วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เชียงรายอ่วม! ปภ.สรุปสถานการณ์น้ำป่าหลากท่วม 4 อำเภอ ลำน้ำกรณ์ทะลักจม 5 หมู่บ้าน ทางหลวง 118 เชียงใหม่-เชียงรายท่วมขัง ด้านชลประทานเร่งเปิดประตูระบายน้ำ 100% คาดคลี่คลายรับเย็นนี้หากฝนไม่ซ้ำ
วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย (ปภ.เชียงราย) ได้ออกรายงานสรุปสถานการณ์ภัยพิบัติในภาพรวม พบว่าปริมาณฝนสะสมที่ตกกระหน่ำลงมาส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและบ้านเรือนราษฎร รวมถึงเส้นทางสัญจรในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่ลาว อำเภอเวียงป่าเป้า และอำเภอแม่สรวย
โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอเมืองเชียงราย มวลน้ำป่าล้นทะลักจาก ‘ลำน้ำกรณ์’ ได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ตำบลแม่กรณ์ ขยายวงกว้างออกไปอย่างน้อย 5 หมู่บ้านหลัก ได้แก่ บ้านปางริมกรณ์, บ้านปางกอก, บ้านใหม่, บ้านฝั่งหมิ่น และบ้านสวนดอก นอกจากนี้อิทธิพลของน้ำป่ายังส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังบนผิวจราจรในพื้นที่ลุ่มต่ำอีกหลายจุด ทำให้รถยนต์และยานพาหนะทุกชนิดต้องสัญจรผ่านไปด้วยความระมัดระวังขั้นสูงสุด
ขณะเดียวกัน ขยับไปที่พื้นที่ อำเภอแม่ลาว สถานการณ์มีความรุนแรงไม่แพ้กัน โดยพบว่ามีมวลน้ำป่าปริมาณมหาศาลไหลบ่าจากห้วยแม่มอญ หลั่งไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยส้าน ในพื้นที่ตำบลโป่งแพร่ จนเกินขีดความสามารถในการกักเก็บ ทำให้น้ำเอ่อล้นทะลักข้ามสันฝายและไหลหลากเข้าท่วมเส้นทางคมนาคม ส่งผลวิกฤตให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวได้เป็นการชั่วคราว ในขณะที่พื้นที่ข้างเคียงอย่างตำบลจอมหมอกแก้ว ระดับน้ำป่าก็เริ่มเอ่อไหลเข้าท่วมใต้ถุนและบริเวณรอบบ้านเรือนประชาชนบางส่วนแล้วเช่นกัน
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ อำเภอเวียงป่าเป้า มวลน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในเขตตำบลเวียง และส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมขังข้ามผิวจราจรบนทางหลวงหมายเลข 118 ซึ่งเป็นเส้นทางสายยุทธศาสตร์หลักที่เชื่อมต่อระหว่าง (เชียงใหม่–เชียงราย) เป็นช่วงๆ สร้างความลำบากให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แม้ว่ายานพาหนะขนาดใหญ่และรถยนต์ทั่วไปยังคงฝ่ากระแสน้ำสัญจรผ่านไปได้ แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยกู้ภัยได้เข้าตรึงกำลังเพื่อเฝ้าระวังและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่าระดับน้ำในจุดดังกล่าวเริ่มมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องแล้ว
ภายหลังเกิดเหตุการณ์วิกฤตดังกล่าว ทางหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการประสานความร่วมมือระหว่าง เทศบาลนครเชียงราย โครงการชลประทานจังหวัด และเทศบาลตำบลเวียงป่าเป้า บูรณาการสั่งการให้เร่งเปิดประตูระบายน้ำรวมถึงประตูฝายชะลอน้ำทุกบานในพื้นที่แบบเต็มพิกัด 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเร่งผลักดันและระบายมวลน้ำป่าออกจากพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตรให้รวดเร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย สาขาเวียงป่าเป้า ได้จับมือกับฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครลงพื้นที่เคาะประตูบ้านเพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้เร่งยกสิ่งของมีค่า สัตว์เลี้ยง และระบบปลั๊กไฟขึ้นที่สูง พร้อมจัดกำลังพลเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลากตลอดแนวพื้นที่เสี่ยงภัย
สำหรับภาพรวมสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พบว่าปริมาณกลุ่มฝนในหลายอำเภอเริ่มเบาบางลงและบางจุดฝนได้หยุดตกแล้ว ส่งผลดีให้ระดับน้ำท่วมขังในทุกพื้นที่เริ่มทรงตัวและทยอยลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ประเมินว่า หากไม่มีพายุฝนระลอกใหม่ตกลงมาซ้ำเติมในพื้นที่ต้นน้ำ คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมขังและน้ำหลากในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเกือบทั้งหมดจะสามารถทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายในเวลา 1–2 ชั่วโมงนี้
อย่างไรก็ตาม ทางส่วนราชการยังคงออกประกาศย้ำเตือนให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและทางน้ำไหลผ่าน ให้ยังคงเฝ้าระวังและติดตามประกาศแจ้งเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศในระยะนี้ยังคงมีความแปรปรวนและมีโอกาสเกิดฝนตกเพิ่มเติมได้ในบางพื้นที่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี