วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
‘มท.2’ นำทีมกวาดล้างโรงแรมเถื่อน-นอมินีภูเก็ต ปัดสายตรงผู้มีอิทธิพลขอเคลียร์ ย้ำชัด ‘ทำผิดต้องจับ ไม่มีเคลียร์’ ย้ำนโยบายนายกฯ ‘ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม’ ลั่นทำงานต้องมีศักดิ์ศรี เส้นใหญ่แค่ไหนก็ไม่เว้น
วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่จ.ภูเก็ต นำกำลังชุดปฏิบัติการ กรมการปกครอง เข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมี นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ปรึกษารมว.มหาดไทย นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต นายอัครพล สุทธิรักษ์ จิตต์สุภาพ นายอำเภอกะทู้ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำลังพลอาสารักษาดินแดนจังหวัดภูเก็ต ร่วมลงพื้นที่
นายพลพีร์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและกลุ่มทุนต่างชาติสีเทา ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงเป็นการตรวจติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดและท้องถิ่น ในการตรวจสอบการดำเนินการผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการไม่สวมสิทธิ์นอมินีในการเป็นเจ้าของ

"จากการลงพื้นที่เป้าหมาย 3 แห่งในบ่ายวันนี้ ได้แก่ โรงแรมขนาด 200 ห้อง 240 ห้อง และ 45 ห้อง พบว่าทั้งหมดไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างและใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะสองแห่งแรกขออนุญาตก่อสร้างเป็นที่พักอาศัยหรือคอนโดมิเนียม แต่กลับนำมาประกอบธุรกิจโรงแรม นอกจากนี้ การทดลองจองที่พักล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ยังเป็นหลักฐานชัดเจนว่า มุ่งเน้นทำตลาดขายห้องพักให้กลุ่มลูกค้าชาวยุโรปและต่างชาติเป็นหลัก โดยไม่พบลูกค้าชาวไทยเลย" นายพลพีร์ กล่าว
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า จากการตรวจสอบเชิงลึก ยังพบความผิดปกติในการใช้โครงสร้างตัวแทนอำพรางหรือนอมินี (Nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย โดยให้ชาวต่างชาติถือหุ้น ร้อยละ 49 และคนไทยถือหุ้น ร้อยละ 51 บางแห่งคนไทยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่ปล่อยให้ชาวจีนเช่าและดำเนินกิจการโดยไร้ใบอนุญาต นอกจากนี้ ยังเตรียมสืบสวนขยายผลเครือข่ายโรงแรมของชาวรัสเซีย ที่แม้ทางนิตินัยจะถือหุ้นตามที่กฎหมายกำหนด แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีการใช้ชื่อคนไทยแอบอ้างบังหน้าเพื่อถือหุ้นเกินสัดส่วน ขณะนี้ กรมการปกครองได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น

นายพลพีร์ กล่าวว่า การเปิดโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาตและไม่ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ถือเป็นความเสี่ยงต่อสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยว หากเกิดเหตุฉุกเฉินอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อชื่อเสียงของประเทศ ทางการจึงได้เปิดปฏิบัติการแบบดาวกระจาย ดำเนินคดีไปแล้วกว่า 10 จุด หากผู้ประกอบการไม่มีหลักฐานที่ถูกต้องมาชี้แจง จะใช้มาตรการสั่งปิดถาวร ซึ่งปฏิบัติการกวาดล้างทุนสีเทาจะไม่หยุดแค่ที่ภูเก็ต แต่จะขยายผลทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการเตรียมจัดระเบียบและจับกุมผู้ลักลอบขายกัญชาเถื่อนทั่วเมือง หลังจากพบกรณีนักท่องเที่ยวพยายามขนกัญชาน้ำหนัก 31 กิโลกรัม ออกจากสนามบินภูเก็ตเมื่อช่วง 2 สัปดาห์ก่อน
รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ในเรื่องการจัดการใบอนุญาตประกอบการโรงแรมที่ค้างคา ที่ผ่านมา จ.ภูเก็ตมีเรื่องคงค้างอยู่เกือบ 600 เรื่อง แต่ทางจังหวัดได้เร่งระบายออกไปเกือบหมดแล้ว โดยในจำนวนนี้กว่า 300 เรื่อง เป็นสถานประกอบการขนาดเล็ก ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จเจ้าหน้าที่ก็เซ็นอนุญาตให้ทันที ส่วนกลุ่มที่มีขนาดเกิน 8 ห้อง แต่ไม่เกิน 80 ห้อง ซึ่งไม่เข้าข่ายต้องขอ EIA ก็ได้เร่งพิจารณาจนเหลือคงค้างอยู่ที่จังหวัดเพียงจำนวนน้อยมากแล้ว
“ทั้งนี้ ในระหว่างการเข้าตรวจสอบโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งพบว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบการ ได้มีโทรศัพท์จากผู้มีอิทธิพลในบ้านเมืองเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอไม่ให้มีการดำเนินคดี ผมจึงต้องกราบเรียนชี้แจงไปว่าไม่สามารถทำตามได้ เพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า หากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการใดๆ จะถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม มาตรา 157 พร้อมกราบวิงวอนผู้ใหญ่ในบ้านเมืองว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างมีศักดิ์ศรีและถูกต้องตามกฎหมาย ปล่อยให้ทำงานเพื่อปกป้องผู้ประกอบการที่ตั้งใจทำธุรกิจอย่างสุจริต ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี "ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" หากทำผิดก็ต้องจับกุม รัฐบาลจะไม่ยอมให้กลุ่มทุนนอมินี แก๊งสแกมเมอร์ หรือธุรกิจสีเทา เข้ามาเบียดเบียนคนไทยที่ทำธุรกิจถูกกฎหมายและเสียภาษีถูกต้องอีกต่อไป” รมช.มหาดไทย กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี