533.jpg
ระทึกบางขันธ์! หนุ่มใหญ่ขับเก๋งพาแม่ไป รพ. เกิดเจ็บอกหมดสติพุ่งอัดรถอีกคันพังยับ

ระทึกบางขันธ์! หนุ่มใหญ่ขับเก๋งพาแม่ไป รพ. เกิดเจ็บอกหมดสติพุ่งอัดรถอีกคันพังยับ

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.45 น.

ระทึกบางขันธ์! หนุ่มใหญ่ขับเก๋งพาแม่วัย 70 ไป รพ. เกิดเจ็บหน้าอกเฉียบพลันก่อนวูบหมดสติ รถไร้การควบคุมพุ่งอัดเก๋งอีกคันพังยับ กู้ภัยเร่งปั๊มหัวใจยื้อชีวิตส่ง รพ.ธรรมศาสตร์ฯ

ร.ต.ท.ธนากร โมรา รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุด่วนอุบัติเหตุทางถนนกรณีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลพุ่งชนกันจำนวนหลายคัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและบาดเจ็บเล็กน้อยติดอยู่ภายในยานพาหนะ เหตุเกิดบริเวณบนสะพานต่างระดับบางขันธ์ ฝั่งมุ่งหน้าสู่ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.คลองหลวง, เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และทีมแพทย์ฉุกเฉินพร้อมรถกู้ชีพจากเทศบาลเมืองคลองหลวง


เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงเส้นทางลาดชันและมีการจราจรค่อนข้างหนาแน่น เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมแพทย์กู้ชีพต้องเร่งระดมกำลังเข้าทำการปฐมพยาบาลขั้นสูงและทำหัตถการปั๊มหัวใจ เพื่อยื้อชีวิตผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างเร่งด่วน ทราบชื่อต่อมาคือ นายประวิทย์ อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถยนต์คันต้นเหตุ สภาพหมดสติปลุกไม่ตื่นและไม่มีชีพจร ใกล้กันในห้องโดยสารพบ นางณฐวรรณ์ อายุ 70 ปี มารดาของผู้ขับขี่ นั่งอยู่ในอาการตื่นตกใจและได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยตามร่างกายจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่กู้ชีพจึงได้รีบเคลื่อนย้ายร่างของนายประวิทย์และมารดาส่งต่อยังห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุทันที

จากการตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อมและพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อฮอนด้า สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของนายประวิทย์ สภาพตัวถังด้านหน้าและด้านข้างพังยับเยินชิ้นส่วนแตกกระจายเกลื่อนพื้นผิวการจราจร ลักษณะพุ่งชนอัดติดคาอยู่กับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลคู่กรณี ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ทะเบียนปทุมธานี ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักโครงสร้างรถยุบตัวลงไปเช่นเดียวกัน

จากการสอบปากคำ นางณฐวรรณ์ มารดาของผู้บาด ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายประวิทย์ (ลูกชาย) กำลังขับรถยนต์คันดังกล่าวเพื่อพาตนเดินทางไปยังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ แต่ในระหว่างที่กำลังขับรถไต่ขึ้นสะพานต่างระดับบางขันธ์ ลูกชายเริ่มมีอาการผิดปกติทางร่างกายและบ่นออกมาว่ารู้สึกแน่นและเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง คาดว่าเมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงทางแยกต่างระดับ ลูกชายอาจจะทนต่อความเจ็บปวดเฉียบพลันไม่ไหว ทำให้เกิดภาวะช็อกหดเกร็งหรือวูบหมดสติไปในทันที ส่งผลให้รถยนต์ขาดการควบคุมและเสียหลักพุ่งตรงเข้าชนรถคู่กรณีที่อยู่ด้านหน้าอย่างจังจนเกิดอุบัติเหตุสะเทือนขวัญดังกล่าว

ทางด้าน ร.ต.ท.ธนากร โมรา พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ วาดแผนผังร่องรอยการชน และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในจุดเกิดเหตุไว้เป็นที่เรียบร้อย พร้อมทั้งได้ประสานงานรถยกจากส่วนกลางให้เข้ามาดำเนินการเคลื่อนย้ายซากรถยนต์ทั้ง 2 คันออกจากพื้นผิวช่องทางการจราจรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากอุบัติเหตุดังกล่าวส่งผลกระทบทำให้การจราจรบนเส้นทางมุ่งหน้าถนนพหลโยธินติดขัดสะสมยาวเหยียด ซึ่งหลังจากนี้จะได้รอให้อาการของผู้บาดเจ็บทุเลาลง ก่อนจะเดินทางไปสอบปากคำอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนสะพานต่างระดับเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top