วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ระทึกเมืองนครนายก! ไฟไหม้บ้านครึ่งตึกครึ่งไม้วอดทั้งหลัง การไฟฟ้าชี้ชัดสายไฟต่อพ่วงพะรุงพะรังทำระบบช็อต
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยข้างธนาคารกรุงไทย สาขานครนายก เลขที่ ข/2 139 เขตเทศบาลเมืองนครนายก หลังรับแจ้งจึงรีบประสานเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองนครนายก พร้อมรถน้ำดับเพลิง และขอสนับสนุนกำลังจากมูลนิธิร่วมกตัญญู รวมถึงรถน้ำจาก อบต.บ้านใหญ่, อบต.พรหมณี และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง รุดเดินทางไประงับเหตุ
ในที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านสองชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ โดยด้านล่างเป็นปูน ส่วนชั้นสองเป็นไม้ พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้บริเวณชั้นสองอย่างรุนแรงจนกลายเป็นทะเลเพลิง และมีกลุ่มควันหนาทึบโพยพุ่ง การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากที่เกิดเหตุตั้งอยู่ในซอยคับแคบ รถน้ำขนาดใหญ่เข้าถึงจุดยากลำบาก เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งลากสายส่งน้ำเข้าไปฉีดสกัดกั้นเพลิงจากทุกด้านเพื่อไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังอาคารและบ้านเรือนข้างเคียง โดยใช้เวลาระดมฉีดน้ำและส่งต่อดีเลย์น้ำกันนานประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมและดับเพลิงลงได้สำเร็จ ตรวจสอบไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

จากการสอบถาม นางสาวเกตุแก้ว ลูกสาวเจ้าของบ้านและเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุตนเองพักอาศัยอยู่ในบ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ติดกัน ระหว่างที่กำลังนอนดูข่าวในพระราชสำนัก จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นคล้ายเสียงระเบิดเกิดขึ้นบริเวณเสาไฟฟ้าภายในเขตรัวบ้าน (ซึ่งในอดีตจุดนี้เคยเกิดเหตุระเบิดมาแล้วครั้งหนึ่ง) ตนจึงรีบวิ่งออกมาดูก็พบว่ามีเปลวไฟลุกไหม้ที่บริเวณหัวเสาไฟ จากนั้นได้ยินเสียงปะทุดังปุ๊ๆขึ้นตามมาอีกหลายครั้ง ก่อนจะเริ่มมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากตัวบ้านสองชั้นหลังที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
สำหรับบ้านหลังต้นเพลิงนี้ ปกติไม่มีใครพักอาศัยอยู่เป็นประจำ แต่ครอบครัวใช้เป็นสถานที่สำหรับเก็บของมีค่าและเฟอร์นิเจอร์เก่า โดยภายในมีตู้ไม้สักทองขนาดใหญ่ 2 ใบ รวมถึงเครื่องเรือนไม้สักอื่นๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีทำให้ไฟลามอย่างรวดเร็ว ส่วนคุณพ่อซึ่งเป็นผู้สูงอายุวัย 94 ปี เจ้าหน้าที่และญาติได้ช่วยกันอุ้มนำตัวออกมาพักคอยด้านนอกได้อย่างปลอดภัยล่วงหน้าแล้ว

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ด่วนจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุและทำการตัดกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ทันทีเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จากการเดินสำรวจและตรวจสอบระบบสายส่งในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้ให้ข้อมูลทางเทคนิควิเคราะห์ว่า
โดยสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้น่าจะเกิดจากการลัดวงจร (ช็อต) จากระบบไฟฟ้าภายในตัวบ้านของผู้ใช้ไฟเอง (บ้านต้นเพลิง) เมื่อเกิดการช็อต กระแสไฟฟ้าแรงสูงได้ไหลย้อนกลับตามสายเมนมายังจุดต่อเชื่อมสายบริเวณบนหัวเสาไฟฟ้าด้านนอก จนทำให้เกิดรอยไหม้ดำและเกิดการสปาร์ค เสียงดังสนั่นคล้ายระเบิดตามที่ชาวบ้านได้ยิน จากการตรวจสอบจุดต่อสายบนเสาไฟพบคราบรอยไหม้ชัดเจน และพบว่ามีการต่อสายพ่วงแยกออกไปหลายสาย ซึ่งตามหลักวิศวกรรมไฟฟ้าที่ถูกต้อง สายเมนหลักที่ดึงเข้าบ้านไม่ควรมีการตัดต่อหรือพ่วงสายมากมายขนาดนี้ แต่ควรเป็นสายเส้นเดียวตรงเข้าสู่เบรกเกอร์หลักภายในตัวบ้านทันที การต่อพ่วงหลายจุดทำให้กระแสไฟฟ้าเดินไม่เสถียรและเกิดความร้อนสะสมจนนำมาสู่อุบัติเหตุสลดในครั้งนี้

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้ทำการบันทึกภาพและข้อมูลในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบวิเคราะห์หาสาเหตุอย่างเป็นทางการเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี