Logo วันอาทิตย์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
กมธ.สภาฯลงพื้นที่จี้รัฐสนับสนุนงบสร้างแหล่งน้ำใหม่ทำประปา หลังน้ำกระบุรีขุ่นจัด

กมธ.สภาฯลงพื้นที่จี้รัฐสนับสนุนงบสร้างแหล่งน้ำใหม่ทำประปา หลังน้ำกระบุรีขุ่นจัด

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.15 น.
Tag : แม่น้ำกระบุรี
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

กมธ.สภาฯลงพื้นที่ระนอง จี้รัฐสนับสนุนงบสร้างแหล่งน้ำใหม่ทำประปาหลังน้ำกระบุรีขุ่นจัด ชาวบ้านหวั่นเชื้อโรคร้ายไหลลงน้ำจากการทำเหมือง ด้าน“ภัทรพงษ์”แนะรัฐเร่งบังคับให้ผู้นำเข้าแร่ระบุที่มาของเหมืองต้นทาง

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษามลพิษทางน้ำข้ามแดน สภาผู้แทนราษฎร (สส.) ลงพื้นที่ศึกษาสถานการณ์ปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดนในแม่น้ำกระบุรีและลำน้ำสาขา ณ จ.ระนอง  โดยในช่วงบ่าย ได้เดินทางไปยัง ศาลาอเนกประสงค์หมู่ที่ 5 บ้านหาดจิก ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง 


นายวิรสิงห์ คชสิงห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบจ.)ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง กล่าวว่า การหาพื้นที่ต้นทุนน้ำใหม่ต้องใช้งบประมาณ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น อบต.ปากจั่น มีงบในการพัฒนาคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานประมาณ 1 ล้านบาทต้นๆ แค่นั้นที่จะทำถนนหรือประปา ซึ่งจะทำการรวบรวมปัญหาทั้งหมดแล้วเสนอของบประมาณเพื่อจัดหาแหล่งน้ำสำรองเบื้องต้นทางชุมชนมีความเห็นว่าน่าจะสร้างอ่างเก็บน้ำที่คลองน้ำทุ่น หมู่ 8 บ้านหาดตุ่น ต.ปากจั่น  

“การสร้างเขื่อนขนาดกลางต้องมีพื้นที่สร้างเป็นต้นทุนน้ำสะสมเยอะพอ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมกรมหลวงชุมพรด้านทิศเหนือตอนล่างมีพื้นที่ขนาดใหญ่ถ้ามีการกั้นเขื่อนคล้ายอ่างเก็บน้ำคลองหาดส้มแป้นเราจะเก็บน้ำไว้ใช้ได้ทั้งตำบล รวมถึง ต.มะมุ คอคอดกระ ติดว่าอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จึงอยากให้คณะอนุกรรมาธิการว่าฝากพี่น้อง ต.ปากจั่น ไว้ด้วย ถ้าเราไม่ได้รับความช่วยเหลือก็คงหมดปัญหาที่จะไปไหนแล้ว เราไปมาแล้วทั้ง จ.ระนอง เราตันหมดแล้ว วันนี้ท่านจึงเป็นความหวังของพี่น้อง” นายก อบต.ปากจั่นกล่าว 

ขณะที่ชาวบ้านหมู่ 8 ต.ปากจั่น อ.กระบุรี แสดงความเห็นในเวทีรับฟังว่า มีความกังวลปัญหาน้ำขุ่นที่เป็นผลมาจากการทำเหมืองแร่ในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านที่ขุดหน้าดินประมาณ 2-3 พันไร่ จนเกิดตะกอนดินไหลมาทับถมบริเวณปากแม่น้ำกระบุรี ถ้าวันใดเกิดปริมาณน้ำฝนเยอะที่ต้นแม่น้ำ แล้วพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำกระบุรีเป็นพื้นที่รับน้ำทั้งหมดแล้วน้ำหลาก จะเกิดอะไรขึ้นชาวบ้าน 

“อีกกรณีคือโรคผิวหนังจากการสัมผัสน้ำ เชื้อโรคที่สามารถเติบโตในน้ำขุ่นตลอดทั้งปีได้ รวมถึงโรคที่อยู่ในดินซึ่งเป็นพื้นที่ผืนใหญ่ที่ไม่เคยมีใครรบกวนของแม่น้ำกระบุรี เชื้อโรคที่อยู่ในดินจะไหลลงแม่น้ำหรือเปล่า ยกตัวอย่างโรคมาเลเรียที่เคยหายไปจากชุมชนนานกว่า 20 ปี แต่วันนี้มาเลเรียกลับมาใหม่ และเป็นชนิดใหม่ หรือโรคฉี่หนูที่เชื้อโรคจะอยู่ในน้ำขุ่นไม่สะอาด ขณะนี้เริ่มพบว่ามีการติดโรคบ่อยและไม่แสดงอาการ อดีตโรคเหล่านี้จะต้องมีคนเข้าป่าแล้วถูกแมลงสัตว์กัดต่อย แต่ขณะนี้ไม่ใช่” ชาวบ้านหมู่ 8 ต.ปากจั่น กล่าว 

ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบรายนี้ กล่าวอีกว่า ยังมีความกังวลเรื่องสารตกค้างจากการเปิดหน้าดินพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำสายสำคัญของคน อ.กระบุรี ซึ่งคนที่ใช้น้ำไปนานๆจะไม่รู้เลยว่ามีสารตกค้างในร่างกายหรือไม่ การจะเจอสารเหล่านี้หากต้องตรวจร่างกาย รวมถึงตรวจน้ำที่เราดื่มกินด้วยเราจะทำอย่างไร เป็นผลกระทบจากการทลายหน้าดินที่ชาวบ้านกังวล 

ขณะที่นายอมรินทร์ เต็มภาชนะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.ปากจั่น กล่าวว่า เป็นห่วงชาวบ้านที่เจอปัญหาน้ำขุ่นแล้วหาทางแก้ปัญหาไม่ได้ ในฐานะที่เป็นพ่อ มีลูก แล้วลูกใช้น้ำไม่สะอาดทำให้เกิดความเป็นห่วง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือเพราะอาบน้ำขุ่นทุกวันเราอาจจะเกิดก็โรคก็ได้ 

“อยากให้มีหน่วยงานเข้ามาแก้ไขชัดเจน เมื่อมีข่าวว่าหน่วยงานจะเข้ามาตรวจสอบปรากฏว่าน้ำจะใสขึ้นมาทันที เขาจะหยุด แล้วพอพวกท่านกลับไป น้ำก็ขุ่น อยากให้มีหน่วยงานเข้ามาจัดการชัดเจน” นายอมรินทร์ กล่าว  

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เขต 8 จ.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษามลพิษทางน้ำข้ามแดน สส. กล่าวว่า การลงพื้นที่พบความแตกต่างชัดเจนระหว่าง คลองยูง ที่ไหลมาจากฝั่งเมียนมามีความขุ่นสูงมาก กับ คลองกระที่ไหลจากฝั่งไทย มีความใส เห็นความแตกต่างเมื่อทั้งสองสายไหลมาบรรจุรวมกันเป็นแม่น้ำกระบุรี  

“ช่วง 2–3 วันก่อน กมธ. ลงพื้นที่ น้ำมีสภาพใสขึ้นผิดปกติจากเดิมที่มักเป็นสีส้มอมแดง อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่อง นอกจากนี้ ปัญหาน้ำประปา ต.ปากจั่น ยังแตกต่างจากพื้นที่ภาคเหนือที่ใช้ระบบประปาภูมิภาคหรือน้ำบาดาล พื้นที่ ต.ปากจั่น ใช้น้ำจากแม่น้ำกระบุรีทำประปาท้องถิ่นโดยตรง ทำให้ประชาชนทั้งตำบลรับผลกระทบโดยตรง ขณะที่ อบต. มีงบประมาณพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพียงปีละประมาณ 1 ล้านบาทเศษ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการรับมือมลพิษระยะยาว” รองโฆษกพรรคประชาชน กล่าว 

ประธานคณะอนุ กมธ.พิจารณาศึกษามลพิษทางน้ำข้ามแดน กล่าวอีกว่า นอกจากปัญหาแม่น้ำกระบุรีสีขุ่นได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแล้ว คลองจั่น ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาในไทย ยังพบปัญหาการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านขาดแคลนแหล่งน้ำสะอาดสำรอง  

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่รับทราบปัญหาและจะผลักดันโครงการจัดหาแหล่งน้ำสะสมใหม่ เช่น บริเวณบ้านน้ำทุ่น  โดย กมธ. จะช่วยประสานงานเรื่องขั้นตอนการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้เพื่อเริ่มศึกษาโครงการ นอกจากนี้จะเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจวิเคราะห์ค่าน้ำ ตะกอนดิน และผลกระทบทางการเกษตร พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใสและเข้าถึงง่าย 

“จากที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากแม่น้ำกระบุรีขุ่นมาหลายปี ผมคิดว่าจะต้องผลักดันให้รัฐบาลออก กฎกระทรวงหรือประกาศกระทรวง บังคับให้ผู้นำเข้าแร่ต้องระบุที่มาของเหมืองต้นทาง รวมถึงรับรองระบบการบำบัดน้ำเสียว่าได้มาตรฐานหรือไม่ หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ ต้องห้ามนำเข้า เพื่อไม่ให้ไทยกลายเป็นผู้รับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมโดยไม่ได้ประโยชน์” นายภัทรพงศ์ กล่าว 

ด้านนางสาวจันทิรา ดวงใส ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 จ.ภูเก็ต (สคพ.15) กล่าวว่า ผลการตรวจวัดตัวอย่างน้ำที่เก็บไปเมื่อปลายเดือนเมษายน ที่ผ่านมา พบว่า ค่าความขุ่น (Turbidity) สูงถึง 212 ซึ่งถือว่าเกินค่ามาตรฐานไปมาก และเป็นสาเหตุสำคัญที่สร้างความกังวลใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ 

​"ค่าความขุ่นพุ่งสูงถึง 212 ซึ่งเกินมาตรฐานไปมากๆ ทำให้เกิดความกังวล แต่ในส่วนของโลหะหนักและสารอันตรายอื่นๆ เช่น แคดเมียม หรือสารหนู ทั้งในน้ำและในตะกอนดิน จากการตรวจวิเคราะห์แทบจะไม่พบ หรือพบก็น้อยมาก ไม่ได้เกินเกณฑ์มาตรฐานแต่อย่างใด สำหรับตัวอย่างน้ำที่เก็บล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลแล็บวิเคราะห์อย่างเป็นทางการ เนื่องจากสารบางประเภทต้องส่งวิเคราะห์ยังห้องปฏิบัติการภายนอก” ผอ.สคพ 15 กล่าว 

นางสาวจันจิรา กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ อบต.ปากจั่น ต้องหาแหล่งน้ำสำรอง เช้าวันพรุ่งนี้  (22 กรกฎาคม) จะมีการประชุมร่วมกันที่ ศาลากลางจังหวัดระนอง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.), ศุลกากร, เกษตรจังหวัด และ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งเรื่องงบประมาณในการจัดหาแหล่งน้ำสะอาดให้ชุมชน รวมถึงมาตรการรับมือน้ำเสียข้ามแดนจากฝั่งพม่าให้เกิดความยั่งยืน เวลา 09.00น. ทุกหน่วยก็คงจะได้พูดถึงปัญหาและน่าจะมีข้อสรุป 

นางสาวจันทิรา กล่าวถึงประเด็นที่ชาวบ้านรู้สึกว่าภาครัฐทำงานล่าช้าและไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร จากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งก่อนได้ข้อสรุปแล้วว่าจะมีการตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหา โดยมี ผู้ว่าราชการ จ.ระนอง เป็นประธาน และเสนอให้มีตัวแทนชาวบ้านร่วมเป็นคณะทำงานด้วย เพราะการมีตัวแทนชาวบ้านเข้าร่วมจะช่วยให้นำข้อมูลจากที่ประชุมไปบอกต่อให้ลูกบ้านและคนในพื้นที่ได้รับทราบสถานการณ์จริงได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น 

เมื่อถามว่า   หากชาวบ้านไม่สบายใจกับกรณีการขุ่นของแม่น้ำกระบุรี สามารถร้องขอให้ สคพ.15 ลงพื้นที่ไปตรวจเพิ่มได้หรือไม่ นางสาวจันจิรา ปกติจะตรวจคุณภาพแม่น้ำปีละ 4 ครั้ง แต่ละครั้งมีการใช้งบประมาณและต้องวางแผนเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินในพื้นที่ต่างๆด้วย หากชาวบ้านต้องการให้ตรวจเพิ่มเป็นปีละ 5 ครั้งจะรับไปพิจารณาก่อนแต่ยังไม่รับปาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved