วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ตำรวจไซเบอร์บุกค้นบ้านเป้าหมาย 2 จังหวัด “แพร่-ปทุมธานี” รวบ 2 เยาวชน แกะรอยไอพี ฉกข้อมูลขายดาร์กเว็บพบหลักฐานสำคัญ ขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ ยึดคอมพิวเตอร์ตรวจพิสูจน์ พร้อมสอบเยาวชนกลุ่มที่ชื่นชอบการขุดข้อมูล เตือนผู้ใหญ่หยุดส่งเสริมเด็กทำผิด
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 จากกรณี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มอบหมายให้ผู้แทนเดินทางมาร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สอท.ดำเนินการสืบสวนติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังพบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล มีต้นทางมาจากระบบของกรมการขนส่งทางบกและกรมการปกครอง โดยเบื้องต้นตรวจพบ IP ต้องสงสัยที่มีพฤติกรรมการสืบค้นข้อมูลผิดปกติจาก 3แหล่งบัญชีผู้ใช้งาน ได้แก่ เทศกิจเขตบางกอกน้อย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และกองกำลังสุรสีห์ ก่อนที่กระทรวงคมนาคมได้สั่งระงับการใช้งานของทั้ง 3 หน่วยงานชั่วคราว พร้อมประสานตำรวจไซเบอร์เข้าตรวจสอบบัญชีที่มีการค้นหาข้อมูลของบุคคลสำคัญ รวมถึงให้หน่วยงานที่เชื่อมต่อข้อมูลผ่านระบบ e-Service ของกรมการขนส่งทางบก ทำการรีเซ็ตรหัสผ่านใหม่ทั้งหมดเพื่อป้องกันความเสียหาย
เมื่อวันที่ 13สิงหาคม2569 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจสอบสวนสอบสวนอาชญากรรม 1 (บก.สอท.1 ) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. หัวหน้าชุดสืบสวน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท. 1 ได้เรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ติดตามความคืบหน้าในคดีนี้โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชม.
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ เปิดเผยภายหลังที่ประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนของ บช.สอท. ที่มีพล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน โดยเป็นการเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายสอบสวน และสืบสวน สอบสวน ซึ่งเบื้องต้นได้มีการเข้าค้นเป้าหมายแล้ว 2 จุด และข้อมูลพอสมควรรวมถึงตรวจยึดคอมพิวเตอร์ มาตรวจสอบ ซึ่งนอกจากจุดที่เข้าแล้วยังพบข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการจ้างวานที่ให้ทำ และตัวการสำคัญ ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล ทั้งนี้ขอยืนยันว่าฐานข้อมูลของหน่วยงานยังไม่มีการรั่วไหล แต่ผู้กระทำผิดใช้ยูสเซอร์ และพาสเวิร์ด รายบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงฐานข้อมูลได้เท่านั้น
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ เปิดเผยอีกว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวที่มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาและมีการตรวจยึดอุปกรณ์มาทำการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เนื่องจากมีข้อมูลจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาในการตรวจพิสูจน์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าใครเกี่ยวข้องบ้างก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด ส่วนที่มีข่าวว่าทาง สอท. ได้มีการเชิญผู้ต้องสงสัยที่เป็นเยาวชนมาพูดคุยแล้ว ส่วนนี้ยืนยันว่าเราได้ทำงานตามข้อกฎหมาย ป.วิอาญา ถึงแม้จะเยาวชนเราก็มีวิธีการพูดคุยแต่ไม่ได้มีการควบคุมตัว ในส่วนความเชื่อมโยงทั้ง 2 จุดที่เข้าค้นเบื้องต้นพบว่ายังไม่มีการเชื่อมโยงกันส่วนตัว ต้องบอกว่าขบวนการแบบนี้เกิดขึ้นสำหรับผู้ที่มีความชอบที่จะสืบค้นข้อมูล ซึ่งก็จะมีกลุ่มพูดคุยในสื่อออนไลน์ เทเลแกรม หรือดิสคอร์ด ที่มีการแชร์แลกเปลี่ยนข้อมูลกันเพื่อหาช่องโหว่ของยูสเซอร์ หรือ รหัส และเป็นเพียงกลุ่มคนที่ชื่นชอบเท่านั้น
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ เปิดเผยอีกว่า ทั้งนี้ฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ปกครอง ซึ่งอาจจะไม่รู้ว่าลูกของท่านกำลังทำอะไร ให้ตักเตือนหรือบอกให้ทราบถึงโทษที่อาจจะได้รับ แต่ที่น่ากังวลมากกว่าคือผู้ใหญ่ที่ให้การส่งเสริมหรือยุยงให้เด็กกระทำการแบบนี้ไม่สมควรเป็นอย่างมาก
รายงานข่าวเปิดเผยว่า หลังรับเรื่อง พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท.ได้สั่งการตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลคดีนี้โดยเฉพาะ พร้อมมอบหมายให้ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท.รับหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน โดยชุดสืบสวนได้เชิญเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบดูแลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของทั้งสองหน่วยงาน เข้ามาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบที่มาที่ไป ร่องรอยการเข้าถึงระบบ
นอกจากนี้ ได้แกะรอยจนพบว่า คนร้ายไม่ได้เจาะระบบฐานข้อมูลโดยตรง แต่แฮ็กบัญชีผู้ใช้งาน หรือ User ที่มีสิทธิเข้าถึงระบบ แล้วใช้บัญชีนั้นดึงข้อมูลออกมา ก่อนนำข้อมูลบุคคลสำคัญไปแสดงเพื่อยืนยันว่ามีข้อมูลจริง และนำไปซื้อขายผ่าน Dark Web, Telegram หรือ Discord
รายงานข่าวเปิดเผยอีกว่า ขณะเดียวกันชุดทำงานได้ตรวจสอบต้นทางของ IP ที่เข้ามาในระบบ พบต้นมาระบุในพื้นที่ จ.แพร่และจ.ปทุมธานี จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นบ้านพักใน 2จังหวัดดังกล่าว พร้อมเชิญตัวผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเยาวชนมาทำการสอบถาม พร้อมยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นได้ข้อมูลสำคัญและตรวจค้นพบหลักฐานสำคัญทางไอทีที่บ่งชี้ว่า มีส่วนในการกระทำความผิดเพื่อที่จะสาวไปสู่ผู้เกี่ยวข้องต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี