วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เชียงรายเปิดโมเดลอภิมหาโปรเจกต์ ‘Chiang Rai Wellness City’ ปั้นเมืองสู่ศูนย์กลางท่องเที่ยวสุขภาพระดับสากล สั่งลุย 4 หลักสูตรปั้นนักเลงอาหาร-มัคคุเทศก์ท้องถิ่น อัดแคมเปญแชร์คลิป-บทความชิงรางวัลใหญ่กระตุ้นท่องเที่ยว ส.ค-กย.2569 นี้
วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่อะบอนโซ่ ยามะมิซึ (ABONZO Yamamitsu) แหล่งท่องเที่ยวและจุดเช็กอินชื่อดังในตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดงานแถลงข่าวครั้งสำคัญระดับจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดย นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย และ นางสาวยุรีพรรณ แสนใจยา ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย ได้ร่วมกันประกาศเปิดตัว โครงการพัฒนาศักยภาพและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใต้ร่มใหญ่ยุทธศาสตร์ ‘Chiang Rai Wellness City’
การแถลงข่าวในครั้งนี้ จัดขึ้นท่ามกลางทัศนียภาพธรรมชาติที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นเมืองสุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อร่วมกันผลักดันและยกระดับจังหวัดเชียงราย ให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชั้นนำทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ มุ่งเน้นการสร้างรายได้และเศรษฐกิจคุณภาพบนฐานรากของทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ วัฒนธรรมล้านนาที่ทรงคุณค่า และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนอย่างยั่งยืน
การขับเคลื่อนในครั้งนี้ เป็นการประสานความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่าง สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย, ททท. สำนักงานเชียงราย และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน-ชุมชน เพื่อปรับปรุงและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท่องเที่ยว ชุมชนท่องเที่ยว และเครือข่ายมัคคุเทศก์ ให้มีความพร้อมและมีมาตรฐานสูงในการเปิดบ้านต้อนรับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุลและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ในปัจจุบันเทรนด์หรือแนวโน้มการท่องเที่ยวของประชากรโลกได้เปลี่ยนผ่านจากแค่การเดินทางเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ไปสู่การท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาวะ การฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการแสวงหาประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่า
‘จังหวัดเชียงรายมีศักยภาพและจุดแข็งที่โดดเด่นติดอันดับโลก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สีเขียว น้ำพุร้อนธรรมชาติ ชา กาแฟ สมุนไพรพื้นถิ่น ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และคุณภาพทางสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาเมืองสุขภาพ ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย ใจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เราจึงกำหนดวิสัยทัศน์ Chiang Rai Wellness City ขึ้นเพื่อนำจุดแข็งเหล่านี้มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานรากอย่างแท้จริง’ รองผู้ว่าฯ กล่าว
ด้าน นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า โครงการนี้ได้รับการออกแบบขึ้นมาอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิด ‘พัฒนาคน พัฒนาพื้นที่ และพัฒนาการรับรู้ไปพร้อมกัน’ โดยจะมีการจัดกิจกรรมอัปสกิลและส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนสิงหาคมไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โดยในมิติการพัฒนาบุคลากรและผู้ประกอบการ จะมีการจัดฝึกอบรมเข้มข้นจำนวน 4 หลักสูตรหลัก ประกอบด้วย Chiang Rai Wellness Business Academy (5–7 สิงหาคม 2569) หลักสูตรติวเข้มผู้ประกอบการและเครือข่ายธุรกิจ Wellness มุ่งเน้นการเติมองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการสมัยใหม่ การสร้างแบรนด์ การตลาดดิจิทัล และการออกแบบการบริการ (Service Design) ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่
ต่อมา หลักสูตรยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่ (17–19 สิงหาคม 2569) มุ่งสร้างและบ่มเพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรม สามารถสื่อสารบอกเล่าเรื่องราวด้านสุขภาพ อัตลักษณ์ และการท่องเที่ยวของเชียงรายได้อย่างสร้างสรรค์ , หลักสูตรนักสื่อความหมายท้องถิ่น (26–28 สิงหาคม 2569) ยกระดับปราชญ์ชาวบ้านและบุคลากรในชุมชนให้เป็นนักเล่าเรื่อง (Storyteller) มืออาชีพ สามารถถ่ายทอดคุณค่าทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาเชิงสุขภาพสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำแก่นักท่องเที่ยว และ Local Food Stylist for Wellness Tourism (29–31 สิงหาคม 2569) พัฒนาทักษะเชฟและผู้ปรุงอาหารในท้องถิ่น ยกระดับเมนูอาหารพื้นถิ่นเชียงรายให้กลายเป็น ‘อาหารเพื่อสุขภาพ’ (Wellness Gastronomy) ที่มีหน้าตาสากล มีเรื่องราว และสร้างมูลค่าเพิ่มทางการค้าได้สูงขึ้น
นอกจากการพัฒนาคนแล้ว โครงการยังได้เปิดเกมรุกเดินหน้าส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์เชิงรุก (ห้วงวันที่ 11 สิงหาคม – 8 กันยายน 2569) ผ่านการจัดทำสื่อทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนภาพลักษณ์เมืองผ่าน 2 แคมเปญประกวดสื่อสร้างสรรค์ ได้แก่ แคมเปญที่ 1 ‘Chiang Rai Wellness Moment – แชร์โมเมนต์สุขภาพดีที่เชียงราย’ ประกวดการผลิตคลิปวิดีโอสั้น (Short-form video) ถ่ายทอดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในจังหวัดเชียงราย ชิงเงินรางวัลรวม 70,000 บาท (รางวัลชนะเลิศ 30,000 บาท / รองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 20,000 บาท / รองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 10,000 บาท และรางวัลชมเชย 2 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท)
และ แคมเปญที่ 2 ‘Wellness Storytelling – เรื่องเล่าการเดินทางสุขภาพดี’ ประกวดการเขียนบทความพร้อมภาพถ่ายสะท้อนคุณค่าวิถีชีวิต วัฒนธรรม อาหาร หรือสมุนไพรของเชียงราย ผู้ชนะจะได้รับ Gift Voucher สำหรับเข้าใช้บริการที่พักระดับพรีเมียม สปาชั้นนำ ร้านอาหาร และบริการด้าน Wellness ทั่วจังหวัด รวมมูลค่ารางวัลกว่า 50,000 บาท
นอกจากนี้ โครงการยังเตรียมพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวสายสุขภาวะต้นแบบ พร้อมเชิญสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพและการท่องเที่ยวร่วมเดินทางในทริปทดสอบระบบเพื่อรีวิวสร้างแรงบันดาลใจ และจัดกิจกรรมไฮไลต์ ‘Wellness Camping Life’ ระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวในรูปแบบการพักผ่อนแคมปิ้งท่ามกลางธรรมชาติ ควบคู่กับกิจกรรมฟื้นฟูสุขภาวะ
สุดท้าย นางสาวยุรีพรรณ แสนใจยา ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงราย กล่าวว่า ททท. พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการทำ Destination Branding หรือการสร้างการจดจำภาพลักษณ์ภาพจำใหม่ให้เชียงรายเป็น ‘เมืองหลวงแห่ง Wellness ของภาคเหนือ’ โดยจะระดมเครือข่ายสื่อมวลชนและจัดกิจกรรม Media & Influencer Fam Trip เพื่อขยายผลการประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนี้ออกไปสู่กลุ่มเป้าหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างกว้างขวาง เป็นการปูทางสู่การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เชียงรายเป็นต้นแบบ Wellness Destination ระดับสากลอย่างแท้จริง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี