วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
จนมุมคาหน้าบ้าน! สตม.ตามรอยสายลับ ล็อกตัวเอเย่นต์ยาเสพติดชาวเวียดนามหนีหมายจับ CND ซุกตัวมีนบุรี ใช้มาตรา 12 (7) สับสวิตช์เพิกถอนสิทธิ์อยู่ไทย ลั่นไม่ยอมให้ประเทศเป็นแหล่งกบดานอาชญากร
ภายใต้แนวทางการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างถอนรากถอนโคนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำโดย พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.รัชกฤช รัมจันทร์ รอง ผกก.2 บก.สส.สตม. และ พ.ต.ท.พิเชษฐ์ แสงบัณฑิตย์ สว.กก.2 บก.สส.สตม. ได้มอบหมายสั่งการให้ ร.ต.อ.สุรสิทธิ์ อาจจำนงค์ นำกำลังชุดสืบสวนและชุดปฏิบัติการที่ 3 กก.2 บก.สส.สตม. เปิดปฏิบัติการเข้าควบคุมตัว MR. VIETT (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี สัญชาติเวียดนาม บริเวณหน้าบ้านพักแห่งหนึ่งย่านร่มเกล้า เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
การปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการประสานงานเชิงลึกจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) ที่ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อขอความร่วมมือในการตรวจเช็ก พิกัด และขอให้เพิกถอนการตรวจลงตรา (วีซ่า) หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นบุคคลอันตรายตามหมายจับของทางการสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในคดีลักลอบค้ายาเสพติด และมีพฤติการณ์หลบหนีความผิดเข้ามาเคลื่อนไหวซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย

ต่อมา ชุดสืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญจากสายลับในพื้นที่ว่า พบชายต่างชาติลักษณะตรงตามตำหนิรูปพรรณของทางการเวียดนาม มาลักลอบกบดานอาศัยอยู่ในบ้านพักย่านร่มเกล้า เขตมีนบุรี ชุดปฏิบัติการที่ 3 จึงได้นำกำลังเข้าทำการเฝ้าจุดตรวจการณ์และสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด กระทั่งพบเป้าหมายปรากฏตัวออกมาบริเวณหน้าบ้านพัก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางและตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลเพื่อยืนยันฐานข้อมูล ซึ่งผลการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน จึงควบคุมตัวมายัง บก.สส.สตม.
สืบเนื่องจากผู้ต้องหารายนี้ เป็นบุคคลตามหมายจับของ กรมตำรวจปราบปรามยาเสพติด สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งคำสั่งของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เรื่อง เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรตาม มาตรา 12 (7) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 (เป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความมั่นคงของราชอาณาจักร)

หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวน สตม. ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ตามขั้นตอนกฎหมายป่าไม้และคนเข้าเมือง เพื่อเตรียมประสานงานส่งตัวกลับให้แก่ทางการสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามนำตัวไปดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ทั้งนี้ การจับกุมดังกล่าวสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบูรณาการความร่วมมือร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงภายในประเทศ (สตม. และ ป.ป.ส.) กับหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมระหว่างประเทศ ในการสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดหลบหนีข้ามแดน และเป็นการตอกย้ำนโยบายขับเคลื่อนเชิงรุกของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการยกระดับมาตรการคัดกรอง ขีดเส้นตาย และทำลายล้างขบวนการอาชญากรข้ามชาติ ไม่ให้สามารถใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่หลบซ่อนตัวหรือเป็นฐานทัพในการกระทำความผิดกฎหมายได้อีกต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี