533.jpg
พบแรงจูงใจเด็ก14กราดยิง  ศึกษาใช้ปืน2ปี

พบแรงจูงใจเด็ก14กราดยิง ศึกษาใช้ปืน2ปี

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

พบแรงจูงใจเด็ก14กราดยิง

ศึกษาใช้ปืน2ปี

สอบพยานแล้ว17ปาก

ตร.ชี้จากหลายสาเหตุ

พ่อแม่เด็กขอโทษเหยื่อ

รัฐบาลเผยเหตุรุนแรง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ บาดเจ็บ 27 ราย กลับบ้านแล้ว 13 ราย ด้านสธ.จัดทีมดูแลสภาพจิตใจผู้เกี่ยวข้อง พ่อ-แม่เด็ก 14 ปีที่ก่อเหตุ ไหว้ขอโทษ เผยเสียใจ ไม่รู้สาเหตุที่ลูกก่อเหตุสลด ขณะที่ ตร.ประชุมติดตามคดี สอบพยานแล้ว 17 ปาก ชี้ชนวนเหตุมาจากหลายปัจจัย เด็กเสพสื่อโซเชียลที่มีเนื้อหารุนแรง ส่วนเครือข่ายผู้ปกครอง สยบข่าวลือมีผู้ก่อเหตุ 2 คน ให้ รร.เพิ่มมาตรการเข้ม

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความรุนแรงกรณีนักเรียนชั้น ม.3 วัย 14 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ โดยอ้างอิงข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข เวลา 10.00 น.ว่าขณะนี้มีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 36 ราย แบ่งเป็นผู้บาดเจ็บ 27 ราย และผู้เสียชีวิต 9 ราย โดยจำนวนผู้เสียชีวิตคงเดิม ไม่มีรายงานเพิ่มเติม


ผู้บาดเจ็บกลับบ้านแล้ว13ราย

น.ส.ลลิดา กล่าวต่อว่า ผู้บาดเจ็บ 27 ราย กลับบ้านแล้ว 13 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 14 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยระดับวิกฤต 5 ราย ระดับปานกลาง 5 ราย และระดับเล็กน้อย 4 ราย ในจำนวนนี้ผ่านการผ่าตัดแล้ว 8 ราย ไม่มีผู้ป่วยอยู่ระหว่างการส่งต่อ เนื่องจากทุกรายได้รับการรักษาในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพโดยผู้ป่วยที่ยังรักษาตัว 14 ราย กระจายอยู่ในโรงพยาบาล 8 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า 3 ราย โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 3 ราย โรงพยาบาลศิริราช 2 ราย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1 ราย โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2 ราย โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ 1 ราย โรงพยาบาลธนบุรี 2 จำนวน 1 ราย และโรงพยาบาลบางกรวย 1 ราย วันเดียวกันนี้มีแผนให้ผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มเติมอีก 2 ราย หลังจากอาการดีขึ้นและแพทย์ประเมินว่าสามารถดูแลต่อที่บ้านได้

สธ.เร่งเข้าดูแลสภาพจิตใจ

น.ส.ลลิดา กล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดระบบบัญชาการเหตุการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อติดตามอาการและประสานการรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่าผู้บาดเจ็บทุกรายจะได้รับการดูแลตามมาตรฐานอย่างเต็มที่ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่ายและสิทธิการรักษา นอกจากการรักษาด้านร่างกาย กระทรวงสาธารณสุขยังจัดทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) ลงพื้นที่ดูแลนักเรียน ครู บุคลากร ครอบครัวผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อประเมินและติดตามผลกระทบด้านสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ 1 เดือน และ 3 เดือน

รบ.พร้อมดูแลผู้ได้รับผลกระทบ

“รัฐบาลขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอให้มั่นใจว่าผู้บาดเจ็บทุกรายจะได้รับการดูแลอย่างเต็มความสามารถ ขณะเดียวกัน การเยียวยาจะไม่จบเพียงการรักษาบาดแผลทางกาย แต่จะดูแลด้านจิตใจของนักเรียน ครู ครอบครัว และผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องด้วย ขอความร่วมมือสื่อมวลชนและประชาชนหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ภาพความรุนแรง ภาพผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ตลอดจนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อไม่สร้างความสะเทือนใจซ้ำและขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการเป็นหลัก โดยรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขจะติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบเป็นระยะ”น.ส.ลลิดา กล่าว

พ่อ-แม่เด็ก14ขอโทษเหยื่อ

ที่ สภ.ปลายบาง จ.นนทบุรี วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ่อและแม่ของเด็กชาย วัย 14 ปี ที่ก่อเหตุดังกล่าว ได้เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน สภ.ปลายบาง ซึ่งภายหลังใช้เวลาในการสอบปากคำนานกว่า 1 ชั่วโมง บรรดาสื่อมวลชนจากหลายสำนักที่มาเฝ้าติดตามทำข่าว ได้พยายามสอบถามพ่อและแม่ของเด็กรายนี้ เกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งทางพ่อเด็ก กล่าวว่า “ขอโทษผู้เสียหาย” พร้อมยกมือไหว้ และมีน้ำเสียงสั่นมีน้ำตาคลอ ก่อนจะกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “วันนี้ทางตำรวจเรียกให้เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม” แต่ไม่ได้บอกว่าประเด็นใดบ้าง

เผยยังไม่รู้สาเหตุที่ลูกก่อเหตุ

เมื่อถามว่าให้ลองวิเคราะห์ดู แล้วคิดว่าพฤติกรรมของลูกเกิดจากอะไรทำไมถึงทำเรื่องแบบนี้ พ่อเด็ก ตอบเพียงว่า “ทุกวันนี้ผมยังหาคำตอบไม่ได้” และเมื่อถามว่ามองอย่างไรที่เหตุการณ์เกิดจากปัญหาของครอบครัวพ่อตอบแค่ว่า “ขอตัวก่อนนะครับ” ก่อนจะขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที

ครอบครัวเศร้ารับร่างเด็ก12

ส่วนที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พ่อและแม่ของเด็กหญิงวัย 12 ขวบ นักเรียนชั้น ม.1โรงเรียนดังกล่าว ที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตลง ได้เดินทางเข้าติดต่อรับร่างของลูกสาวโดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ครอบครัวอยู่ในอาการสะเทือนใจและปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ภายหลังกระบวนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ทางกู้ภัยได้เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาและบำเพ็ญกุศล ที่ศาลา 3 วัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

ตร.เผยผลชันสูตรถูกยิงศีรษะ

ด้าน พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการชันสูตรพลิกศพว่าพบร่องรอยบาดแผลถูกยิงเข้าที่จุดสำคัญบริเวณศีรษะมีกระสุนฝังใน 1 นัด ส่งผลให้สมองฉีกขาดและเสียชีวิตในเวลาต่อมาสำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของนักเรียนชายผู้ก่อเหตุ ว่าเป็นการทำร้ายตัวเองหรือถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานจากนิติวิทยาศาสตร์และคำให้การของพยานในที่เกิดเหตุ โดยทางตำรวจ สภ.ปลายบาง จะเป็นผู้แถลงสรุปข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการต่อไป

รองผบช.ภ.1ประชุมติดตามคดี

ขณะที่ พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผบช.ภ.1พร้อมด้วยพล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรีพ.ต.อ.ภาสกร ไชยทวีวงศ์ ผกก.สภ.ปลายบาง และคณะพนักงานสอบสวนประชุมติดตามความคืบหน้าคดียิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี โดย พล.ต.ต.อรรถพล กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 17 ปาก พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐาน พยานวัตถุในที่เกิดเหตุ ได้แก่ อาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน ซองบรรจุกระสุน โทรศัพท์มือถือทั้งเครื่องเก่าและเครื่องใหม่ รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะของผู้ก่อเหตุ ส่งไปตรวจวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานเรียบร้อยแล้ว

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าผู้ก่อเหตุชอบสะสมมีดนั้น จากการตรวจค้นพบเพียงมีดสั้นที่พกติดตัวใส่กระเป๋ามาโรงเรียนในวันเกิดเหตุเท่านั้น

ชี้มูลเหตุเกิดจากหลายปัจจัย

พล.ต.ต.อรรถพล กล่าวถึงประเด็นเรื่องแรงจูงใจและสาเหตุของการก่อเหตุ ว่าการสอบสวนครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพิสูจน์ความผิด แต่ต้องการหาต้นตอ สาเหตุที่แท้จริง ซึ่งจากการประมวลพยานหลักฐานและคำให้การพบว่าเกิดจากหลากหลายปัจจัยสั่งสมประกอบกัน ทั้งปัญหาครอบครัวเนื่องจากบิดามารดาเลิกรากันตั้งแต่ผู้ก่อเหตุอายุได้เพียง 2 ขวบ และต้องอาศัยอยู่กับปู่และย่านานกว่า 12 ปี ประกอบกับปัญหาการเรียน ปัญหาความขัดแย้งกับเพื่อน และการเสพสื่อโซเชียลมีเดียที่มีเนื้อหารุนแรง

พบเคยศึกษาการใช้อาวุธปืน

รอง ผบช.ภ.1กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จากการตรวจวิเคราะห์คอมพิวเตอร์ของผู้ก่อเหตุ พบว่าเริ่มมีความสนใจและศึกษาวิธีการใช้อาวุธปืนผ่านสื่อออนไลน์มานานประมาณ 1–2 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ก่อเหตุไม่เคยเข้าใช้บริการหรือฝึกซ้อมยิงปืนในสนามยิงปืนแต่อย่างใด แต่พบประวัติว่าเมื่อปีที่ผ่านมาเคยสั่งซื้อปืนบีบีกัน ผ่านทางอินเทอร์เน็ตและพกพามาโรงเรียนจนถูกครูยึดไว้ ส่วนกรณีของครูผู้สอนวิชาภาษาไทย ที่มีกระแสข่าวว่าผู้ก่อเหตุเรียกหาในช่วงเกิดเหตุนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการประสานงานติดตามให้เข้าพบพนักงานสอบสวน

วอนผู้ปกครองสอดส่องลูกหลาน

พล.ต.ต.อรรถพล กล่าวเน้นย้ำไปถึงผู้ปกครองและครูอาจารย์ว่าขอให้ช่วยกันสอดส่องพฤติกรรมและรับฟังเด็กให้มากขึ้น โดยเฉพาะการเข้าถึงสื่อโซเชียลมีเดียประเภทที่มีความรุนแรง พร้อมทั้งวิงวอนสื่อมวลชนและประชาชนบนโลกออนไลน์ ขอให้งดการนำเสนอหรือแชร์คลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์ความรุนแรงซ้ำๆ เพื่อไม่ให้เกิดบาดแผลทางจิตใจแก่ผู้สูญเสีย และช่วยกันสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัย ให้ครูและนักเรียน ให้สามารถกลับมาเรียนหนังสือได้อย่างอุ่นใจ

กำชับตร.ตั้งจุดตรวจ-สกัดเข้ม

สำหรับมาตรการป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ ทางผบช.ภ.1 ได้รับข้อสั่งการด่วนจากนายกรัฐมนตรีและผบ.ตร.ที่กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลายบาง และ สภ.บางบัวทอง เพิ่มมาตรการตั้งด่านตรวจค้นจุดสกัดอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงอาวุธปืน และนำสายตรวจแต่งเครื่องแบบออกตรวจเยี่ยมชุมชนและบ้านพักผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด ส่วนการดูแลสภาพจิตใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และญาติ จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทางกรมสุขภาพจิต จะเข้าไปดูแลเยียวยาอย่างต่อเนื่อง

ตัวแทนผู้ปกครองโร่แจ้งความ

ด้านนายณัฐพงษ์ สาเกตุ และนางปาริษา ศรีแสงจ้าย ตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี เดินทางเข้ามาแจ้งความและลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ปลายบาง ภายหลังมีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนแห่งนี้ ว่าผู้ก่อเหตุอาจจะมี 2 คน ก่อนชี้แจงกับสื่อมวลชนถึงข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจแก่สังคมและเพื่อปกป้องชื่อเสียงของสถานศึกษา โดยเฉพาะสภาพจิตใจของนักเรียน ว่าเนื่องจากมีข้อความแชร์กัน ว่าอาจมีผู้ก่อเหตุรายอื่นอีก หรือมีการก่อเหตุซ้ำ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าข้อความดังกล่าวเกิดจากความเข้าใจผิดของเด็กนักเรียน โดยวันเกิดเหตุ ขณะที่นักเรียนวิ่งลงมาจากอาคาร ได้เห็นชายใส่ชุดดำถืออาวุธปืนเดินอยู่จึงเข้าใจผิดว่ามีผู้ก่อเหตุ 2 คนแต่แท้จริงแล้ว ชายใส่ชุดดำคือด.ต.นอกเครื่องแบบที่เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ ก่อนเข้าไปปฏิบัติหน้าที่

ตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครอง เปิดเผยว่า จะนำข้อมูลดังกล่าวมามอบให้เจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมและช่วยสยบข่าวลือ เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก

ไม่พบสัญญาณบอกเหตุรุนแรง

เมื่อถามถึงผู้ก่อเหตุเคยถูกบูลลี่หรือมีสัญญาณบอกเหตุอะไรหรือไม่ ตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี ระบุว่า นักเรียนก่อเหตุดูปกติดี ไม่มีสัญญาณเตือนอะไรที่บ่งชี้ถึงความรุนแรง พร้อมโต้กระแสข่าวที่ระบุว่าโรงเรียนปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดในการตรวจค้น หรือมีการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนจนนำมาสู่เหตุการณ์ดังกล่าว

เผยผู้ก่อเหตุมาเรียนตามปกติ

“ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และนักเรียนผู้ก่อเหตุไม่ได้มีพฤติกรรมผิดปกติ หรือแสดงสัญญาณเตือนใดๆ ให้ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยในวันเกิดเหตุ หลังจากก่อเหตุจากที่บ้าน เขาก็เดินทางมาถึงโรงเรียนในเวลาประมาณ 06.20 น.และร่วมเข้าแถวเคารพธงชาติ รวมถึงเข้าเรียนในคาบแรกตามปกติเหมือนนักเรียนทั่วไป ก่อนจะเกิดเหตุขึ้น” ตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครอง กล่าวและว่า ทางโรงเรียนมีกล้องวงจรปิดครอบคลุม และมีครูดูแลรับผิดชอบโดยเฉพาะ หากมีการบูลลี่เกิดขึ้น ครูจะไม่ปล่อยผ่านอย่างแน่นอน พร้อมขอให้สังคมและผู้เสพข่าวทำความเข้าใจและขอให้นักเรียนได้ทำจิตใจให้เข้มแข็ง

พม.รอประเมินสภาพจิตใจนร.

สำหรับมาตรการการของทางโรงเรียนได้ประกาศหยุดทำการเรียนการสอนในวันที่ 10-14 สิงหาคมนี้ ก่อนจะเปิดการเรียนการสอนตามปกติอีกครั้งในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ส่วนมาตรการดูแลเยียวยาสภาพจิตใจเด็กนักเรียน ยืนยันว่าก่อนหน้านี้และช่วงที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาดูแลและประเมินสุขภาพจิตนักเรียนอย่างใกล้ชิดขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยปกติทางโรงเรียนมีตำรวจเข้ามาดูแลการจราจรและตรวจความเรียบร้อยภายในพื้นที่โรงเรียนเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว ขณะที่มาตรการเชิงลึกอื่นๆ อยู่ระหว่างการประชุมและรอสรุปอย่างเป็นทางการจากฝ่ายบริหารโรงเรียน

ผู้ปกครองเชื่อมั่นรร.ดูแลเต็มที่

ตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครอง ยืนยันว่ายังมีความเชื่อมั่นในสถานศึกษาเต็ม 100% ซึ่งเราเป็นทั้งศิษย์เก่าและผู้ปกครองอยากเน้นย้ำว่าตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนมาไม่เคยเกิดเหตุร้ายแรงเช่นนี้มาก่อน และยังคงเชื่อมั่นในคณะผู้บริหารทั้ง 4 ฝ่าย รวมถึงครูและบุคลากรของโรงเรียนว่ามีความเข้มงวดและดูแลบุตรหลานได้เป็นอย่างดี โดยโรงเรียนจัดประชุมผู้ปกครองอย่างเข้มงวด 100% รวมถึงมีการทำ MOU ข้อตกลงร่วมกันตั้งแต่วันแรกที่นักเรียนเข้ามาศึกษา

ไม่เห็นด้วยให้ครูพกปืนเข้ารร.

เมื่อถามถึงข้อเสนอให้ครูสามารถพกพาอาวุธปืนในโรงเรียนได้ ตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครอง ระบุว่า ไม่เห็นด้วย โดยมองว่าอาวุธปืนเป็นดาบสองคม และไม่อยากให้มีการนำอาวุธเข้ามาในโรงเรียน แต่เห็นควรให้เพิ่มมาตรการป้องกันเชิงโครงสร้างมากกว่า เช่น การติดตั้งเครื่องสแกนตรวจจับอาวุธบริเวณทางเข้าโรงเรียน หรือการเข้มงวดมาตรการตรวจค้นอาวุธ ก่อนเข้าพื้นที่เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักเรียนทุกคน

พระราชทานน้ำหลวงฯครูหมวย

ที่วัดตะโหนดอ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “ครูหมวย” หรือ น.ส.ทิวาพร วานิช อายุ 42 ปีที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี พร้อมอัญเชิญพวงมาลาพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วางหน้าหีบศพ และรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พิธีดังกล่าวมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ครอบครัว ญาติ และประชาชน เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยและรดน้ำศพเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ บรรยากาศภายในวัดดังกล่าว เต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีอดีตลูกศิษย์และศิษย์ปัจจุบันของครู หมวย ต่างเดินทางมาร่วมพิธีและแสดงความอาลัยต่อครูผู้เป็นที่รัก

ญาติเศร้าจัดงานศพ‘ครูแป๋ว’

ขณะเดียวกัน ที่ศาลานนทวัตรวิบูลย์ประชาสรรค์ วัดบางอ้อยช้าง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี สถานที่จัดงานศพ น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา หรือครูแป๋วทางเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเชิญน้ำหลวงพระราชทานอาบศพมาที่วัด โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน เป็นผู้แทนพิธีเชิญน้ำหลวงพระราชทานอาบศพ และน.ส.ปณิสรากาญจนจิตรา รองผวจ.นนทบุรี เป็นผู้แทนเชิญพวงมาลาพระราชทาน ซึ่งสามีและลูกชายของครูแป๋ว พร้อมครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งหัวหน้างานส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

สามีไม่คิดว่าเกิดขึ้นกับภรรยา

นายธนพัฒน์ สมศรี สามีของครูแป๋ว กล่าวทั้งน้ำตาว่า อยู่กินกันครูแป๋ว ตั้งแต่ปี 2552 มีลูกชายด้วยกัน 1 คน ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นป.6 ทุกวันตอนเช้าครูแป๋วจะลุกมาทำอาหารให้ลูกรับประทาน พาอาบน้ำ ก่อนจะไปส่งโรงเรียนแล้วเขาก็ไปทำงาน ครูแป๋วเป็นคนจิตใจดี อยู่ด้วยกันมาก็ไม่เคยมีปัญหา ตอนที่ได้รับแจ้งรู้สึกช็อคไม่คิดว่าจะเกิดกับครอบครัว ตอนนี้รู้สึกมืดมนไปหมดไม่รู้จะอยู่กันอย่างไร เคยอยู่กัน 3 คน พ่อแม่ลูก ไปไหนก็ไปด้วยกัน แต่ตอนนี้ไม่มีแบบนั้นอีกแล้ว

จัดงานศพรองผอ.รร.สุดเศร้า

ที่จ.ศรีสะเกษ ร่างของนายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รอง ผอ.ฝ่ายปกครอง โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี หรือครูพงศ์ ถูกนำกลับมาทำพิธีบำเพ็ญกุศล ที่บ้านเกิด ใน ต.กันทรอมน้อย อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษท่ามกลางความโศกเศร้าของภรรยา แม่และญาติๆ ที่พากันร่ำไห้ด้วยความเสียใจ โดยภรรยาได้กอดรูปภาพ ครูพงศ์ ไว้แน่น ก่อนที่ญาติๆจะช่วยกันยกโลงศพลงจากรถ ขึ้นไปไว้บนบ้าน เพื่อทำพิธีขอขมา และรดน้ำศพ โดยทางญาติๆ และภรรยาครูพงศ์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน รวมทั้งจะมีการประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพให้แก่ครอบครัวครูพงศ์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top