542.jpg
ล่าแก๊งตั้งผับลับ  เปิดอัพยาในห้วยขวาง  โยงสามเหลี่ยมทองคำ

ล่าแก๊งตั้งผับลับ เปิดอัพยาในห้วยขวาง โยงสามเหลี่ยมทองคำ

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปปส.กทม.-ตร.ขยายผลเพิ่มขบวนการ “ผับลับ อัพยา”ห้วยขวาง อาจโยงเครือข่ายชนเผ่าลอบขนยานรกสามเหลี่ยมทองคำจากปฏิบัติการบุกทลายร้านเกม ลักลอบเปิดเป็นสถานบันเทิงย่านห้วยขวาง  เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ซึ่งพบนักท่องเที่ยวปัสสาวะม่วงจำนวนมากนั้น

เมื่อวันที่ 19กรกฎาคม2569 นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า คนดูแลร้านที่เราจับกุมได้ เป็นคนแม่จัน จังหวัดเชียงราย มีที่ดินอยู่แถวแม่สาย เพราะฉะนั้นก็เป็นเบาะแสได้พอสมควรว่าเป็นคนชนเผ่าทางภาคเหนือซึ่งอาจจะมีเครือข่ายคนรู้จัก ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลและยึดทรัพย์ขบวนการ


สำหรับเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด ส่วนใหญ่มีต้นทางผลิตมาจากสามเหลี่ยมทองคำ แต่การลักลอบนำเข้ามาในประเทศ อาจนำเข้ามาได้ 2 ทางคือทางเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อนำเข้ามาแล้ว ก็จะมาพักอยู่แถวปริมณฑล ก่อนกระจายเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้ตอนนี้ว่าเจ้าของร้านรับยาเสพติดมาจากเครือข่ายใด ยังต้องใช้เวลาในการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพราะเจ้าของร้านให้การภาคเสธ อ้างเพียงว่าซื้อยาเสพติดมาแบ่งให้เพื่อนเสพในปาร์ตี้เท่านั้น ตำรวจถือว่า การแจกให้ผู้อื่น ก็ถือเป็นการจำหน่ายยาเสพติด และแม้เครือข่ายนี้อาจไม่ใช่รายใหญ่ระดับประเทศ แต่ก็ถือเป็นจุดกระจายยาเสพติดที่สำคัญในพื้นที่ ทำให้เป็นแหล่งแพร่ระบาด โดยกรุงเทพฯ มีสถานบริการจำนวนมาก มันจะมีคนที่เข้าไปใช้และเสพยา หรือไปหาซื้อยาเสพติดกันมากพอสมควร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะพยายามสาวไปถึงผู้ร่วมขบวนการชั้น 2 , 3 และ 4 จนไปถึงตัวการใหญ่ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับทุนจีนหรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อหาเจ้าของในความผิดฐานครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และ 2 เพื่อจำหน่าย , ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า , เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดสถานบริการเกินเวลา

พลตำรวจตรี ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ เพื่อขยายผลเส้นทางการสั่งยาเสพติด ว่ามีต้นทางจากใคร และเครือข่ายระดับใด ส่วนจะเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่เขตและตำรวจในพื้นที่ ที่ปล่อยละเลยให้ลักลอบเปิดร้านและจำหน่ายยาเสพติดดังกล่าวหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน เพราะอาจเป็นพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ส่วนบุคคล ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คนใดเกี่ยวข้องหรือมีบทลงโทษอย่างไร จะต้องส่งข้อมูลให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 พิจารณาดูว่ามีการปกป้องหรือละเลยในหน้าที่หรือไม่

วันเดียวกัน ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย นำกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการจำหน่ายกัญชาในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต

จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจร้านจำหน่ายกัญชารวม 5 แห่ง โดยพบผู้เกี่ยวข้องหลายรายเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ ความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 กรณีจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือประกอบกิจการในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต รวมถึงความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วยช่อดอกกัญชาแห้ง ผลิตภัณฑ์กัญชามวนสำเร็จรูป (Pre-roll) เครื่องชั่งดิจิทัล และวัตถุต้องสงสัยบางรายการ เพื่อนำส่งตรวจพิสูจน์ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ก่อนนำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top