542.jpg
‘บขส.ตราด’เตรียมยุติ! วิ่งเส้นทาง กทม.สิ้นเดือนนี้ เหตุแบกต้นทุนไม่ไหว

‘บขส.ตราด’เตรียมยุติ! วิ่งเส้นทาง กทม.สิ้นเดือนนี้ เหตุแบกต้นทุนไม่ไหว

วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.02 น.

ปิดตำนาน 67 ปี! บขส.ตราด เตรียมยุติให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯถาวรสิ้นเดือนนี้ เหตุแบกต้นทุนไม่ไหวผู้โดยสารฮวบ ชาวบ้านผวาตัดสวัสดิการรัฐ-ผู้สูงอายุเดินทางลำบาก

วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในจังหวัดตราดอย่างกว้างขวาง ภายหลังมีคำสั่งอย่างเป็นทางการให้รถโดยสารของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เส้นทางสายตราด-กรุงเทพฯ (หมอชิต) เตรียมยุติการปฏิบัติภารกิจรับ-ส่งผู้โดยสารในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งถือเป็นการปิดฉากการให้บริการของ บขส.ตราด ที่เปิดดำเนินการยาวนานถึง 67 ปีลงอย่างถาวร แม้ว่าในส่วนของรถร่วมบริการ บขส. อาทิ บริษัท เชิดชัยทัวร์ และกลุ่มรถมินิบัส จะยังคงเปิดให้บริการตามปกติก็ตาม


นางสาวนงลักษณ์ พนักงานจำหน่ายตั๋ว บขส.ตราด ซึ่งทำงานมานานกว่า 10 ปี เปิดเผยถึงรายละเอียดการเดินรถปัจจุบันว่า บขส.ตราด มีรถวิ่งบริการเพียงวันละ 1 เที่ยวเท่านั้น คือ ขาเข้าจากกรุงเทพฯ (หมอชิต) เวลา 07.30 น. และขาออกจากตราดเวลา 09.30 น. ส่วนเที่ยวรถรอบดึกเวลา 22.30 น. ได้ถูกยกเลิกไปตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา

สำหรับสาเหตุสำคัญที่ต้องยุติเส้นทางประวัติศาสตร์นี้ เกิดจากปัญหาความไม่คุ้มทุนทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เนื่องจากปัจจุบันมีผู้โดยสารจากต้นทางเฉลี่ยเพียง 10 คน และรับเพิ่มระหว่างทางที่จุดจอดแสนตุ้งอีกประมาณ 4-5 คนรวมเป็น 15 คนต่อเที่ยว สวนทางกับต้นทุนค่าใช้จ่ายตายตัว (Fixed Cost) เช่น ค่าบริการ ค่าน้ำมัน และค่าซ่อมบำรุงที่สูงถึง 5,000 บาทต่อเที่ยว การหยุดวิ่งในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อพนักงานประจำสถานีที่เหลืออยู่เพียง 2 คน ซึ่งอาจต้องถูกสั่งย้ายไปปฏิบัติงานที่ส่วนกลาง ชลบุรี หรือกรุงเทพฯ สร้างความยากลำบากในการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก

ขณะที่ นายยงยุทธ ตัวแทนผู้ประกอบการขับรถสองแถวรับจ้างในพื้นที่ ระบุว่า การปิดตัวของ บขส. จะซ้ำเติมรายได้ของคนขับรถสองแถวทันที เพราะถือเป็นการสูญเสียกลุ่มลูกค้าหลักไป 1 เส้นทาง และสิ่งที่น่าห่วงที่สุดคือกลุ่มผู้สูงอายุวัย 70-80 ปี ที่มีสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย หากต้องเปลี่ยนไปนั่งรถมินิบัสที่มีพื้นที่แคบและไม่สะดวกต่อการขนสัมภาระจำนวนมาก ขณะที่รถบัสขนาดใหญ่ของเชิดชัยทัวร์ก็มีเที่ยววิ่งจำกัดเพียงวันละ 1 เที่ยวเช่นกัน

สอดคล้องกับความเห็นของ นายนเรศศิลป์ ผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ที่มองว่า รถโดยสาร บขส. 999 คันใหญ่ เปรียบเสมือนสวัสดิการขั้นพื้นฐานของรัฐที่ไม่ควรใช้เกณฑ์กำไร-ขาดทุนมาตัดสิน เพราะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้สูงอายุสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนค่าตั๋วได้ถึงครึ่งราคา จากปกติ 300 บาท เหลือเพียง 150 บาท ซึ่งเงินส่วนต่าง 150 บาทที่ประหยัดได้ สามารถนำไปซื้ออาหารประทังชีวิตได้หลายมื้อ จึงอยากวิงวอนให้คงรถใหญ่ไว้บริการอย่างน้อยวันละ 1 คันก็ยังดี

ด้าน นายศรัณพงศ์ พนักงานขับรถมินิบัส (รถร่วม บขส.) กล่าวในมุมมองภาคเอกชนว่า แม้การหยุดวิ่งของ บขส. จะทำให้รถมินิบัสได้รับอานิสงส์มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น แต่อยู่บนพื้นฐานความเห็นใจ ไม่อยากให้ยุติการเดินรถ เพื่อรักษาทางเลือกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยปัจจุบันรถมินิบัสนั้นวิ่งให้บริการวันละ 26 เที่ยว (ไป-กลับ) ซึ่งบางเที่ยวก็มีผู้โดยสารหนาแน่น แต่บางเที่ยวก็เหลือผู้โดยสารเพียง 4-5 คนเท่านั้นตามกลไกตลาด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top