วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569
น้ำป่าถล่มแม่ฮ่องสอน! ซัดคอสะพาน'ซูตองเป้'ขาด ตัดขาดทางเดินวัด-หมู่บ้าน พระ-เณรลุยเคลียร์สกัดน้ำเปลี่ยนทิศ ชาวบ้านโวยฝายรัฐขวางทางทำน้ำขังนาน ต้นข้าวเน่าเสียหายนับสัปดาห์
วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พระปลัดจิตตพัฒน์ อัคคปัญโญ เจ้าอาวาสวัดภูสมณาราม เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่บ้านกุงไม้สัก ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่า จากสภาวะฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ป่าต้นน้ำแม่สะงาและน้ำแม่สะงี ส่งผลให้เกิดมวลน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวใต้ ‘สะพานซูตองเป้’ แลนด์มาร์กไม้ไผ่ชื่อดัง จนจมใต้น้ำเป็นวงกว้าง
ความรุนแรงของมวลน้ำมหาศาลยังได้พัดพาเอาเศษไม้และต้นไม้แห้งมาติดค้างอยู่บริเวณกอหญ้าทางตอนเหนือของสะพาน จนเกิดเป็นกระแสน้ำไหลวนขนาดย่อม กัดเซาะตอม่อสะพานที่ทอดผ่านทุ่งนาอย่างรุนแรง ส่งผลให้ คอสะพานซูตองเป้ขาดลงชำรุดเสียหาย ในจุดเชื่อมต่อบริเวณสะพานข้ามนาข้าวและสะพานข้ามแม่น้ำแม่สะงา ทำให้พระภิกษุ สามเณร และประชาชน ไม่สามารถสัญจรข้ามไปมาระหว่างตัววัดภูสมณารามกับหมู่บ้านกุงไม้สักได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโครงสร้างสะพานฝั่งที่ทอดข้ามทุ่งนาข้าวไปยังพื้นที่ส่วนอื่น ยังคงมีความมั่นคงแข็งแรงและเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมทัศนียภาพได้ตามปกติ เพียงแต่จำกัดพื้นที่ไม่สามารถเดินเชื่อมข้ามระหว่างฝั่งวัดและฝั่งนาข้าวได้ในขณะนี้
ภายหลังเกิดเหตุ ทางวัดภูสมณารามได้ระดมกำลังพระภิกษุสงฆ์และสามเณร ลงลุยน้ำป่าร่วมกันจัดทำระบบเชือกชักลากและเคลื่อนย้ายเศษไม้รวมถึงสิ่งกีดขวางทางน้ำที่ลอยมาติดค้างอยู่เหนือสะพานออกไปให้พ้นทาง เพื่อเปิดช่องทางไหลของน้ำและป้องกันไม่ให้มวลน้ำเปลี่ยนทิศทางไปกัดเซาะคอสะพานส่วนอื่นเสียหายเพิ่มเติม โดยการทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว เจ้าหน้าที่และพระ-เณรต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถเคลียร์สิ่งกีดขวางได้สำเร็จ
แม้จะมีอุปสรรคจากสภาวะน้ำท่วมและโครงสร้างสะพานบางส่วนชำรุด แต่ในแง่มุมของการท่องเที่ยว นายชินโชติ เจ้าของร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกสะพานซูตองเป้ (ฟากหมู่บ้านกุงไม้สัก) ได้เปิดเผยว่า ตลอดห้วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศการท่องเที่ยวกลับไม่ได้ซบเซาลง โดยยังคงมีกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาปักหมุดท่องเที่ยวและถ่ายภาพสะพานซูตองเป้กันอย่างคึกคัก ส่งผลให้ยอดจำหน่ายสินค้าที่ระลึกและของฝากพื้นเมืองขยับตัวดีขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด
ขณะเดียวกัน ด้านการจัดการน้ำในพื้นที่ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยแหล่งข่าวซึ่งเป็นราษฎรในหมู่บ้านกุงไม้สักระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมขังในรอบนี้ยาวนานและผิดปกติกว่าทุกครั้ง เนื่องจากมีการก่อสร้างฝายทดน้ำของหน่วยงานภาครัฐเข้ามาตั้งขวางทางน้ำเดิม ส่งผลให้ปริมาณมวลน้ำป่าที่หลากลงมาถูกฝายกั้นไว้จนระบายออกสู่ลำน้ำท้ายน้ำได้ช้ามาก ประกอบกับไม่มีการบริหารจัดการเปิดประตูระบายน้ำอย่างเหมาะสม หรือจัดทำเส้นทางน้ำสำรองเพื่อช่วยพร่องน้ำ
สุดท้าย ชาวบ้านให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรใต้สะพานซูตองเป้จมมิดหลายร้อยไร่เช่นเดียวกัน แต่น้ำจะสามารถระบายและลดระดับลงจนแห้งสนิทได้ภายในเวลาไม่เกิน 2 วัน ผิดกับปัจจุบันที่มวลน้ำขังตึงอยู่ในพื้นที่ยาวนานมากกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ส่งผลให้ต้นข้าวที่เกษตรกรเพิ่งจะลงแรงปักดำและเพิ่งเริ่มเจริญเติบโต ต้องจมน้ำเน่าเสียหายอย่างสิ้นเชิงและสร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี