533.jpg
สัญญาณอันตราย! น้ำสายเอ่อแตะใต้สะพานมิตรภาพ คน 2 ฝั่งไทย-เมียนมาผวาหนัก

สัญญาณอันตราย! น้ำสายเอ่อแตะใต้สะพานมิตรภาพ คน 2 ฝั่งไทย-เมียนมาผวาหนัก

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.26 น.

สัญญาณอันตราย! น้ำสายทะลักแตะใต้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 ระดมทีมเจ้าหน้าที่อุดบิ๊กแบ็กรั่วชุมชนเกาะทราย ปภ.ยิงข้อความ Cell Broadcast เตือน 4 ชุมชนแม่สายรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ตลาดท่าล้อจมแล้ว 20 ซม.

วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดเชียงราย รายงานสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากบริเวณพรมแดนไทย-เมียนมา โดยล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำสาย ซึ่งเป็นแม่น้ำกั้นพรมแดนระหว่างประเทศ มีสภาพไหลเชี่ยวกรากสีขุ่นแดง และมีปริมาณน้ำสะสมเพิ่มมากขึ้นอย่างน่ากลัว จนระดับน้ำหนุนสูงแตะบริเวณใต้ท้องสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ซึ่งเชื่อมเส้นทางระหว่าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กับ จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา


ชนวนเหตุของวิกฤตน้ำหลากในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.40 น. ของวันเดียวกัน ได้เกิดพายุฝนกระหน่ำตกหนักอย่างต่อเนื่องในเขตรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำเหนือประเทศไทย โดยเฉพาะที่สถานีตรวจวัดน้ำบ้านโจตาดา จังหวัดท่าขี้เหล็ก ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชายแดนอำเภอแม่สายไปทางทิศเหนือประมาณ 22 กิโลเมตร มีรายงานปริมาณน้ำฝนสะสมสูงถึง 81.2 มิลลิเมตร วัดระดับน้ำดิบได้ร้อยละ 76.67 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ "น้ำมากขั้นวิกฤต" โดยตามสถิติมวลน้ำป่าจากจุดดังกล่าวจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ในการไหลหลากมาถึงแนวชายแดนไทย ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายค่อย ๆ ขยับตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดช่วงเวลาสาย อย่างไรก็ตาม มวลน้ำยังไม่ล้นทะลักข้ามแนวกระสอบทรายบิ๊กแบ็ก (Big Bag) พนังกั้นน้ำชั่วคราวและกึ่งถาวรที่ฝั่งไทยสร้างไว้ รวมถึงกำแพงคอนกรีตป้องกันน้ำท่วมของฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็ก

ทางด้าน นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย ได้นำกำลังฝ่ายปกครองลงพื้นที่เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่มวลน้ำก้อนใหญ่ไหลมาถึงสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 1 ทำให้อัตราความสูงของน้ำวัดได้ร้อยละ 95.06 มิลลิเมตร ยกระดับเข้าสู่ "เกณฑ์เฝ้าระวังอันตรายสูงสุด" ประกอบกับมีเศษขยะ วัชพืช และท่อนไม้ขนาดใหญ่ลอยมาติดสกัดขวางทางน้ำบริเวณตอม่อสะพาน เจ้าหน้าที่จึงต้องระดมกำลังตักและเก็บกู้ซากไม้ออกอย่างต่อเนื่องเพื่อเปิดทางน้ำไหล

สำหรับพื้นที่ตอนในของอำเภอแม่สาย ทั้งในเขตตำบลแม่สาย (ฝั่งตะวันออกของสะพาน) และตำบลเวียงพางคำ (ฝั่งตะวันตกของสะพาน) แม้น้ำสายจะยังไม่ล้นข้ามพนังกั้นน้ำเข้ามาโดยตรง แต่ด้วยแรงดันมหาศาลทำให้น้ำเริ่มซึมลอดใต้ฐานรากดินปนทราย เกิดเป็นแอ่งน้ำเอ่อเจิ่งนองท่วมขังพื้นผิวจราจรหลายจุด จนกระทั่งเวลา 08.27 น. ได้รับรายงานเหตุด่วนว่า พนังกั้นน้ำชั่วคราวบริเวณใกล้ชุมชนเกาะทราย ตำบลแม่สาย ซึ่งทำจากถุงกระสอบบิ๊กแบ็กวางซ้อนกัน เกิดชำรุดและมีรอยรั่วซึมรุนแรงจนแรงดันน้ำดันทะลักเข้ามาได้ 2 จุด นายอำเภอแม่สายจึงสั่งระดมกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ร่วมกับกองช่างเทศบาลตำบลแม่สาย นำเครื่องจักรกลหนักและบิ๊กแบ็กชุดใหม่เข้าทำการอุดรอยรั่วสกัดกั้นน้ำอย่างเร่งด่วนท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวจัด

ขณะที่ฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา สถานการณ์ค่อนข้างวิกฤต แม้จะมีการสร้างพนังกั้นน้ำเอาไว้ แต่เนื่องจากปริมาณน้ำฝนในพื้นที่มีมาก ประกอบกับมวลน้ำสายไหลทะลักผ่านช่องว่างแนวรอยต่อกำแพง ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ย่านเศรษฐกิจอย่าง "ตลาดท่าล้อ" เป็นบริเวณกว้าง ระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 20 เซนติเมตร ทำให้พ่อค้าแม่ค้าชาวเมียนมาและร้านค้าจำนวนมากต้องรีบปิดกิจการชั่วคราว พร้อมระดมกำลังขนย้ายสินค้าและทรัพย์สินมีค่าขึ้นไปไว้บนที่สูงเพื่อหนีน้ำ

ต่อมาเมื่อเวลา 08.54 น. วันที่ 31 กรกฎาคม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ทำการเปิดระบบแจ้งเตือนภัยอพยพชั้นสูง ผ่านข้อความสั้นบนโทรศัพท์มือถือระบบ Cell Broadcast Service ไปยังพิกัดสมาร์ตโฟนของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทันที โดยระบุข้อความแจ้งเตือนระวังภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากฝนตกหนักบริเวณต้นน้ำสาย ขอให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสาย ประกอบด้วย ชุมชนสายลมจอย (ต.เวียงพางคำ), ชุมชนเกาะทราย, ชุมชนไม้ลุงขน และชุมชนเหมืองแดง (ต.แม่สาย) เตรียมความพร้อมขนย้ายสิ่งของ และเฝ้าระวังติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดตราบใดที่ฝนยังไม่หยุดตก

นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์การระบายน้ำในลุ่มน้ำสาขาอย่าง ลุ่มน้ำแม่น้ำคำ ในเขตอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเมื่อเวลา 07.30 น. หลังจากที่มีฝนตกสะสมต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำคำเอ่อล้นตลิ่ง ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในหมู่บ้านแม่คำใต้ หมู่ 11 ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน แล้วบางส่วน และมีแนวโน้มว่าระดับน้ำจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะไหลบ่าเข้าท่วมตามตรอกซอยในพื้นที่ลุ่มต่ำที่อยู่ติดกับลำน้ำแม่คำในระยะเวลาอันใกล้นี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมรับมืออุทกภัยน้ำเอ่อล้นตลิ่งเช่นเดียวกัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top