546.jpg
กฟก.ภาคกลางจับมือสถาบันการเงิน หนุนแก้ปัญหาตลาดผลผลิตขององค์กรเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน

กฟก.ภาคกลางจับมือสถาบันการเงิน หนุนแก้ปัญหาตลาดผลผลิตขององค์กรเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.05 น.

สำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 2 (ภาคกลาง) สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร แสวงหาความร่วมมือกับสถาบันการเงิน เล็งหนุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบการ เพื่อขยายเพดานรับซื้อผลผลิตของเกษตรกร รวมทั้งพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดส่งออกสินค้าเกษตรกรร่วมกับนักลงทุน

ดร.วิญญู สะตะ ผู้อำนวยการสำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 2 (ภาคกลาง) สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ให้การสนับสนุนงบประมาณให้กับองค์กรเกษตรกรในรูปแบบงบอุดหนุนให้เปล่า และงบกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ รวมถึง ปลอดดอกเบี้ย เพื่อพัฒนาความเข็มแข็งให้องค์กรเกษตรกร เพื่อให้ยกระดับการผลิตให้ได้มาตรฐาน สามารถแข่งขันกับตลาดภายนอกได้


"แต่เมื่อเกษตรกรได้ผลผลิตออกมาแล้ว พบว่าผู้ประกอบการที่รับซื้อผลผลิตของเกษตรกร ไม่สามารถแบกรับปริมาณผลผลิตของเกษตรกรที่ออกมาพร้อมกันได้ มีจำนวนผลผลิตที่ล้นเกิน ผู้ประกอบการและนักลงทุนไม่มีเงินลงทุนเพียงพอที่จะสามารถรับซื้อผลผลิตได้ตามจำนวนออกเดอร์ที่สั่งมา รวมทั้งขนาดของเครื่องจักรหรือกำลังการผลิตการแปรรูปผลผลิตที่รับซื้อมาจากเกษตรกรมีขนาดเล็กเกินไป ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องการเงินลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อขยายเพดานรับซื้อผลผลิตของเกษตรกร รวมทั้งพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดส่งออกสินค้าเกษตรกรร่วมกัน"

ดร.วิญญู กล่าวว่า สำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 2 (ภาคกลาง) สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เล็งเห็นปัญหานี้จึงหารือร่วมกับสถาบันการเงินหลายแห่ง โดยเฉพาะ ธกส. เพื่อเปิดเลนพิเศษให้เฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ต้องการสินเชื่อหรืองบประมาณลงทุนในการขยายเพดานรับซื้อผลผลิตหรือพัฒนาศักยภาพของเครื่องจักรให้สามารถรองรับปริมาณกำลังการผลิตได้มากขึ้น

ดร.วิญญู ยังกล่าวอีกว่า สินค้าเกษตรที่องค์กรเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่นำมาจัดแสดงที่อาคารรัฐสภา ระหว่างวันที่ 10-14 สิงหาคม 2569 มีบางสินค้าที่พบว่ามีศักยภาพสูงมาก เป็นที่ต้องการของตลาด และองค์กรเกษตรกรมีความเข็มแข็งเพียงพอที่จะผลักดันไปสู่ผู้ประกอบการรายใหญ่ สำนักกิจการสาขาภูมิภาคจะคัดเลือกมาจำนวนหนึ่ง เพื่อเชื่อมโยงกับนักลงทุนและทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน 4 ฝ่าย ระหว่างองค์กรเกษตรกร ผู้ประกอบการที่รับซื้อพืชผลทางการเกษตร และสถาบันการเงิน โดยมี กฟก เป็นตัวกลางเชื่อมโยงให้เกิดกระบวนการหมุนเวียนการทำงานที่ความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ

"กฟก. จะเป็นผู้ดูแลองค์กรเกษตรกร โดยการจัดสรรงบประมาณเข้าไปเพื่อพัฒนามาตรฐานของสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้ได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ ส่วนสถาบันการเงินจะใส่งบประมาณเข้าไปในส่วนของผู้ประกอบการเพื่อต่อยอดการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาด จากตลาดภายในประเทศ ไปจนถึงการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศซี่งจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างเป็นกอบเป็นกำ เราแบ่งพื้นที่การทำงานออกเป็น 4 กลุ่มจังหวัด ประมาณกลุ่มจังหวัดละ 6-7 จังหวัด จาก 26 จังหวัด โดยมอบหมายให้หัวหน้าสำนักงานสาขาจังหวัดซึ่งใกล้ชิดกับองค์กรเกษตรกร เป็นผู้คัดกรององค์กรที่มีศักยภาพทั้งการผลิตและการตลาด ร่วมกับอนุกรรมการจังหวัด ก่อนส่งต่อข้อมูลมายังสำนักกิจการสาขาภูมิภาค เพื่อลงไปสแกนพื้นที่อีกครั้ง ลงไปค้นหาต้นทุนเดิม สตอรี่ และความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาสินค้านั้นให้ออกสู่ตลาดสากลต่อไป" 

ดร.วิญญู กล่าวต่ออีกว่า ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดโซนทะเลตะวันออก จะมีผลไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญหลายชนิด เช่น ทุเรียน มังคุด และผลิตภัณฑ์จากการประมงน้ำเค็ม เช่น ปลา หอย กุ้งทะเล และประมงน้ำจืด เช่น ปลาสลิดบางบ่อ ส่วนโซนกลางขึ้นไปติดภาคเหนือ จะเป็นสินค้าประเภท ข้าวหอมมะลิและพืชผักต่าง ๆ แต่ในส่วนพื้นที่โซนทะเลใต้จะเป็นประเภทอาหารทะเลและอาหารแปรรูปกระป๋อง ส่วนโซนกรุงเทพและปริมณฑล ส่วนนี้เรามองว่าจะเป็นกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโรงงาน เช่น เกลือสินเธาว์ หรือ อาหารแปรรูป

"เราพยายามจะจัดกลุ่มสินค้าให้เป็นไปตามประเภทที่ตลาดต้องการ และจัดทำเป็นแคตตาล็อกเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการข้อมูลและนำเสนอต่อผู้ประกอบการ ในแคตตาล็อกจะระบุ ชนิดสินค้า มาตรฐาน ราคา วัตถุดิบ แหล่งที่มา รวมทั้งสถานที่ติดต่อ" ดร.วิญญู กล่าวในที่สุด 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top