วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ระทึกทะเลอ่าวไทย! คลื่นลมแรงซัดเรือตกปลา 17 ฟุต พลิกคว่ำจมดิ่งหน้าเกาะครามน้อย 2 หนุ่มฝรั่งเศสจับมือ 2 สาวไทยใส่ชูชีพลอยคอเกาะท้องเรือ กู้ภัยพัทยา-สัตหีบ สนธิกำลังฝ่าฝนช่วยรอดปาฏิหาริย์
วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุกู้ภัยทางน้ำ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา และทีมกู้ภัยทางทะเลเมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุภัยพิบัติทางน้ำมีเรือท่องเที่ยวประเภทเรือตกปลา ประสบอุบัติเหตุอับปางล่มลงกลางทะเลอ่าวไทย พิกัดบริเวณหน้าเกาะครามน้อย (เกาะคราม) ห่างจากทางชายฝั่งบ้านบางเสร่ ราวประมาณ 3-8 ไมล์ทะเล พื้นที่ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้ประสบภัยลอยคอรอการช่วยเหลืออยู่กลางทะเลจำนวนหลายราย หลังรับแจ้งจึงได้ประสานส่ง เรือยางกู้ภัยเมืองพัทยา 501 พร้อมสนธิกำลังร่วมเรือกู้ภัยสัตหีบ และขอความร่วมมือเรือนักท่องเที่ยวในพิกัดใกล้เคียง รุดเดินทางไปตรวจสอบและกู้ภัยทันที
เมื่อทีมชุดปฏิบัติการทางน้ำเดินทางไปถึงพิกัดที่เกิดเหตุ ท่ามกลางสภาพคลื่นลมในทะเลที่มีกำลังแรงจัด ความสูงของคลื่นอยู่ที่ระดับ 3-4 เมตร เจ้าหน้าที่พบเรือตกปลาลำเกิดเหตุ ขนาดความยาวลำตัวเรือ 17 ฟุต ขับเคลื่อน 1 เครื่องยนต์ อยู่ในสภาพท้องเรือหงายพลิกคว่ำและกำลังจะจมลงสู่ใต้ทะเล โดยพบผู้ประสบภัยจำนวน 4 ราย เป็น ชายชาวต่างชาติสัญชาติฝรั่งเศส 2 ราย และ หญิงสาวชาวไทย 2 ราย ทั้งหมดสวมเสื้อชูชีพและกำลังลอยคอเกาะกลุ่มรวมกันอยู่บริเวณโครงท่อนเรือด้วยความตื่นตระหนกตกใจกลัว เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้กระจารกำลังโยนอุปกรณ์และเข้าอุ้มช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งหมดขึ้นมาบนเรือกู้ภัยได้อย่างปลอดภัย ตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีใครได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเพียงอาการอ่อนเพลียและช็อกลนจากเหตุการณ์
จากการสอบสวนปากคำ นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี หนึ่งในผู้ประสบภัยชาวไทย ให้การถึงนาทีระทึกขวัญว่า ตนเองพร้อมด้วยสามีชาวฝรั่งเศสและกลุ่มเพื่อน ได้ร่วมกันล่องเรือตกปลาออกจากบริเวณชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา ตั้งแต่ช่วงเวลา 09.00 น. ของเช้าวันเดียวกัน โดยตั้งใจจะเดินทางมาท่องเที่ยวชมบรรยากาศรอบเกาะคราม
อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลากลับเข้าฝั่ง ปรากฏว่าสภาพอากาศแปรปรวนอย่างกะทันหัน มีคลื่นลมในทะเลตั้งเค้าและทวีความรุนแรงขึ้นมาก ทางคนขับพยายามบังคับเรือเพื่อวิ่งผ่าคลื่นลมมุ่งหน้ากลับเข้าฝั่งบางเสร่ แต่เนื่องจากคลื่นมีขนาดใหญ่เกินกว่าตัวเรือขนาด 17 ฟุตจะรับไหว ส่งผลให้น้ำทะเลปริมาตรมหาศาลไหลทะลักเข้าท่วมภายในตัวเรืออย่างรวดเร็ว แม้ทุกคนในเรือจะช่วยกันหาภาชนะมาตักน้ำออกจากเรือแต่ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งเรือเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำในที่สุด ทุกคนจึงรีบคว้าเสื้อชูชีพมาสวมใส่และพยายามใช้โทรศัพท์มือถือโทรสายด่วนแจ้งขอความช่วยเหลือจากกู้ภัยก่อนที่ร่างจะจมหาย
หลังเสร็จสิ้นกระบวนการช่วยชีวิตนักท่องเที่ยว ทั้ง 4 ราย เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจัดการจราจรทางน้ำโดยทำการผูกลากจูงซากเรือสปีดโบ๊ทที่อับปางกลับเข้าสู่ชายฝั่งบริเวณบางเสร่เพื่อความปลอดภัยและตรวจสอบความเสียหายของตัวเรือ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างปฏิบัติการกู้เรือกลับมีฝนตกลงมาอย่างหนักเพิ่มซ้ำ ประกอบกับคลื่นลมในทะเลยังคงทวีความรุนแรงระดับวิกฤต
ส่งผลให้เรือยางกู้ภัยเมืองพัทยา 501 ซึ่งเป็นเรือปฏิบัติภารกิจหลัก ยังไม่สามารถนำเรือกลับเข้าที่ตั้งบนฝั่งพัทยาได้ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการจึงต้องนำเรือกู้ภัยและลากเรือของกลางเลี้ยวเข้าไปจอดทอดสมอหลบคลื่นลมมรสุมอยู่บริเวณด้านหลัง เกาะเกร็ด (หรือเกาะเป็ด) เพื่อรอคอยให้สภาพอากาศและท้องฟ้าเปิดเอื้ออำนวย จึงจะนำกำลังเดินทางกลับเข้าที่ตั้ง
ในเบื้องต้น ทางสำนักงานกู้ภัยและเจ้าหน้าที่เจ้าท่าได้ออกประกาศเตือน แจ้งความคืบหน้าสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการเรือประมง เรือนำเที่ยว และประชาชนที่มีแผนจะนำเรืออกสู่ทะเลในช่วงเวลานี้ ให้ติดตามประกาศแจ้งเตือนสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดและเพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี