542.jpg
สสส.ร่วมกับ 5 หน่วยงาน ฟื้น แม่น้ำวัง สายน้ำแห่งชีวิต สู้วิกฤติโลกร้อน-ฝุ่น PM2.5

สสส.ร่วมกับ 5 หน่วยงาน ฟื้น แม่น้ำวัง สายน้ำแห่งชีวิต สู้วิกฤติโลกร้อน-ฝุ่น PM2.5

วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.09 น.

สสส.ร่วมกับ 5 หน่วยงาน ฟื้น แม่น้ำวัง สายน้ำแห่งชีวิต สู้วิกฤติโลกร้อน-ฝุ่น PM2.5 ขับเคลื่อน ลำปางโมเดล พื้นที่นำร่อง ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ 10% ยกระดับเมืองสุขภาวะยั่งยืน

เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2569 ที่อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง ศาลากลางจังหวัดลำปาง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับจังหวัดลำปาง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) และภาคีเครือข่ายจังหวัดลำปาง จัดพิธีประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนการบูรณาการระหว่างกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้พื้นที่นำร่องจังหวัดลำปาง ในแนวคิด "แม่น้ำวัง สายน้ำชีวิต สานพลังภาคี สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน" มุ่งยกระดับลำปางสู่เมืองสุขภาวะ ควบคู่การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ลำปางกำลังเผชิญผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน ทั้งอากาศร้อน ไฟป่า ขยะ ก๊าซเรือนกระจก และปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ระบุว่า ปี 2562 จังหวัดลำปางปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 17.35 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และเคยมีอุณหภูมิสูงสุด 44.2 องศาเซลเซียส ครองสถิติร้อนที่สุดของประเทศติดต่อกัน 11 วัน

ผู้ว่าฯลำปาง กล่าวว่า ขณะเดียวกัน แม่น้ำวังซึ่งเป็นสายน้ำสำคัญของจังหวัด มีคุณภาพน้ำอยู่ในระดับพอใช้ และยังเผชิญปัญหาภัยแล้ง รวมถึงคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมในบางช่วงของปี จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการขยายตัวของเมือง ซึ่งจังหวัดต้องการฟื้นฟูแม่น้ำวังให้กลับมาเป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวลำปาง แม้ปัจจุบันจะมีการบริหารจัดการในเขตเมืองแล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์ โดยได้ดำเนินโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียบริเวณลุ่มน้ำสบตุ๋ย และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้ประสานกรมเจ้าท่าเข้าสำรวจและออกแบบโครงการขุดลอกแม่น้ำวังตลอดสาย ใช้งบประมาณเกือบ 400 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

นายวิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ความร่วมมือของทั้ง 5 กองทุนจะช่วยตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนได้อย่างตรงจุด โดยจะขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด "แม่น้ำวัง...สายน้ำแห่งชีวิตของจังหวัดลำปาง" ครอบคลุมการบริหารจัดการน้ำ ฟื้นฟูระบบนิเวศ จัดการน้ำเสีย ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ ลดไฟป่า ลดการเผาในที่โล่ง เพิ่มพื้นที่ป่าชุมชน จัดการขยะ ลดการใช้พลังงาน ส่งเสริมอุตสาหกรรมสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่การดูแลสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมขยายผลสู่พื้นที่อื่นในอนาคต

ด้าน ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส. และประธานคณะทำงานความร่วมมือระหว่างกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กล่าวว่า แผนพัฒนาจังหวัดลำปาง พ.ศ.2566-2570 พบว่าพื้นที่ยังเผชิญปัญหาภัยแล้ง คุณภาพน้ำแม่วังเสื่อมโทรม การบุกรุกป่าชุมชน และหมอกควันไฟป่า ขณะที่ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ปี 2563 ลำปางมีอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดสูงที่สุดในประเทศ อยู่ที่ 44.87 คนต่อประชากรแสนคน ทั้งที่อัตราการสูบบุหรี่ไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับหลายจังหวัด สะท้อนผลกระทบจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะต่อเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง

ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า การสร้างสุขภาวะที่ดีต้องดูแลทั้งสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและประชาชนในพื้นที่ โดยทั้ง 5 กองทุนได้กำหนดเป้าหมายร่วม 6 ด้าน ได้แก่ ลดพื้นที่เผาไหม้ 10% ลดผลกระทบต่อสุขภาพของกลุ่มเปราะบาง 5% เพิ่มการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ 5% เพิ่มพื้นที่สีเขียวและป่าชุมชน 10% เพิ่มการใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และนวัตกรรม 5% และยกระดับคุณภาพน้ำแม่น้ำวัง เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะและเพิ่มศักยภาพชุมชนในการรับมือมลพิษและภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

"การประกาศเจตนารมณ์ครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารงานภาครัฐรูปแบบใหม่ ที่นำศักยภาพของ 5 กองทุนมาบูรณาการร่วมกัน ทั้งการแบ่งปันงานวิจัย ข้อมูล เทคโนโลยี นวัตกรรม การเชื่อมโยงงบประมาณ และการสนับสนุนภาคีในพื้นที่ เพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น" รองผู้จัดการ สสส. กล่าว

ขณะที่ รศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า ลำปางกำลังเผชิญ "วิกฤติซ้อนวิกฤติ" ทั้งปัญหาฝุ่น PM2.5 และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจากเหมืองถ่านหินแม่เมาะ ซึ่งในอดีตเคยสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม แม้ปัจจุบันจะได้รับการแก้ไขแล้วก็ตาม รศ.ดร.นพพร กล่าวว่า สกสว.จะทำหน้าที่เป็นคลังสมอง สนับสนุนองค์ความรู้ นักวิจัย บุคลากร และระบบนิเวศด้านนวัตกรรม เพื่อเชื่อมโยงการทำงานของทุกหน่วยงาน พร้อมยกตัวอย่างงานวิจัยระบบเตือนภัยฝุ่น PM2.5 ระดับตำบล ที่ช่วยให้ประชาชนรับรู้สถานการณ์คุณภาพอากาศ รวมถึงนวัตกรรมตัวกรองฝุ่นที่สามารถนำไปใช้ในพื้นที่ได้จริง

"พลังขององค์ความรู้และนวัตกรรม เมื่อผสานกับความร่วมมือของทุกภาคส่วน จะทำให้ลำปางก้าวสู่ต้นแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศได้อย่างยั่งยืน โดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง"รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวปิดท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top