วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เพจกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกมาระบุผ่านเฟซบุ๊กว่า การดูแลและคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ป่าตามแนวรอยต่อเขตอนุรักษ์ ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรักษาเยียวยาสัตว์ป่าบาดเจ็บซึ่งต้องอาศัยความชำนาญและความประณีตสูง ซึ่งทีมสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ได้เข้าดำเนินการรักษาอาการป่วยของ “สีดอทองม้วน” มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
ด้าน นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทุกคนยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือช้างป่ารวมถึงสัตว์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มกำลังและต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูสุขภาพให้สัตว์ป่ากลับมาดำรงชีวิตในธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย
ขณะที่ นายสุทธิชัย โผภูเขียว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ รายงานความคืบหน้าล่าสุดในการปฏิบัติงานว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบช้างป่า เพศผู้ ไม่มีงา หรือ "ช้างสีดอ" ชื่อ “สีดอทองม้วน” อายุประมาณ 35–40 ปี มีอาการบวมอย่างเห็นได้ชัดบริเวณขาหลังด้านซ้ายในพื้นที่นอกเขตฯ สลักพระ ส่งผลให้การเคลื่อนไหวเป็นไปด้วยความยากลำบาก
กระทั่งเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ได้ประสานความร่วมมือกับนายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และทีมงานฝ่ายจัดการสุขภาพและคลินิกสัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า เข้าพื้นที่เป้าหมายเพื่อยื่นมือเข้ารักษา “สีดอทองม้วน” เป็นช่วงที่ 4 ของแผนการปฏิบัติการ
โดยทีมสัตวแพทย์ได้วางแผนจ่ายยาอย่างรัดกุมเพื่อลดความเครียดและป้องกันอันตรายแก่ตัวช้างป่า เริ่มจากการฉีดยาลดปวด Tramadol (ทามาดอล) จำนวน 1 เข็ม ร่วมกับการใช้เทคนิคทางพฤติกรรมศาสตร์ซ่อนยาชนิดเม็ดไว้ในกล้วยน้ำว้า
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี