533.jpg
สาวไทยรอดคุกหวิว อัยการญี่ปุ่นไม่ฟ้อง

สาวไทยรอดคุกหวิว อัยการญี่ปุ่นไม่ฟ้อง

วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สาวไทยรอดคุกหวิว

อัยการญี่ปุ่นไม่ฟ้อง

 

อัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องหญิงไทย คดีรับหิ้วซองกาแฟซุกไอซ์ ชี้ไม่มีเจตนา-ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติมาก่อน ขณะที่เจ้าตัวกลับถึงไทย 1 สิงหาคมนี้ ขณะที่ตำรวจแกะรอยไรเดอร์ชายขับรถยนต์มาส่งของ


เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่สาวไทยวัย 28 ปี ที่ถูกจับกุมในประเทศญี่ปุ่นคดีนำยาเสพติด (ไอซ์) น้ำหนัก 900 กรัม เข้าประเทศว่า ตนได้รับการประสานงานจากตำรวจญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว ทราบว่าอัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้อง น.ส.จุฑาทิพย์ (สงวนนามสกุล) หญิงไทยวัย 28 ปี ในคดีเกี่ยวกับการนำพายาเสพติดให้โทษเข้าสู่ราชอาณาจักร

น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวว่า ส่วนรายละเอียดเชิงลึกว่าเหตุใดจึงสั่งไม่ฟ้องนั้น ยังอยู่ระหว่างการประสานงาน แต่ทราบเบื้องต้นว่าอัยการญี่ปุ่นมองว่าหญิงไทยไม่มีเจตนา หรือน่าเชื่อได้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติแต่อย่างใด เพราะเป็นเพียงผู้หิ้วนำเอาสินค้า ซึ่งไม่รู้ว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งไม่เคยมีประวัติที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด หรือพัวพันในเรื่องยาเสพติดมาก่อนด้วย จึงสั่งไม่ฟ้องหญิงไทยรายดังกล่าว

“กรณีที่ทางการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาชาวไทยในคดียาเสพติดนั้น เคสนี้ก็ไม่ใช่เคสแรกที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง เพราะที่ผ่านมาก็มีทั้งกรณีที่อัยการญี่ปุ่นสั่งฟ้องกับสั่งไม่ฟ้องด้วย แต่ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและพฤติการณ์ทางคดีที่จะนำมาพิจารณา”รองเลขาธิการ ป.ป.ส.ระบุ

โฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เผยอีกว่า กระบวน การหลังจากนี้ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น จะมีการประสานงานกับทางกรมการกงสุลของประเทศไทย เพื่อที่จะได้ยืนยันว่าหญิงไทยรายนี้เป็นอิสระจากคดียาเสพติดแล้ว เพื่อหญิงไทยจะได้เดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็วต่อไป ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะเป็นความรับผิดชอบและการประสานงานกันระหว่างเจ้าหน้าที่กงสุลของไทยและครอบครัวของหญิงไทยรายดังกล่าว ว่าจะได้พาตัวหญิงไทยกลับมาประเทศ ไทยในวันเวลาใดต่อไป

ส่วนการดำเนินงานของ ป.ป.ส. หลังจากนี้ เราจะเน้นไปที่การสืบสวนขยายผลติด ตามหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติในภาพรวม ส่วนเรื่องคดีความต่างๆจะเป็นหน้าที่ของตำรวจ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.)ในการดำเนินการต่อไป

น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่ว่าหากถูกผลักดันกลับประเทศแล้วจะติดแบล็กลิสต์ (Blacklist) ห้ามเข้าประเทศญี่ปุ่นหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนและต้องรอเอกสารรายงานอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ในการดูแลเรื่องการคุ้มครองสิทธิหญิงไทย จะมีในส่วนของสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี (สคช.) ที่คอยประสานกับครอบครัว

เมื่อถามว่า ถ้าหญิงไทยรายดังกล่าวเดินทางกลับสู่ประเทศไทยแล้ว จะถูกดำเนินคดีฐานเลี่ยงภาษีศุลกากรกรณีนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักรไปต่างประเทศหรือไม่ น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะเป็นการพิจารณาในส่วนของพนักงานสอบสวนตำรวจ บช.ปส. ว่าจะมีการพิจารณาดำเนินคดีในส่วนนี้หรือไม่ รวมไปถึงการขยายผลในส่วนของไรเดอร์ชาย ที่เป็นผู้นำส่งกล่องพัสดุมายังบ้านของหญิงไทยรายดังกล่าวอีกด้วย

นอกจากนี้ ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. และชุดทำงานของ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ได้ร่วมกันแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดจนพบข้อมูลบางส่วนแล้ว ว่าไรเดอร์ชายรายนี้มีการขับรถยนต์เข้ามาส่งกล่องพัสดุด้วยตัวเองจริง และเป็นการถูกจ้างมา ส่วนปลายทางหลังจากนี้ว่าไปต่อที่ใด ตำรวจก็พบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว แต่เราก็ยังให้เวลาไรเดอร์มาแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติอยู่ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังคงเงียบ ไร้การประสานเข้าพบเจ้าหน้าที่ จึงเป็นความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนตำรวจที่จะพิจารณารวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลขอออกหมายจับผู้ต้องหาตามขั้นตอนต่อไป

โฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตระหนักถึงกฎหมายของประเทศ ไทย โดยการลักลอบนำเข้า–ส่งออกสินค้าโดยหลีกเลี่ยงพิธีการศุลกากร มีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้ารวมค่าอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของที่ลักลอบนำเข้าหรือส่งออกทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า น.ส.จุฑาทิพย์ จะเดินทางกลับประเทศไทย ด้วยสายการบินไทย Thai Airways 649 เที่ยวบิน วันที่ 1 ส.ค.69 (FUK-BKK) ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ 14.00 น.

วันเดียวกันนี้ มารดา และแฟนหนุ่มของน.ส.จุฑาทิพย์ เดินทางเข้าขอบคุณนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน

โดยมารดาของน.ส.จุฑาทิพย์ เผยว่า ดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หลังทราบข่าวว่าอัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้อง และปล่อยตัวกลับไทย

ด้านนายโกศลวัฒน์ ระบุว่า คดีนี้อัยการคุ้มครองสิทธิ ตรวจสอบเส้นทางการเงินและประวัติของสาวรับหิ้วรายนี้ จนเชื่อว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด อัยการคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มีสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิระหว่างประเทศ ที่ช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน โดยร่วมมือกับ กรมการกงสุล และเครือข่ายอาสาสมัครคนไทยในต่างประเทศ วันนี้ดีใจที่น้องจะได้กลับบ้านแล้ว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top