533.jpg
ทำบุญปากหลุมฆ่า5ศพ  เค้นสมุนไอ้ป๋อง   ขยายผลคดีฆ่าฝังดิน

ทำบุญปากหลุมฆ่า5ศพ เค้นสมุนไอ้ป๋อง ขยายผลคดีฆ่าฝังดิน

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทำบุญปากหลุมฆ่า5ศพ

เค้นสมุนไอ้ป๋อง

 

ขยายผลคดีฆ่าฝังดิน

ตร.โต้ไม่ใช่สายข่าว

ขอโทษญาติคนตาย

กู้ภัยนิมนต์พระทำบุญหลุม 5 ศพ ตำรวจเค้น “ไอ้ฟลุ๊ก” ลูกสมุน“ไอ้ป๋อง” หลังเคยให้ข้อมูลมีผู้เสียชีวิต 7 ศพ ก่อนกลับคำให้การ ขณะที่ญาติครอบครัว 3 พ่อแม่ลูกเข้าร้อง “กัน จอมพลัง” สุดท้ายตำรวจยอมขอโทษ ปัดข่าวทีมสังหารโหดเป็นสายข่าวตำรวจ


เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีฆาตกรรมอำพรางศพผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย ประกอบด้วยชาวรัสเซีย 2 ราย และครอบครัวชาวไทย 3 พ่อแม่ลูก หลังตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย ได้แก่ นายฑนา หรือ “ป๋อง” เกิดทอง, นายธงชัย หรือ “ธง” ศรีนิล, นายอัฐภางค์ หรือ “บอล” ช่วงขำ และนายชัยนันท์ หรือ “ฟลุ๊ก” แป้นเอี่ยม ล่าสุด พนักงานสอบสวนยังคงเร่งสอบสวนขยายผล โดยเฉพาะนายชัยนันท์ หรือ “ฟลุ๊ก” ซึ่งก่อนหน้านี้เคยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ในลักษณะว่า อาจมีการก่อเหตุรุนแรงมากกว่า 2 คดี และอาจมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 5 ราย

ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้นำตัวนายฟลุ๊กมาสอบปากคำด้วยตนเองนานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนที่ผู้ต้องหาจะปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว และถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่ สภ.นาจอมเทียน เพื่อความปลอดภัย

ขณะที่ภายใน สภ.นาจอมเทียน เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จำกัดบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ควบคุมตัว โดยเตรียมสอบปากคำนายฟลุ๊กอีกครั้ง เพื่อขยายผลประเด็นสำคัญ ทั้งเส้นทางการกู้ยืมเงิน บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทวงหนี้ และแรงจูงใจที่อาจเชื่อมโยงกับการฆาตกรรมครอบครัวชาวไทย 3 พ่อแม่ลูก

ญาตร้อง”กัน จอมพลัง”

ด้านญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย เดินทางเข้าพบ “กัน จอมพลัง” เพื่อขอความช่วยเหลือและติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมเตรียมเข้าพบ พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผู้กำกับการ สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อสะท้อนความกังวลต่อการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่

ญาติระบุว่า ก่อนเกิดเหตุได้แจ้งความบุคคลสูญหายไว้แล้ว แต่เห็นว่าการติดตามค้นหาอาจยังไม่รวดเร็วเพียงพอ และเชื่อว่าหากมีการเร่งดำเนินการตั้งแต่ช่วงแรก อาจช่วยลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้

สำหรับคดีนี้ ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ สรุปเบื้องต้นว่า เริ่มจากการรับแจ้งคนหายของพี่น้องชาวรัสเซีย เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ก่อนชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผล จนนำไปสู่การค้นพบจุดฝังอำพรางศพในพื้นที่ป่าหมู่ 2 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และพบผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย

หลังจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ตำรวจได้นำตัวไปชี้จุดฝังศพและร่วมค้นหาร่างผู้เสียชีวิต ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน สอบสวนขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบว่าคดีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับเหตุอาชญากรรมอื่นหรือไม่

เปิดใจแฟนสาวบอล

แฟนสาวของนายอัฐภางค์ หรือ “บอล” ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยอ้างว่า บอลรู้จักนายฑนา หรือ “ป๋อง” มานานกว่า 7-8 ปี จากการทำงานเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในอดีต ก่อนที่ป๋องจะถูกจำคุก และภายหลังพ้นโทษได้กลับมาติดต่อทวงเงินค้างชำระจำนวนประมาณ 20,000 บาท พร้อมมีการส่งคำข่มขู่ผ่านบุคคลอื่น ทำให้บอลเกิดความหวาดกลัว เนื่องจากป๋องรู้ที่พักอาศัยของครอบครัว

เธอกล่าวอีกว่า ในวันเกิดเหตุ บอลได้รับการติดต่อจากป๋อง โดยอ้างว่าจะชวนไปทวงหนี้หรือเก็บเงินกู้ จึงยอมเดินทางไปด้วย โดยไม่ทราบล่วงหน้าว่า จะมีการก่อเหตุฆาตกรรม เมื่อบอลกลับมาถึงบ้านหลังเกิดเหตุ มีอาการร้องไห้ กอดเธอด้วยความหวาดกลัว นอนไม่หลับ ละเมอ และมีอาการคล้ายหวาดผวาจากสิ่งที่พบเห็น แต่ไม่ยอมเล่ารายละเอียดทั้งหมด เพราะเกรงว่าหากครอบครัวรับรู้ข้อมูลมากเกินไป จะตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุ

บอลเล่าให้ฟังขุดหลุมไว้แล้ว

เธอยังอ้างว่า บอลเล่าให้ฟังว่า เมื่อเดินทางไปถึงพื้นที่เกิดเหตุ พบว่ามีการขุดหลุมไว้แล้ว และรู้สึกผิดปกติทันที เพราะไม่ใช่การไปทวงหนี้ตามที่ได้รับแจ้ง พร้อมยืนยันว่า บอลไม่เคยบอกว่าเป็นผู้ลงมือยิงผู้เสียชีวิต และไม่เคยเปิดเผยว่าใครเป็นผู้ใช้อาวุธก่อเหตุ

นอกจากนี้ เธอยังกล่าวอ้างว่า หลังเกิดเหตุ ป๋องได้ติดตามความเคลื่อนไหวของบอลอยู่เป็นระยะ เพื่อเฝ้าดูว่าจะนำข้อมูลไปแจ้งตำรวจหรือไม่ อีกทั้งยังมีการข่มขู่บุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงขู่ทำร้ายครอบครัวของเธอ หากมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคดี

แฟนสาวของบอลยังเปิดเผยว่า หลังบอลเข้ามอบตัว เขาได้โทรศัพท์มาหาเพียงครั้งเดียว โดยกำชับให้ปิดบ้านและดูแลความปลอดภัย ก่อนกล่าวขอโทษครอบครัว แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ลงมือสังหาร

ตอนนี้เป็นห่วงความปลอดภัยของบอลระหว่างถูกควบคุมตัวในเรือนจำ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่พิจารณาแยกควบคุมตัวออกจากผู้ต้องหารายอื่น เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย

นิมนต์พระทำบุญ5ศพ

เมื่อเวลา 14.00 น. นายสุทธิพงษ์ บุญมาฉาย หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา ได้นิมนต์พระครูปลัดธีรยุทธ โชติโก หรือ “หลวงพี่เอ็กซ์” เจ้าอาวาสวัดเขาบุญมีดาราราม พร้อมพระสงฆ์รวม 4 รูป ประกอบพิธีทำบุญบริเวณหลุมฝังศพ จุดที่พบผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย ประกอบด้วยครอบครัวชาวไทย 3 ราย และนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย 2 ราย

นายสุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า หลังเสร็จสิ้นภารกิจค้นหาผู้สูญหาย เจ้าหน้าที่หลายคนต่างเล่าถึงเหตุการณ์ที่ยากจะอธิบายระหว่างการปฏิบัติงาน โดยส่วนตัวเชื่อว่าแรงศรัทธาและกำลังใจมีส่วนช่วยให้ภารกิจค้นหาร่างผู้เสียชีวิตสำเร็จลุล่วง อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงหรือแนวทางการดำเนินคดี

หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษยังกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยทุกหน่วยงาน ที่ร่วมกันค้นหาผู้สูญหายด้วยความอดทน แม้ต้องเดินค้นหาในพื้นที่ป่ารกติดต่อกันหลายวัน เนื่องจากผู้ต้องหาให้ข้อมูลตำแหน่งฝังศพไม่ตรงกัน ทำให้ต้องตรวจสอบหลายจุดก่อนจะพบสถานที่ฝังศพที่แท้จริง

สำหรับการขุดค้นหลุมฝังศพ เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งเป็นพ่อ แม่ และลูก ถูกวางซ้อนกันอยู่ภายในหลุม โดยผู้เป็นแม่อยู่ด้านล่าง ผู้เป็นพ่ออยู่ตรงกลาง และลูกอยู่ด้านบน ลักษณะคล้ายถูกนำร่างลงไปกองรวมกันในหลุมที่ปากหลุมแคบ แต่ภายในถูกขุดขยายโพรงให้กว้างกว่าด้านบน

กู้ภัยยันทำงานเต็มที่

นายสุทธิพงษ์ ยอมรับว่า ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ทุกคนรู้สึกกดดันอย่างมาก เนื่องจากผู้ต้องหาให้ข้อมูลเพียงจุดสังเกต เช่น ต้นมะพร้าวหรือแนวคลอง ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน สภาพพื้นที่ได้เปลี่ยนแปลงจนแทบไม่สามารถใช้เป็นจุดอ้างอิงได้ ส่งผลให้การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก

นอกจากนี้ ระหว่างการค้นหา ตนได้ตั้งจิตอธิษฐานเพียงขอให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างราบรื่น หากร่างผู้เสียชีวิตอยู่ในบริเวณดังกล่าวก็ขอให้ค้นพบโดยเร็ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ก่อนที่ท้ายที่สุดจะพบชิ้นส่วนกระดูกและร่างผู้เสียชีวิตตามที่ค้นหา

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา จึงจัดพิธีอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และอุทิศส่วนบุญให้ผู้เสียชีวิตตามหลักความเชื่อทางศาสนา

ทั้งนี้ นายสุทธิพงษ์ ยืนยันว่า การประกอบพิธีดังกล่าวเป็นไปตามความศรัทธาของเจ้าหน้าที่และมูลนิธิเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแนวทางการสืบสวนของตำรวจ ซึ่งยังคงดำเนินการตามพยานหลักฐานและหลักนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ.

ตำรวจขอโทษญาติ3ศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลัง “กัน จอมพลัง” พาญาติของครอบครัวชาวไทย 3 ราย ซึ่งตกเป็นเหยื่อคดีฆาตกรรมและถูกฝังอำพรางศพ เข้าพบ พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และ พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผู้กำกับการ สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับการติดตามคดีบุคคลสูญหาย หลังครอบครัวตั้งข้อสังเกตว่าไม่ได้รับแจ้งความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะทราบภายหลังว่าผู้สูญหายทั้งสามรายถูกฆาตกรรม

รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่า หลังรับแจ้งเหตุบุคคลสูญหาย ตำรวจได้ดำเนินการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับทุกข้อมูลและพยานหลักฐานที่ได้รับ เพียงแต่รายละเอียดเชิงลึกบางส่วนไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี

ด้าน พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผู้กำกับการ สภ.ห้วยใหญ่ ยอมรับว่า แม้ชุดสืบสวนจะดำเนินการติดตามคดีมาโดยตลอด แต่การสื่อสารและการแจ้งความคืบหน้าให้ครอบครัวรับทราบยังมีข้อบกพร่อง พร้อมกล่าวขอโทษและรับปากว่าจะปรับปรุงการทำงาน เพื่อให้ญาติผู้สูญหายได้รับข้อมูลอย่างต่อเนื่องมากขึ้น

ตำรวจเปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งการหายตัวของพ่อ แม่ และลูกสาว เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบ้านพักหลายครั้ง ทั้งกลางวันและกลางคืน พบว่าภายในบ้านยังมีไฟเปิดอยู่ มีผู้มาให้อาหารสุนัข และมีรถกระบะจอดอยู่ตามปกติ ขณะที่รถจักรยานยนต์หายไปพร้อมกับสมาชิกทั้งสามคน

ยันติดตามคนร้ายต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังพบเอกสารเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินภายในบ้าน ทำให้ช่วงแรกต้องตั้งสมมติฐานการสืบสวนหลายแนวทาง รวมถึงความเป็นไปได้ที่ผู้สูญหายอาจเดินทางออกจากพื้นที่จากปัญหาหนี้สิน หรือมีบุคคลเข้ามาทวงหนี้ โดยย้ำว่าเป็นเพียงแนวทางสืบสวน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าผู้เสียชีวิตหลบหนีหนี้

ต่อมา เมื่อชุดสืบสวนคลี่คลายคดีการหายตัวของสองพี่น้องชาวรัสเซีย พบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงมายังคดีครอบครัวชาวไทย ทั้งข้อมูลบุคคลและยานพาหนะ จึงทำให้สามารถยกระดับการสืบสวนและเชื่อมโยงผู้ต้องหาได้อย่างชัดเจน

พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ระบุว่า ชุดสืบสวนมีข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องอยู่ก่อนแล้ว แต่ยังขาดหลักฐานสำคัญ จนกระทั่งได้รับข้อมูลจากคดีชาวรัสเซีย ซึ่งเปรียบเสมือน “จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย” ทำให้สามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว

ไม่ใช่สายของตำรวจ

สำหรับกระแสข่าวที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาหลักเป็นสายข่าวหรือมีความใกล้ชิดกับตำรวจนั้น ทั้งผู้กำกับการ สภ.ห้วยใหญ่ และผู้กำกับการสืบสวน ยืนยันว่า ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมระบุว่า หากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้กระทำผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น

ผู้กำกับการสืบสวนชี้แจงเพิ่มเติมว่า การนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบปากคำเพิ่มเติม เป็นเพราะข้อจำกัดด้านระยะเวลาควบคุมตัวตามกฎหมาย ทำให้ต้องเร่งจัดทำสำนวนเพื่อยื่นฝากขังศาล จึงยังมีบางประเด็นที่ต้องสอบสวนเพิ่มเติม ไม่ได้หมายความว่าพบผู้เสียชีวิตหรือคดีใหม่ตามที่มีกระแสข่าวเผยแพร่

ขณะเดียวกัน ตำรวจยอมรับว่าพื้นที่รับผิดชอบมีพื้นที่ป่าและที่รกร้างจำนวนมาก ประกอบกับถนนสาย 331 และพื้นที่โดยรอบยังมีกล้องวงจรปิดไม่ครอบคลุม จึงเห็นว่าควรเร่งผลักดันการติดตั้งกล้องและระบบไฟส่องสว่างเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการก่อเหตุและการอำพรางศพในอนาคต

ต้องเร่งค้นหาเผื่อเจออีก

หลังการหารือ กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า ประเด็นที่ครอบครัวกังวลได้รับคำชี้แจงจากตำรวจแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารความคืบหน้าคดี พร้อมมองว่าการที่ผู้กำกับการ สภ.ห้วยใหญ่ ออกมายอมรับข้อบกพร่องและกล่าวขอโทษ ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อครอบครัวผู้สูญเสีย

พร้อมเสนอให้ตำรวจตรวจสอบคดีคนหายในพื้นที่ชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงย้อนหลัง ว่ามีคดีใดอาจเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหาหรือไม่ รวมถึงขอให้ทุกฝ่ายระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผู้เสียชีวิตกับยาเสพติด ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว

ด้านญาติผู้เสียชีวิตระบุว่า หลังรับฟังคำชี้แจงจากตำรวจ รู้สึกสบายใจขึ้นในระดับหนึ่ง เพราะทราบว่ามีการสืบสวนมาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ขาดการสื่อสารกับครอบครัว พร้อมยอมรับคำขอโทษของตำรวจ แต่ยังคงเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างถึงที่สุด และใช้คดีนี้เป็นบทเรียนในการรับแจ้งบุคคลสูญหายในอนาคต

ตำรวจยืนยันว่าจะนำข้อเสนอแนะทั้งหมดไปปรับปรุงการปฏิบัติงาน พร้อมเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลคดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้กระทำผิดทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และคืนความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย.

ตำรวจลุยเก็บหลักฐานคดี

เมื่อเวลา 14.00 น.ที่บ้านของศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน คือ นายวิเชียร นาวงษา นางสาว ฉันทนา ฉัตรอินทร์ และ นางสาว นิชาภา นาวงษา พ่อ แม่ลูก ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบรถยนต์เชฟโรเร็ต สีบอร์นทอง ทะเบียน งพ-6348 ชลบุรี ซึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน ที่อยู่ในความสนใจ โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจถูกใช้ในการก่อเหตุหรือเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตในคดีฆาตกรรมอำพรางศพ 3 ราย

การตรวจสอบครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างคราบต้องสงสัย ลายนิ้วมือแฝง เส้นผม เส้นใย รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ภายในและภายนอกรถ เพื่อนำไปตรวจเปรียบเทียบกับผลตรวจจากที่เกิดเหตุและร่างผู้เสียชีวิต

โดยผลการตรวจพิสูจน์จะเป็นพยานหลักฐานสำคัญในการยืนยันการใช้รถคันดังกล่าว รวมถึงเชื่อมโยงบุคคลที่เกี่ยวข้อง และประกอบสำนวนคดี ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ศุภมาส”ห่วงสื่อตีข่าว

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ่งที่ตนขอจากสังคมคือ อย่าให้พื้นที่กับคนร้าย อย่าแชร์ภาพความรุนแรงหรือคำพูดของผู้ก่อเหตุจนกลบเสียงของผู้สูญเสีย ขอให้ส่งแรงใจไปที่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และต้องตรวจสอบข้อมูลให้ชัดก่อนแชร์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top