Logo วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
เปิดผังองค์กรลับใต้ดิน  แฉบีอาร์เอ็น  สมาชิกกว่า1,800ราย

เปิดผังองค์กรลับใต้ดิน แฉบีอาร์เอ็น สมาชิกกว่า1,800ราย

วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag : ผังองค์กรลับใต้ดิน แผนใหม่บีอาร์เอ็น พันเอกพงศกร แสงกุล รองผบ.กกล.ทพ.จชต.แฉ
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เปิดผังองค์กรลับใต้ดิน

แฉบีอาร์เอ็น

สมาชิกกว่า1,800ราย

ก่อความไม่สงบ3จว.ใต้

แกนนำใหม่พุ่งเป้าจนท.

เงินหมุนเวียน2พันล./ปี

ใช้รร.บ่มเพาะแบบผิดๆ

“รองผบ.กกล.ทพ.จชต.”ระบุสถานการณ์ความไม่สงบยังมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง เผย BRN ปรับยุทธวิธีรายปีหลังเปลี่ยนแกนนำมุ่งโจมตีภาพลักษณ์กองกำลังรัฐ พร้อมใช้โซเชียลมีเดียและการบิดเบือนด้านการศึกษาเพื่อขยายแนวร่วม ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงระบุเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซา มีการแบ่งกำลังเป็น 2 ชุด แฉ BRN เลิกใช้ศาสนาบังหน้า พุ่งเป้าล้างสมองเยาวชนชายแดนใต้ เปิดโพย ท่อน้ำเลี้ยงรีดไถเงินชาวบ้านใช้ก่อเหตุรุนแรง“เสธ.ทบ.”ลงพื้นที่ตลาดตันหยงมัส สร้างความเชื่อมั่นประชาชน ย้ำฝ่ายความมั่นคงดูแลเข้ม คุมสถานการณ์ให้สงบเรียบร้อยประชาชนต้องได้ใช้ชีวิตได้ตามปกติและมีความสุข

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 พันเอกพงศกร แสงกุล รองผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ (รองผบ.กกล.ทพ.จชต.) กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ว่า เจ้าหน้าที่รัฐพยายามควบคุมสถานการณ์ และเหตุการณ์ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ แต่การก่อความไม่สงบในพื้นที่ต้องยอมรับว่า เกิดจากขบวนการ BRN ซึ่งเป็นองค์กรลับ มีความใกล้เคียงกับผู้ก่อการร้ายในต่างประเทศ แต่เรายังไม่เรียกขบวนการ BRN ว่าผู้ก่อการร้าย แต่ใช้คำว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เพราะเป้าหมายของกลุ่มดังกล่าวโดยส่วนใหญ่จะกระทบชีวิต และทรัพย์สิน และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดจะได้รับผลกระทบเป็นส่วนใหญ่ และไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตได้ ซึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัด ต่างได้งบประมาณจากคนอีก 74 จังหวัด นำมาให้ใช้ ทั้งการสร้างถนน สะพาน และอื่นๆ


เกาะติดการข่าวโดยตลอด

พันเอกพงศกร กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้ไม่ได้แตกต่างอะไรจาก 2 ปีที่แล้ว ส่วนการติดตามด้านการข่าวของกองกำลัง ทางหน่วยได้ติดตามข่าวทั้งจากหน่วยเหนือ หน่วยยุทธการ และยุทธวิธี ซึ่งมีการวิเคราะห์งานข่าวอยู่ตลอด ตามหลักการ IPB หรือ กระบวนการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและภัยคุกคามในพื้นที่ปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ยังมีการหาแหล่งข่าวทั้งแบบเปิด และแบบปิด ซึ่งกองกำลังทหารพรานมีจุดแข็งคือ เป็นกองกำลังประจำถิ่น มีประชาชนที่เป็นลูกหลานเข้ามาเป็นทหารพราน ดังนั้นจะทำให้เราได้ข่าวสารแจ้งเตือนตลอด แต่ต้องยอมรับว่างานข่าวในพื้นที่ 3 จังหวัด ทำงานค่อนข้างยาก เพราะขบวนการ BRN เป็นองค์กรลับ และมีการจัดตั้งใต้ดิน

คาดแนวร่วมBRNมีมากกว่า1,800คน

ขณะที่เรื่องการผลิตแนวร่วม พบข้อมูลของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติว่า มีประมาณ 1,800 กว่าคน ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นกลุ่มบุคคลที่เราสามารถพิสูจน์ได้ ผ่านพยานวัตถุ, พยานหลักฐาน จากผลนิติวิทยาศาสตร์ หรือ DNA ที่ปรากฏในที่เกิดเหตุ และจากคำซัดทอดของพยานบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่ขณะนี้กลุ่มคนดังกล่าว อยู่ระหว่างหลบหนีทั้งในประเทศ และนอกประเทศ แต่ทั้งนี้เชื่อว่า น่าจะมีมากกว่า 1,800 คน ซึ่งขบวนการผลิตแนวร่วมเกิดมาตั้งแต่ต้นน้ำ คือ เรื่องการศึกษา

เด็กถูกพ่มเพาะ-บิดเบือนสิ่งผิด

“ต้องยอมรับว่า คุณภาพการศึกษาของเด็กในพื้นที่ยังไม่สูงมาก หากจะเทียบกับสถิติเกรดเฉลี่ยกับเด็กในพื้นที่จังหวัดอื่น ดังนั้นเมื่อคุณภาพการศึกษาที่ไม่ดี อาจจะทำให้เด็กถูกยัดเยียดทำในสิ่งที่ผิด และยังพบว่า ยังมีโรงเรียนที่บ่มเพาะ และบิดเบือนการศึกษา ผ่านศาสนา เกิดขึ้นอยู่ ซึ่งการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไม่เหมือนที่เราดำเนินการกับกัมพูชา ที่กำจัดอริราชศัตรู แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนในประเทศ ที่ต้องใช้ศาสตร์ และศิลป์ในการแก้ไขปัญหา” รองผบ.กกล.ทพ.จชต.กล่าว

พันเอก พงศกร ยอมรับว่า การทำงานของกำลังพลมีความเสี่ยง มีโอกาสเสียชีวิตถึง 100% โดยเราได้บอกกับกำลังพลทุกนายว่า ให้ระลึกเสมอว่า เราคือเป้าหมาย แต่อย่างไรก็ตามเรามีมาตรการป้องกันความเสี่ยง และมีการฝึกฝนกำลังพลให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

ปีนี้พุ่งเป้าดิสเครดิตกองทัพ

ขณะที่ด้านแหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวถึงยุทธวิธีของผู้ก่อความรุนแรงในรอบ 20 ปีว่า ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเดิม รวมถึงการฝึกก็ยังคงเหมือนเดิม แต่ให้ความสำคัญต่อเป้าหมายในแต่ละปีแตกต่างกัน โดยปีนี้พุ่งเป้าไปที่การดิสเครดิตกองกำลังของรัฐ แบ่งการปฏิบัติตามแผนเป็นช่วงห้วงเดือน ส่วนการทดแทน หรือการเปลี่ยนกำลังพลของบีอาร์เอ็นเกิดขึ้นตลอดเวลา โดยใช้วิธีการบ่มเพาะ สร้างความแตกแยกในสังคม มีการสร้างข้อมูลในโซเชียลมีเดียมากขึ้น หวังสร้างกระแสให้พื้นที่เห็นด้วยกับการกระทำของขบวนการ และต้องถือว่า “ไอโอ“ ของบีอาร์เอ็นทำได้ดีมาก มุ่งไปที่การชี้นำสื่อของรัฐด้วย

เลิกใช้ศาสนาชี้นำเป็นหลัก

ทั้งนี้การใช้คำว่า “ผู้เห็นต่าง”กลับมีผลดีกับ “บีอาร์เอ็น” เพราะยุทธศาสตร์คือ ต้องการสร้างความรู้สึกร่วม กับคน 3 กลุ่ม คือในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, คนใน 74 จังหวัด และต่างประเทศ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในการแบ่งแยกดินแดนในส่วนโครงสร้างการบริหารงานของ บีอาร์เอ็นได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพราะแกนนำเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนนี้อายุ 70 ถึง 80 ปี ร่วงโรยไปตามกาลเวลา จึงมีการส่งผ่านให้คนใหม่ ซึ่งในอดีตใช้ศาสนาชี้นำเป็นหลัก แต่ปัจจุบันพุ่งเป้าไปที่คุณลักษณะของวัยรุ่น นั่นก็คือฮอร์โมนของเยาวชนจะเป็นตัวเร่งในการต่อสู้ แต่ก็มีลักษณะหวือหวา อยู่ไม่นาน เรียนจบก็เลิกไป ยกเว้นคนที่ก่อเหตุ และมีหมายจับ จะกลับเข้าสู่สังคมไม่ได้ เลยต้องเข้าสู่ขบวนการโดยปริยาย

แบ่ง2กลุ่ม‘ทหารหลัก-ทหารบ้าน’

สำหรับกรณีการก่อเหตุที่ด่านตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาสนั้น กลุ่มผู้ก่อเหตุแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือทหารหลัก และทหารบ้าน โดยทหารหลักจะอยู่บนภูเขา ส่วนทหารบ้าน ทำหน้าที่วางแผนดูต้นทาง ปัจจุบันจัดตั้งหมู่บ้านละ 2 คน ส่วนภาพรวมท่อน้ำเลี้ยงขบวนการนั้น เราได้ติดตามตรวจสอบว่า ปลายทางไปที่ใดบ้าง แต่ต้นทางพบว่า ได้จากการเรี่ยไรเงินของสมาชิก และการบริจาค ตกปีละ 2 พันบาทต่อคน หากรวมเงินจากเงินสมาชิกทั้งหมดคาดว่า ได้เงินจากการเรี่ยไร และบริจาค ประมาณปีละ 2 พันล้านบาท

เมื่อถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยทหารพราน แหล่งข่าวความมั่นคงฯ กล่าวว่า ต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยปัจจุบัน บีอาร์เอ็น พยายาม ทำให้เห็นถึงศักยภาพในการก่อเหตุกับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งกระจายอยู่ทุกพื้นที่ย่อมตกเป็นเป้า ส่วนจำนวนเมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ ยังถือว่า เราทำอย่างเต็มที่ตามกำลังพลที่มีอยู่ ในส่วนของ อส.ทพ. ยังบรรจุไม่ครบ 80% ซึ่งกำลังพลเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการปฏิบัติในการรักษาพื้นที่ความปลอดภัยด้วย

กอ.รมน.แฉยุทธวิธีใหม่ BRN

สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ในภาพรวมระดับความรุนแรงจะไม่หนักหน่วงเท่ากับช่วงปี 2547 ทว่ารูปแบบและยุทธวิธีของขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (BRN) ได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนไปอย่างมาก ล่าสุดในกิจกรรมเวทีสานเสวนาสื่อมวลชนสัญจร “นำพาสันติสุข” ที่จัดขึ้นโดยศปป.5 กอ.รมน. ที่นำโดย พลโท ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ผู้อำนวยการ ศปป.5 กอ.รมน.

ซึ่งภายในการลงพื้นที่สำรวจของพื้นที่ทหารพราน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากฝ่ายความมั่นคงได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลการข่าวเชิงลึก ทั้งการเปลี่ยนเป้าหมายมาบ่มเพาะเยาวชน การขยายเครือข่ายรีดไถเงินทุน และการทำสงครามจิตวิทยาเพื่อฟอกขาวขบวนการ พร้อมเรียกร้องสื่อมวลชนร่วมตีแผ่พฤติกรรมโหดร้าย ปลุกสังคมไทยไม่ให้เพิกเฉยต่อปัญหา

เปลี่ยนเป้าหมายบ่มเพาะ‘เปอร์มูดา’

เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า ยุทธวิธีการหาแนวร่วมของกลุ่ม BRN มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ในอดีตขบวนการมักใช้เรื่องศาสนาเป็นข้ออ้างในการจุดชนวนปลุกระดม แต่ในปัจจุบันวิธีการดังกล่าวเริ่มใช้ไม่ได้ผล ตั้งแต่ช่วงปี 2565 เป็นต้นมา ขบวนการได้เบนเข็มไปที่กลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน หรือที่เรียกว่ากลุ่ม “เปอร์มูดา” โดยอาศัยธรรมชาติของฮอร์โมนและความพลุ่งพล่านในวัยรุ่นมาเป็นเครื่องมือ

ข้อมูลข่าวกรองระบุว่า ขบวนการมีการรวมกลุ่มเด็กวัยรุ่นตามหมู่บ้านต่างๆ (เช่น ในพื้นที่อำเภอสายบุรี) เพื่อจัดกิจกรรมบังหน้า จากนั้นจึงดำเนินการ “ล้างสมอง” โดยปลูกฝังเรื่องประวัติศาสตร์บาดแผล การยัดเยียดแนวคิดเรื่อง DNA ของชาติพันธุ์ เพื่อดึงดูดเยาวชนให้เข้าสู่ขบวนการและใช้เป็นกำลังในการปั่นป่วนสถานการณ์แทนคนรุ่นเก่า

เปิดโปง5รูปแบบรีดไถชาวบ้าน

ประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับฐานรากคือ “เส้นทางการเงิน” พันเอก พงศกร แสงกุล รองผบ.กกล.ทพ.จชต.ให้ข้อมูลว่า กลุ่มขบวนการมีระบบการเก็บเงินเพื่อใช้เป็นทุนในการเคลื่อนไหวและก่อเหตุรุนแรง เช่น การลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน โดยใช้วิธีรีดไถและบีบบังคับสมาชิกและประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ แบ่งออกเป็น 5 รูปแบบ ได้แก่1. เงินแรกเข้า: เรียกเก็บจากสมาชิกใหม่หัวละ 2,000 บาท2. เงินรายเดือน: เรียกเก็บเดือนละ 50 - 100 บาท3. เงินรายปี (ซะกาต): เรียกเก็บปีละ 300 - 500 บาท โดยอ้างอิงหลักศาสนาเพื่อการบริจาค แต่เงินไม่ถึงศาสนสถาน

4. เงินส่วนแบ่งรายได้: หักรายได้ 1 วันในรอบ 1 ปี (เช่น มีรายได้ 1,000 บาท จะถูกเรียกเก็บ 100 บาท)5. เงินฉุกเฉิน: เรียกเก็บครั้งละประมาณ 60 บาท เมื่อขบวนการต้องการงบเร่งด่วน รวมแล้วใน 1 ปี ขบวนการจะสามารถสูบเงินจากชาวบ้านได้เฉลี่ย 2,000 บาทต่อคน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกำลังเร่งสืบสวนและติดตามเส้นทางการเงินเหล่านี้ว่าไปสิ้นสุดที่บุคคลใด

ยุทธวิธีลองของและสงครามข่าวสาร

ในด้านยุทธวิธีทางทหาร ขบวนการแบ่งกำลังเป็น“ฐานปฏิบัติการหลัก” บนภูเขา และ“ฐานลอย” ที่แฝงตัวในหมู่บ้าน การก่อเหตุในระยะหลังมักเป็นการ“ลองของ” โดยเลือกลอบโจมตีจุดตรวจขนาดเล็กที่มีเจ้าหน้าที่เพียง 2-3 นาย และหลีกเลี่ยงการปะทะกับฐานปฏิบัติการหลัก นอกจากนี้ การลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันยังสะท้อนถึงความจงใจในการทำลายสิ่งที่เป็น“สัญลักษณ์ของประเทศไทย” ซึ่งผลกระทบที่แท้จริงกลับตกอยู่กับประชาชนในพื้นที่ที่ต้องสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการก่อเหตุ ขบวนการยังทำสงครามจิตวิทยาอย่างหนัก มีความพยายามสร้างวาทกรรมเพื่อ “ฟอกขาว” ตัวเอง เช่น การผลักดันให้สังคมและสื่อใช้คำว่า “ผู้เห็นต่าง” แทนคำว่าผู้ก่อเหตุรุนแรง รวมถึงการตีพิมพ์หนังสือเช่น“สงครามลับ BRN”เพื่อยกระดับความชอบธรรมของตนเองให้ได้รับการยอมรับจากองค์กรระหว่างประเทศ (UN) ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐยืนยันว่าไม่สามารถยอมรับคำว่า “ผู้เห็นต่าง” ได้ กับกลุ่มบุคคลที่กระทำผิดกฎหมายและลอบสังหารผู้คนมากว่า 20 ปี

วอนสื่อเป็นกระบอกเสียงปลุกคนไทย

ในช่วงท้าย เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ฝากข้อเรียกร้องที่สำคัญยิ่งถึงคณะสื่อมวลชน ขอให้นำเสนอข่าวที่ตีแผ่พฤติกรรมความโหดร้ายของกลุ่ม BRN อย่างตรงไปตรงมา เช่น การกราดยิงผู้บริสุทธิ์ การทำร้ายสตรีมีครรภ์ หรือการก่อเหตุในมัสยิด เพื่อให้ประชาชนในอีก 74 จังหวัดทั่วประเทศได้รับรู้ถึงสถานการณ์ที่แท้จริง เจ้าหน้าที่ไม่อยากให้คนไทยเกิดความรู้สึกรำคาญและปล่อยผ่านข่าวสารชายแดนใต้ แต่อยากให้สังคมส่วนใหญ่ลุกขึ้นมาเป็นแนวร่วม ยืนยันว่าคนไทยทั้งประเทศไม่เห็นด้วยให้มีการแบ่งแยกดินแดน และร่วมส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่รัฐในการรักษาความสงบสุขต่อไป

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved