533.jpg
ร้อยเอ็ดเอาจริง! กวาดล้างใหญ่ 1 เดือน รวบผู้ต้องหา 909 ราย-ยาเสพติดเพียบ

ร้อยเอ็ดเอาจริง! กวาดล้างใหญ่ 1 เดือน รวบผู้ต้องหา 909 ราย-ยาเสพติดเพียบ

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.49 น.

ร้อยเอ็ดเอาจริง! ผู้ว่าฯจับมือรอง ผบช.ภ.4 แถลงยุทธการกวาดล้างยานรก 1 เดือนเต็ม รวบผู้ต้องหาเกือบพันคน ยึดยาบ้าเฉียดล้านเม็ด-เคตามีน 4 กิโลกรัม ดีเดย์เช้ามืดเปิดปฏิบัติการปิดล้อม 70 จุด ยึดทรัพย์เครือข่ายมูลค่าหลายล้าน

วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด มีรายงานการแถลงผลงานปราบปรามยาเสพติดครั้งใหญ่ระดับจังหวัด โดย นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นายนันทวิทย์ นาคแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด, พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (รอง ผบช.ภ.4), พ.ต.อ.ไกร สอนสี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด, พ.ต.อ.วีระ หางนาค ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจากฝ่ายปกครอง ทหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงผลการดำเนินงานเชิงรุกด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด


สำหรับการ แถลงข่าวในครั้งนี้เป็นการสรุปยอดผลการปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้าและบำบัดผู้เสพในห้วงระยะเวลา 1 เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุกและการขยายผลทำลายเครือข่ายรายย่อยและรายใหญ่ในทุกตารางนิ้ว โดยสามารถสรุปสถิติจับกุมและของกลางได้ดังนี้ ยอดการจับกุมคดียาเสพติดรวม 897 คดี , จำนวนผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัว 909 คน โดยของกลางยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ ยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) 931,467 เม็ด , ยาไอซ์ 18.74 กรัม และเคตามีน (ยาเค) 4 กิโลกรัม

นอกจากนี้ ในช่วงเช้ามืดของวันเดียวกัน (31 กรกฎาคม) เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครองยังได้เปิดปฏิบัติการจู่โจมปิดล้อมตรวจค้นครั้งใหญ่ โดยกระจายกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติดพร้อมกันจำนวน 70 เป้าหมายทั่วทั้งจังหวัด ผลปฏิบัติการสามารถจับกุมคดียาเสพติดเพิ่มได้อีก 65 คดี ได้ตัวผู้ต้องหา 67 ราย พร้อมของกลางยาบ้าอีก 328 เม็ด ซึ่งผู้ต้องหาส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มผู้เสพยาเสพติดที่เตรียมเข้าสู่กระบวนการบำบัด และผู้กระทำความผิดฐานครอบครองเพื่อการค้าซึ่งเป็นภัยร้ายแรงต่อชุมชน

ในส่วนของมาตรการเด็ดปีกริบทรัพย์ เจ้าหน้าที่สามารถทำการตรวจยึดทรัพย์สินและอาวุธร้ายแรงที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด เพื่อนำมาตรวจสอบและดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ประกอบด้วย อาวุธปืนลูกซองยาวจำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน 3 นัด, อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 14 นัด รวมถึงโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อซื้อขาย, ยานพาหนะประเภทรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ อีกหลายรายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ตรวจสอบในครั้งนี้คิดเป็นมูลค่าหลายล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลทั้งหมดไปขยายผลเพื่อออกหมายจับนายทุนและผู้ร่วมขบวนการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป

ทางด้าน พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวเน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานว่า ปฏิบัติการในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือแบบบูรณาการของทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และประชาชนในพื้นที่ ในการเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล มุ่งเป้าไปที่การตัดวงจรน้ำเลี้ยงค้ายาเสพติด ลดความรุนแรง และระงับการแพร่ระบาดในระดับชุมชนฐานราก เพื่อคืนความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน พร้อมยืนยันว่าตำรวจภูธรภาค 4 จะเดินหน้าเปิดยุทธการกดดันกลุ่มอิทธิพลมืดเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนทุกคนให้ร่วมเป็นหูเป็นตาและเป็นกำลังสำคัญในการเฝ้าระวังท้องถิ่น หากพบเบาะแสการมั่วสุม, การลักลอบจำหน่าย หรือพบผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสลับได้ที่ สายด่วนยาเสพติด โทร. 1599, สายด่วนเหตุฉุกเฉิน โทร. 191 หรือติดต่อโดยตรงที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อร่วมกันสร้างสังคมร้อยเอ็ดให้ปลอดยาเสพติดอย่างแท้จริง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top