปะเอกลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรม ประจำชนเผ่าภูไทเรณูนคร และการฟ้อนภูไทยังถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนครพนมอีกด้วย โดยลักษณะการฟ้อน ชายหญิงจับคู่เป็นคู่ๆ แล้วฟ้อนท่าต่างๆ ให้เข้ากับจังหวะดนตรี โดยฟ้อนรำเป็นวงกลม แต่ละคู่จะเข้าไปฟ้อนกลางวง เป็นการโชว์ลีลาท่าฟ้อน ที่สำคัญหญิงสาวที่ฟ้อนภูไทต้องเป็นสาวโสด ผู้ที่แต่งงานแล้วจะไม่มีสิทธิ์ฟ้อน เวลาฟ้อนทั้งชายหญิงจะต้องไม่สวมถุงเท้าหรือรองเท้า และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ในขณะฟ้อนภูไทนั้น ฝ่ายชายจะถูกเนื้อต้องตัวฝ่ายหญิงไม่ได้เด็ดขาด มิฉะนั้นจะผิดผี เพราะชาวภูไทนับถือผีบ้านผีเมือง อาจจะถูกปรับไหมตามจารีตประเพณีได้
นอกจากนี้มีคณะนางรำจากโรงเรียนปิยะมหาราชาลัย โรงเรียนนครพนมวิทยาคม และนักท่องเที่ยวทั่วไป เกือบ 1,000 คน ร่วมรำบูชาพญาศรีสัตตนาคราช ผ่านบทเพลง 6 ชุด ได้แก่ เพลงขอพรปู่พญาศรีสัตตนาคราช เพลงศรีโคตรบูร เพลงนครพนมเมืองงาม เพลงออนซอนนครพนม เพลงฮีตสิบสองของดีอีสาน เพลงนครพนมคืนเพ็ญ และเบิ่งนครพนม โดยผู้ร่วมแสดงพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดไทยและชุดพื้นเมือง ร่วมรำถวายองค์พญาศรีสัตตนาคราชอย่างงดงาม พร้อมเพรียง และเปี่ยมด้วยความศรัทธา สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและความร่วมแรงร่วมใจของชาวนครพนมในการสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่าของท้องถิ่น ทั้งยังได้รับเกียรติจาก น้องพูลิม ณิชกานต์, น้องลูกพีช อชิรญา Miss Tourism Thailand 2025 ขึ้นรำบนแท่นทั้งคู่ รวมทั้ง เรนนี่ The Golden Son Season 1 ถวายเสียงเพลงผูกฝ้ายสายแนนหน้าองค์ปู่
ทั้งนี้ งานบวงสรวงใหญ่องค์พญาศรีสัตตนาคราช ประจำปี 2569 ได้ปิดฉากลงอย่างสวยงามอลังการ โดยทางเทศบาลเมืองนครพนมจัดโรงทานข้าวไข่เจียว แจกประชาชน นักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคมจนถึงวันสุดท้ายที่ 13 กรกฎาคม เมื่อหลังจบงาน 7 วัน 7 คืนแล้ว ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า “7 เดือน 7 ที่สุดแห่งศรัทธา ชาวนครพนมร่วมใจ หลั่งไหลออกโรงทาน ลูกหลานรวมใจเก็บขยะ พบปะนางรำกว่าหมื่น ชื่นบุญถ้วนหน้า” ในนามพี่น้องชาวนครพนมขอกราบขอบพระคุณ ทุกภาคส่วนที่รวมใจให้งานสานสำเร็จ.
พงศ์สุคนธ์ คุณธรรมมงคล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี