วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
สังเวยโรงเบียร์มรณะ
ดับพุ่ง30ราย
ญาติรับศพร่ำไห้ระงม
รัฐบาลล้อมคอกไฟไหม้
เล็งรื้อกฎหมายโซนนิ่ง
‘ชัชชาติ’เต้นสงผอ.เขต
ออกเดินตรวจผับทุกคืน
เหตุการณ์ไฟไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ศพ รวม 30 ศพ ทราบอัตลักษณ์แล้ว 27 ศพ บาดเจ็บ 76 ราย ญาติทยอยรับศพกลับภูมิลำเนา ผบ.ตร.รับยังไม่ชัดเจน ประตูทางออกล็อกหรือไม่ อยู่ระหว่างสอบสวน ชี้ไม่ตั้งกรอบเวลา ปลัด มท.ชี้ผิดก.ม.ประกอบกิจการผิดประเภทไม่ใช่ร้านอาหาร เข้าข่ายสถานบริการ “ชัชชาติ” สั่งตั้ง ก.ก.สอบข้อเท็จจริง ยกระดับสุ่มตรวจ-ปรับเกณฑ์เช็คลิสต์เข้มขึ้น พร้อมสั่ง50เขตออกตรวจสถานบันเทิงทุกคืน นายกฯ เล็ง ปรับปรุงกฎหมายจัดโซนนิ่งสถานบันเทิงให้เหมาะสม – สอดคล้องกับยุคสมัย ลั่น ที่ผ่านมาตรวจเข้มงวดตลอด แต่เกิดเหตุซ้ำซากเพราะคนตั้งใจทำผิดหวังกำไร ลั่นร้านที่เกิดเหตุเปิดไม่ได้อีกต่อไป ชี้ ต้องไปทำอาชีพอื่น เหตุใบอนุญาตถูกยึด
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ เมื่อช่วงดึก วันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่า บรรยากาศทีบริเวณร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ถ.ลาดพร้าว เขตจตุจักร ในช่วงเช้า เป็นไปอย่างเงียบเหงา เจ้าหน้าที่เทศกิจ กรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้ร่วมตั้งจุดดูแลสถานที่รอบร้าน ขณะที่สำนักงานเขตจตุจักรได้นำประกาศห้ามใช้อาคารมาปิดที่ประตูทางเข้าออกของร้าน ทั้ง 4จุด
ทั้งนี้ บริเวณหน้าร้าน ริมถนนลาดพร้าว เจ้าหน้าที่ได้นำแผงเหล็กมากั้น และปิดเทปกั้นเขต ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปด้านใน ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีญาติของผู้เสียชีวิต และผู้ที่ทราบเหตุการณ์ นำดอกไม้ และอาหารมาวางเซ่นไหว้ และไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต ขณะที่ห้างสรรพสินค้ายูเนี่ยนมอลล์ ที่อยู่ติดกันกับร้าน ได้มีการซักซ้อม ให้ความรู้ และวิธีเกี่ยวกับการดับเพลิงโดยใช้ถังดับเพลิง
ญาติทยอยรับร่างผู้เสียชีวิต
สำหรับบรรยากาศที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เช้าวันนี้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้งได้ตั้งจุดอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและการประสานงาน เพื่อดูแลญาติผู้เสียชีวิตในการรับร่างกลับภูมิลำเนา หลังดำเนินการตามขั้นตอนทั้งหมดแล้วเสร็จ โดยเมื่อวานนี้มีครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว รับร่างกลับภูมิลำเนาไปแล้ว 7 ครอบครัว
สำหรับการรับร่างผู้เสียชีวิต ผู้มีสิทธิ์ดำเนินการจะต้องเป็นญาติสายตรงตามกฎหมาย ได้แก่ บิดา มารดา บุตร หรือคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้อง หากญาติสายตรงไม่สามารถเดินทางมาได้และมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมเอกสารยืนยันจากผู้มีสิทธิ์อย่างครบถ้วน จึงจะสามารถลงนามในเอกสารยินยอมรับร่างได้ โดยวันนี้เจ้าหน้าที่เปิดรับตรวจสอบเอกสารตั้งแต่เวลา 08.30 น. ก่อนทยอยส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตในช่วงบ่าย เพื่อเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ล่าสุด มีญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมาแสดงตัวตนและจับคู่ข้อมูล (Matching) แล้ว 17 ครอบครัว ภาพรวมการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีอุปสรรคสำคัญ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงต้องใช้เวลาในการตรวจวิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อมูล เนื่องจากญาติของผู้เสียชีวิตยังทยอยเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางนิติเวชและกฎหมาย
บชน.เร่งประชุมหาสาเหตุเพลิงไหม้
ที่ สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. เป็นประธานในการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีไฟไหม้ร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” หลังจากที่เมื่อคืนที่ผ่านมามีการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 17 ปาก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุม
ต่อมา ตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคม เดินทางมาร่วมประชุมด้วย เพื่อติดตามและสำรวจ กลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ว่ามีบุคคลใดที่มีสวัสดิการหรือสิทธิประกันสังคม สำหรับเร่งรัดให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลรวมเงินเยียวยากรณีได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เบื้องต้นรับทราบข้อมูลกรณีมีบุคคลชาวลาวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทำหน้าที่เป็นพนักงานของร้าน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ รวมถึงแนวทางการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ภูมิลำเนา เนื่องจากมีข้อมูลว่าญาติได้ประสานผู้สื่อข่าว ให้ช่วยดำเนินการเพราะครอบครัวไม่มีช่องทางในการติดต่อ
ผบ.ตร.สั่งตรวจสอบปมใบอนุญาต
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า วันนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และรักษาการแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ได้ประชุมกันที่นครบาล ซึ่งตนได้มอบหมายประเด็นการสอบสวนไปในเรื่องการแบ่งกลุ่ม อยู่ระหว่างการดำเนินการอย่างเต็มที่ ยืนยันว่า สถานะของเจ้าของร้านขณะนี้ ยังคงเป็นเคสสีแดง รักษาตัวอยู่ห้องไอซียู ยังไม่สามารถให้ปากคำได้ ตอนนี้เรากำลังตรวจสอบว่าร้านได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่ จากนั้นต้องตรวจสอบต่อว่า เมื่อได้รับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจ กิจการ ผิดประเภทหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในช่วงการสอบสวน
ยังไม่ชัดประตูปิดล็อกหรือไม่
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าประตูทางออกถูกปิดล็อก มีความชัดเจนในเรื่องนี้หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ยังไม่มีความชัดเจน แต่จากการลงพื้นที่ของตน พบว่ามีประตูทั้งหมด 4 บาน ประตู 1 และ 2 เป็นประตูทางเข้าออกอยู่ติดกับถนนลาดพร้าว ส่วนประตู 3 อยู่ติดกับห้องน้ำชาย พบว่ามีกลอนอยู่ 2 กลอน และลูกบิด ซึ่งดูจากลักษณะแล้ว มีโต๊ะวางอยู่ และมีลูกอมกระจัดกระจาย หากมองในแง่มุมธุรกิจการรับประทานอาหาร หากเปิดประตูนี้ไว้ ใครรับประทานอาหารเสร็จก็ต้องออกประตูนี้ไปเลยแบบไม่ได้จ่ายเงิน ซึ่งเราจึงสันนิษฐานว่าประตูดังกล่าวอาจจะปิด ตอนนี้ตนได้ให้มีการดูภาพถ่ายและสอบพยานเพิ่มเติม ส่วนประตูที่ 4 เป็นประตูด้านห้องครัว สันนิษฐานว่า เป็นประตูที่พนักงาน ลูกจ้าง พ่อครัว แม่ครัว ใช้เข้าออก แต่ในระหว่างที่เกิดเหตุมีการใช้ประตูดังกล่าวหรือไม่ อยู่ระหว่างการสอบสวน
ผู้เกี่ยวข้องรับผิดหากเจ้าของดับ
เมื่อถามว่า หากเจ้าของร้านเสียชีวิต ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตนได้ให้มีการสอบสวนผู้ประกอบการ และหุ้นส่วน ประกอบด้วย หากเจ้าของร้านเสียชีวิต กฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจนว่า หากมีการแจ้งข้อกล่าวหากระทำการโดยประมาท จะเป็นเรื่องของการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ตามที่บทบัญญัติกฎหมายระบุไว้ แต่ความรับผิดที่เกิดขึ้นทางแพ่ง หุ้นส่วนหรือผู้จดทะเบียนร่วม พ่อครัวแม่ครัว ลูกจ้างพนักงาน ผู้จัดการร้าน รวมถึงพนักงานรักษาความปลอดภัย ทั้งหมดเป็นใครอย่างไร ได้มีแบ่งกลุ่มเพื่อสอบสวนแล้ว ว่าข้อเท็จจริงเกิดอะไรขึ้น และรอการรายงานพิสูจน์หลักฐานในอนาคต
ไม่กำหนดเวลาแต่เน้นเร็ว-ถูกต้อง
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้ตั้งกรอบระยะเวลาในการสืบสวนและแจ้งข้อกล่าวหา แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สร้างความเสียใจอย่างยิ่ง หากจำกันได้ เคยเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันที่ซานติก้าผับและเมาน์เทน บี ดังนั้นตนได้พูดไปแล้วว่า ไม่ควรเป็นอุทาหรณ์แล้ว แต่ต้องเข้มงวดกวดขันในการตรวจสอบ ซึ่งกรอบเวลานั้น ตนให้แค่ว่าต้องเร็ว ถูกต้องและรอบคอบ ชัดเจน หากไปกำหนดกรอบให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ก็จะเร่งรีบตามคำสั่ง จึงอยากให้ทำงานรัดกุมและรอบคอบ ส่วนจะใช้เวลากี่วัน เชื่อว่าทุกคนเข้าใจดี เพราะเป็นเรื่องที่มีความเสียหาย และเพลิงไหม้ได้ทำลายหลายอย่าง จึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการพิสูจน์ทราบ
ปลัดมท.ชี้ผิดก.ม.ประกอบกิจการ
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งพบว่าขอจดทะเบียนเป็นร้านอาหาร แต่จัดกิจกรรมคล้ายสถานบริการว่า สถานบริการองค์ประกอบนั้นมีองค์ประกอบอยู่ เช่น ต้องมีดนตรี มีการจำหน่ายสุรา และมีการเต้นรำ หากร้านดังกล่าวไม่ได้จดให้เป็นสถานบริการแต่มีองค์ประกอบนี้ ก็ถือว่าผิด ซึ่งการประกอบการของโรงเบียร์แห่งนี้ถือว่าเข้าข่ายมีความผิด
ส่วนจะต้องปูพรมตรวจร้านอาหารที่ดำเนินกิจการในลักษณะคล้ายกันแบบนี้หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครได้แจ้งแล้วว่า ร้านใดที่มีลักษณะแบบนี้จะต้องเข้มข้นขึ้น ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งในกรุงเทพมหานครก็จะมีตำรวจนครบาล เป็นผู้กำกับดูแลเรื่องสถานบริการเหล่านี้ ส่วนต่างจังหวัดก็จะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด
ขอประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแส
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องมีการแก้กฎหมายให้เข้มข้นมากกว่าเดิมหรือไม่ เนื่องจากร้านอาหารใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย มาประกอบกิจการ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ช่องโหว่เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการเลี่ยงกฎหมาย เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเรา ถ้าหากพบความผิดปกติ รวมถึงประชาชนก็มีส่วนสำคัญ หากพบคนกระทำผิดกฎหมาย ก็สามารถแจ้งมาที่กระทรวงมหาดไทยได้ ภาครัฐก็จะได้เข้าไปดำเนินการผู้ที่ฝ่าฝืนและทำผิดกฎหมาย
‘ชัชชาติ’ประชุมคณะผู้บริหารกทม.
ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหาร ครั้งที่ 7 โดยมีนายวิศณุ ทรัพย์สมพล นางสาวทวิดา กมลเวช นายศานนท์ หวังสร้างบุญ และนายพรพรหม ณ ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขตเข้าร่วมประชุม โดยก่อนเริ่มวาระการประชุม ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อแสดงความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นนายชัชชาติได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหาร “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และขอให้ที่ประชุมยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว
สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง
ภายหลังการประชุม นายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ล่าสุด เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ว่า ตนได้ตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีข้ออะไรที่ต้องปรับปรุง หรือว่ามีข้อบกพร่องเรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประสานงาน ครม. ในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเมื่อวาน นายกรัฐมนตรี ได้มาเปิดสภา กทม. ก็ได้มีการคุยกันถึงการบูรณาการกับกระทรวงมหาดไทยในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น กฎหมายเรื่องสถานบริการต่าง ๆ เพราะจริง ๆ แล้วกฎหมายหลักคือกฎหมายควบคุมอาคาร ซึ่งในส่วนอาคารที่เกิดเหตุไม่ได้เข้าข่ายสถานบริการ และเราก็ได้มีการตรวจตามรูปแบบของร้านอาหาร ตรวจสารเคมีและเก็บวัตถุอันตรายต่าง ๆ แล้ว จากนี้ ตนได้มีคำสั่งให้ตรวจเชิงรุกทุกพื้นที่ และจะมีการปรับเช็กลิสต์ให้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อใช้เป็นคำแนะนำ เพราะอย่างเรื่องวัสดุทนไฟต่าง ๆ กฎหมายกำหนดไว้เฉพาะอาคารที่เป็นสถานบริการ แต่พวกร้านอาหารไม่ได้กำหนด เราก็ให้เพิ่มตรงนี้เข้าไปด้วย เพื่อจะได้มีความเข้มข้นมากขึ้น และให้ทุกเขตลงไปดำเนินการ
จะสุ่มตรวจให้มากขึ้น
สำหรับการตรวจสถานประกอบการต่าง ๆ จะให้มีการสุ่มตรวจตลอดเวลา เพราะที่ผ่านมา ตอนไปตรวจอาจจะอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่มีนักท่องเที่ยว ไม่มีการให้บริการ เปิดไปดูก็เห็นชัดหมด ต่อไปต้องไปสุ่มตรวจด้วยว่า ขณะให้บริการจริงมีคนมากีดขวางหรือไม่ ประตูมีการกีดขวางอย่างไร ถังดับเพลิง ไฟฉุกเฉินทำงานหรือไม่ หรือ อาจต้องให้ทดสอบด้วยว่า ถ้าเกิดเหตุแล้วไฟตัด ไฟฉุกเฉินทำงานส่องสว่างทั่วหรือไม่ คงต้องให้ทดสอบดูสถานการณ์จริงมากขึ้น โดยจะมีการสุ่มตรวจให้มากขึ้น เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรับผิดชอบ ต้องช่วยกันดูอย่างละเอียด
ให้ทุกเขตทำลิสต์ร้านเปิดเกินเวลา
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีของโรงเบียร์ที่เกิดเหตุ สำนักงานเขตได้ทำหนังสือแจ้งตำรวจให้ควบคุมร้านอาหารให้ปิดตามเวลา แต่เหมือนไม่มีการดำเนินการเข้มงวด นั้น นายชัชชาติ ระบุว่า ได้สั่งการแล้ว ทั้งนี้อำนาจในการเข้าไปดูว่ามีการเปิดเกินเวลาหรือไม่เป็นอำนาจของตำรวจ ก็ได้สั่งการให้ทุกเขตทำรายงานว่าในพื้นที่ของตนเองมีสถานบริการ ร้านอาหาร หรือร้านกึ่งสถานบริการใดที่เปิดเกินเวลาบ้างส่งเข้ามา เพื่อส่งต่อให้ปลัดกทม. ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป รวมถึงเรื่องธุรกิจอื่น หรือธุรกิจที่อาจจะเป็นเหมือนกับทุนเทาด้วย ซึ่งบางอย่างเราไม่มีอำนาจไปจับกุม แต่มีเบาะแสข้อมูลต่างๆ ก็รวบรวมมาในคราวเดียว ทั้งนี้การส่งรายงานให้อัพเดททุก 1 เดือน เพราะว่าเรื่องนี้มีกฎหมายหลายฉบับ กำกับดูแล ก็ต้องไปดูว่าตัวหลักคืออะไร หลักๆที่กทม. ใช้ดำเนินการประกอบด้วย พ.ร.บ.สาธารณสุข 2535 ,การขออนุญาตสถานประกอบการ ซึ่งจะมีการตรวจเรื่องของสุขอนามัย อาชีวอนามัย รวมถึงวัสดุอันตราย เช่น แก๊ส
ใช้เกณฑ์สถานบริการเข้าตรวจสอบ
“โดยการตรวจจะมีการตักเตือนให้ปรับปรุงก่อน เงื่อนไข 15 วันหลังจากนั้นจะประเมินอีกครั้ง แต่ถ้าปรับปรุงใหญ่จะมีระยะเวลา 30-45 วัน โดยทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เราพยายามจะนำกฎหมายอื่นที่เรามีอำนาจเข้ามาจัดการ เพราะสาเหตุหลักอย่างหนึ่ง ขอสถานบริการเหล่านี้คือการตกแต่งต่างๆ หรือการทำโฟมเพื่อกันเสียง ซึ่งกฎหมายควบคุมอาคารไม่สามารถใช้ดำเนินการได้กลับอาคารที่ไม่ใช่สถานบริการ ดังนั้นในการตรวจหลังจากนี้จะมีการนำเกณฑ์ของกฎหมายควบคุมอาคารที่ใช้กับสถานบริการมาใช้ตรวจกับสถานประกอบการและร้านอาหารประเภทเหล่านี้ด้วย” นายชัชชาติ กล่าว
สั่งผอ.ทุกเขตออกตรวจทุกคืน
ด้าน นายประสาท โพธิ์ศรีมาตย์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร เปิดเผยว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และกำชับให้ผู้อำนวยการเขตลงพื้นที่ตรวจทุกจุดอย่างละเอียด โดยเฉพาะปัญหาที่พบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้แก่ ทางหนีไฟที่มีสิ่งของวางกีดขวาง ระบบไฟฉุกเฉินที่ไม่พร้อมใช้งานในขณะเกิดเหตุ ประตูทางหนีไฟที่อาจมีการล็อกหรือผลักออกไม่ได้ รวมถึงการใช้วัสดุลามไฟติดเพดาน ซึ่งแม้บางแห่งจะไม่เข้าข่ายสถานบริการโดยตรง แต่การตรวจต้องใช้วิจารณญาณพิจารณาความปลอดภัยอย่างถี่ถ้วน พร้อมสั่งการให้ผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต ออกเดินตรวจพฤติการณ์ของสถานประกอบการทุกคืนนับจากนี้ หากพบพื้นที่มีความเสี่ยงให้สั่งหยุดเพื่อปรับปรุงหรือสั่งปิดทันที โดยเน้นย้ำให้มีการปรับปรุงเช็กลิสต์การตรวจสอบให้ครอบคลุม และต้องตรวจสอบความพร้อมใช้งานจริงอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย
นายกฯ เล็ง ปรับปรุงก.ม.จัดโซนนิ่ง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงเรื่องการปรับปรุงโซนนิ่งร้านอาหาร หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ว่าจะต้องมีการหารือกัน ซึ่งในส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานคร เรื่องโซนนิ่งจะเป็นเรื่องของทางกทม.กับตำรวจ ฉะนั้น ต้องปรับดูว่าตรงไหนมีความเหมาะสมอย่างไร แต่พอบอกให้ปรับก็จะมีเรื่องของการกำหนดระยะห่างจากโรงเรียน และวัดซึ่งปรับไปตรงไหนก็ปรับไม่ได้หมด จึงต้องมานั่งดูว่าจะแก้ไขอย่างไร และต้องมีการแก้ไขกฎหมายด้วยหรือไม่ แต่ขณะนี้โซนนิ่งที่ถูกต้องในพื้นที่กรุงเทพฯ มีสองแห่งคือที่ข้าวสารกับที่ RCA ขณะเดียวกัน ที่อื่นๆก็ต้องทำตามกฎหมาย ถ้าไม่อยู่ในโซนนิ่งจะเปิดให้บริการได้ถึงเวลาเที่ยงคืน และมีมหรสพไม่ได้
“เรื่องมหรสพ ผมเห็นด้วย และยังงงอยู่ว่าใครทำกฎหมายนี้ขึ้นมา ที่ดนตรีเล่นถึงเที่ยงคืนจะต้องเลิก แต่คาราโอเกะเปิดได้ เต้นรำไม่ได้ แต่นั่งฟังได้ ซึ่งตนไม่รู้ว่าการทำกฎหมายในตอนนั้น ทำไมเหตุผลถึงเป็นแบบนี้ เช่น กรณีตามร้านอาหารต่างๆ ที่มีแขกลุกขึ้นโยกไปโยกมา หรือ ถ้าจะเดินจริงๆ ถ้าเป็นไปตามกฎหมายก็ผิด แบบนี้คงไม่ไหว วันนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป ตนจึงได้มอบหมายให้มีการศึกษาอยู่ว่าจะปรับอย่างไร ที่บอกว่าอยู่ใกล้โรงเรียนหรืออยู่ใกล้วัดไม่ได้ ถามว่าอยู่ตรงไหนที่มันไม่ใกล้วัด 2 กิโลเมตร เพราะอยู่ที่ไหนในกรุงเทพฯ มันก็ใกล้วัดใกล้โรงเรียน 2 กิโลเมตรทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ต้องว่ากันใหม่” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า จะต้องรื้อกฎหมายใหม่ทั้งหมดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถ้าเรามองว่านักดนตรีเป็นอาชีพอย่างหนึ่ง คนเราถ้าจะเมาสุรา สูบบุหรี่เกี่ยวกับดนตรีหรือไม่ เพราะฉะนั้นทำไมต้องไปห้ามนักดนตรี ตนเป็นนักดนตรีก็ยังงงอยู่ว่าทำไมต้องห้าม ให้เล่นได้แค่เที่ยงคืน ตนก็งง และยังเถียงอยู่ เพราะอย่างน้อยนักดนตรีเล่นเป็นรอบๆ และดนตรีเป็นเพียงส่วนประกอบนี่คือความคิดส่วนตัวของตน เวลาตนไฟท์ให้ตนก็ไฟท์ให้ในส่วนนี้ เมื่อถามว่า
จวกสื่อถามลาออกพ้นมท.1
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 30 คน จะพิจารณาลาออกจากการเป็นรมว.มหาดไทยหรือไม่ นายกฯ ยิ้มก่อนกล่าวว่า คำถามถัดไป คำถามนี้ไม่มีเหตุมีผล เป็นคำถามที่ตั้งขึ้นมาเพื่อจะให้เกิดอารมณ์ ซึ่งไม่ควรถาม และต้องเป็นมืออาชีพเหมือนกันหลายครั้งแล้ว
ส่วนการปรับปรุงกฎหมายจะมีการดำเนินอย่างไรที่บอกว่าจะให้สอดคล้องกับปัจจุบัน นายกฯ กล่าวว่าต้องดูทุกมิติ ทั้งสภาพสังคม วัฒนธรรม ประเพณี ซึ่งความเป็นไทยยังต้องมีอยู่ แต่ทุกคนต้องทำมาหากิน เดี๋ยวนี้คนที่เป็นศิลปิน ก็ใช้ความเป็นศิลปินไปสร้างโอกาสสร้างรายได้ ยุคนี้เรารับได้ไม่เหมือนเมื่อก่อน เมื่อถามว่า รัฐบาลจะมีการระดมความเห็นเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาเรื่องนี้ระยะยาวหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้มีหน่วยงานที่ทำอยู่ก็ต้องทำเสนอขึ้นมา
ชี้ปัญหาอยู่ที่คนตั้งใจทำผิดก.ม.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้สื่อต่างประเทศมีการรายงานข่าวว่าประเทศไทยไม่มีความเข้มงวดเรื่องของสถานบันเทิง จะกระทบต่อการท่องเที่ยวหรือไม่ นายกฯ ย้อนถามว่า ใครบอกว่าไม่เข้มงวด ที่เกิดเหตุซ้ำซาก เพราะว่าคนตั้งใจทำผิดกฎหมาย ซึ่งการตรวจใบอนุญาตจะมีการตรวจทุกปี ไม่ใช่ออกให้แล้วจะเปิดตลอดชาติ ตนก็ถามว่าตอนตรวจเป็นอย่างไร เขาก็บอกตอนตรวจครบหมดทุกอย่าง แต่ว่าพอเกิดเหตุ ก็ต้องไปดูว่าครบจริงหรือไม่ กฎหมายมีชัดเจนแต่ทุกวันนี้ที่มันมีปัญหาเพราะคนตั้งใจทำผิดกฎหมาย ด้วยความหวังว่าการที่เขาทำผิดกฎหมายจะได้เงิน ได้กำไรมากขึ้น แต่เขาก็ต้องตั้งอยู่บนความเสี่ยง ไม่ยั่งยืนแน่นอน อย่างทุกวันนี้ถ้าใครทำผิดเช่นนี้อยู่ก็เตรียมรอรับได้ เพราะผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัดก็สั่งเอ็กซเรย์แล้วเช่นกัน
เมื่อถามว่า เวลาเกิดเหตุผับ บาร์ไฟไหม้แล้วเกิดการสูญเสียลักษณะนี้ ได้กำชับ ผู้ว่าฯ กทม. เรื่องของการดูแลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เชื่อว่า นายชัชชาติ รวมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องก็ดำเนินการอย่างเต็มที่อยู่แล้ว อย่างกรณีแบบนี้ก็ต้องดำเนินคดีกับเจ้าของจนถึงที่สุด ตนสั่งการไม่ได้แต่มอบนโยบายได้ ถ้าตนสั่งได้ก็ต้องไปตรวจทุกที่ด้วยตัวเองทั้งหมด
ลั่นร้านนี้เปิดไม่ได้อีกต่อไป
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีประตูหนีไฟของร้านที่เกิดเหตุ ว่าเหตุใดถึงมีกลอนล็อก 2 ชั้น เขาก็ตอบกลับมาว่ากลัวลูกค้ากินฟรีแล้วหนี ฟังได้ที่ไหนแบบนี้ ฟังไม่ได้ ดังนั้น คนที่ทำแบบนี้ก็ต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งก็คือเจ้าของ ผู้จัดการ และผู้ประกอบกิจการ ส่วนเรื่องใบอนุญาตนั้น ไม่ต้องพูดอยู่แล้ว ร้านนี้เปิดไม่ได้อีก และต่อไปนี้ต้องทำอาชีพอื่นแล้ว เพราะใบอนุญาตถูกยึด สถานที่นี้จะไม่ให้ทำเป็นสถานบันเทิงอีกแล้ว
เสียชีวิตเพิ่มอีก2 ยอดรวม30ศพ
สำนักงานเขตจตุจักรรายงานสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ร้านอาหาร “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว“ ข้อมูล ณ เวลา 09.00 น.วันที่ 14 ก.ค. 2569 สรุปยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ดังนี้ ผู้เสียชีวิต จำนวน 30 ราย ทราบอัตลักษณ์แล้ว 27 ราย อยู่ระหว่างพิสูจน์อัตลักษณ์ 3 ราย ทั้งนี้ มีผู้บาดเจ็บอาการรุนแรง (กลุ่มสีแดง) เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 76 ราย กลุ่มสีแดง (อาการรุนแรง) 25 ราย กลุ่มสีเหลือง (อาการปานกลาง) 15 ราย และ กลุ่มสีเขียว (อาการเล็กน้อย) 36 รายเดินทางกลับบ้านแล้วทั้งหมด สำนักงานเขตจตุจักรยังคงบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์ ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ สามารถยื่นคำร้องขอรับการช่วยเหลือได้ที่ ห้องประชุมรัชดา ชั้น 2 สำนักงานเขตจตุจักร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตจตุจักร โทร. 0 2513 9713
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี